โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ลุ้น ‘ลดราคาน้ำมัน’ เย็นนี้ หลังกบง.ลดราคาหน้าโรงกลั่นล่าสุด 5 บาท

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันลง 5 บาท จากเดิมที่ลดลง 2 บาท จนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 69

โดยจะพยายามประกาศลงราชกิจจานุเบกษาให้ทันภายในวันนี้ (23 เม.ย. 69) เพื่อให้มีผลในวันพรุ่งนี้ (24 เม.ย. 69) เช้า จากนั้นจะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อปรับลดลงอีก 3 บาท

สำหรับการลดราคาหน้าโรงกลั่น 5 บาทนั้น เป็นการดูจากตัวเลขในช่วงเดือนเมษายนที่ค่าการกลั่นสูงเฉลี่ยกว่า 14 บาท ซึ่งคณะกรรมการฯ อนุญาตให้โรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง ส่งตัวเลขต้นทุนนำที่สูงกว่าปกติ เช่น ค่าประกันหรือค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น มาให้ที่ประชุมพิจารณาลบส่วนต่างที่เป็นผลประโยชน์ส่วนเกินออกหาตัวเลขที่เหมาะสมว่าอยู่ที่เท่าไหร่

ซึ่งจะพิจารณาทั้งดีเซลและเบนซิน โดยจากข้อมูลในช่วงต้นเดือนเมษายนพบว่าช่วง 2 สัปดาห์มีส่วนเกินอยู่ 5,000 ล้านบาท จึงนำตัวเลขดังกล่าวมาเป็นส่วนลดให้กับน้ำมันดีเซล ดังนั้นเมื่อรวมส่วนต่างที่ปรับลดลงทั้ง 2 ครั้ง ทำให้จะได้เงินส่วนต่างจากโรงกลั่นเกือบ 10,000 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่น

ลุ้น ‘ลดราคาน้ำมัน’ เย็นนี้ หลังกบง.ลดราคาหน้าโรงกลั่นล่าสุด 5 บาท

และส่วนหนึ่งจะนำไปลดราคาขายปีกหน้าปั๊มซึ่งจะลดได้เท่าไหร่ต้องรอดูราคาสิงคโปร์ในช่วงเย็นวันนี้ก่อน เพราะสถานการณ์ขณะนี้สิงคโปร์ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเกือบ 3 บาท แต่ไทยยังไม่มีการปรับราคาหน้าปั๊มยังคงตรึงราคาไว้ แต่การปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลง 5 บาท ไม่ได้หมายความว่าราคาหน้าปั๊มจะลดลง 5 บาท

"จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนในการกลั่นน้ำมันดิบจนเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในช่วงวันที่ 1–16 เมษายน 2569 พบว่า เมื่อพิจารณาตามหลักการที่คำนึงถึงต้นทุนส่วนเพิ่มจากสถานการณ์ผิดปกติช่วงวิกฤตพลังงาน อาทิ Crude Premium, Product Premium, War Risk Premium, ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย ยังปรากฏผลประโยชน์ส่วนเกินของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่ 3.43 บาทต่อลิตร จึงเห็นควรนำผลประโยชน์ส่วนเกินดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม"

นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า จากนี้การพิจารณาปรับขึ้นหรือลงราคาน้ำมันจะไม่ให้กระชากจนเกินไป แต่จะเป็นในลักษณะทยอยขึ้นหรือทยอยลง และจะไม่ปรับขึ้นปรับลงเหมือนตลาดนัด จะทำอะไรต้องทำให้เป็นเรื่องเป็นราว

อย่างไรก็ดี ส่วนหนึ่งจะนำไปลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ เพราะขณะนี้กองทุนน้ำมันฯติดลบอยู่เกือบ 60,000 ล้านบาท หากไม่รีบใช้หนี้ในอนาคตผู้ใช้น้ำมันก็จะใช้น้ำมันในราคาที่แพงขึ้นอย่างผิดปกติ หากสามารถทยอยใช้หนี้จนไม่ต้องกู้มาเพิ่มด้วยการใช้กระทรวงการคลังมาค้ำก็จะเป็นเรื่องที่ดีต่อฐานะของกองทุนน้ำมันฯ

ดังนั้น จึงบริหารเงินกู้ในกรอบที่มีอยู่ ซึ่งหากมีการกู้จริงก็จะเป็นการกู้ในกรอบของกองทุนน้ำมันไม่เกิน 20,000 ล้านบาท ไม่ต้องขยายกรอบจนถึง 150,000 ล้านบาท ซึ่งออกเป็นพ.ร.ก. กู้เงิน ที่จะกระทบต่อสถานของประเทศ หรือจะกล่าวก็คือเจรจาให้ผู้ค้าหยุดหนี้ของกองทุนน้ำมัยฯออกไปและพยายามบริหารให้ไม่ต้องไปกู้เงินไปคืน จึงต้องพยายามทำให้กองทุนขาดทุนต่อวันให้เหลือประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อให้มีเงินไปคืนเจ้าหนี้ได้ ซึ่งสถานการณ์ในเวลานี้ยังอยู่ได้

“การลดราคาหน้าโรงกลั่นเปรียบเสมือนให้โรงกลั่นมาช่วยใช้หนี้ตรงนี้ สามารถคิดแบบนี้ได้ เพราะมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท การบริหารสถานการณ์ขณะนี้ต้องทำอย่างรอบคอบเพื่อรับมือหากมีระเบิดลูกที่สอง แต่หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นราคาหน้าปั๊มก็จะทยอยลดลง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...