โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วรภัค’ เตือนรัฐบาลเตรียมรับแรงกระแทกพลังงานแพงยืดเยื้อ ก่อนเจอวิกฤติบีบ!

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 01.56 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 01.56 น. • The Bangkok Insight

"วรภัค" จี้รัฐบาลพูดให้ชัด! พลังงานแพงยืดเยื้อ รัฐบาลจะรับแรงกระแทกอย่างไร เปิด 3 ทางเลือกระยะสั้น แต่ทุกการตรึงราคามีต้นทุนทางการคลัง จี้ตอบ! ก่อนเจอวิกฤติพลังงานบีบ

นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (อดีต รมช.คลัง) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สงครามอิหร่านกับโจทย์การคลังไทย : "ยังมี buffer แต่เปราะบาง" หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อและทำให้ราคาน้ำมัน-ก๊าซอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ประเทศไทยจะเผชิญกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจโดยตรง

วรภัค

ราคาน้ำมัน Brent ที่ขยับขึ้นมาแถว 100-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับก่อนสงครามราว 70-75 ดอลลาร์ หมายถึงต้นทุนพลังงานโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 40% ในเวลาอันสั้น และหากสถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่า 120-130 ดอลลาร์ ก็ไม่ใช่ระดับที่เป็นไปไม่ได้

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็น ผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ (net importer) ทั้งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน และ LNG นี่คือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า terms-of-trade shock โดยตรง

ผลกระทบจะไม่ได้เกิดเฉพาะกับค่าครองชีพเท่านั้น แต่จะลามไปถึง

  • ดุลบัญชีเดินสะพัด
  • ค่าเงินบาท
  • เงินเฟ้อ
  • และที่สำคัญคือ ฐานะการคลังของรัฐ

คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า "ราคาน้ำมันจะขึ้นแค่ไหน" แต่คือ ประเทศไทยจะรับแรงกระแทกนี้อย่างไร

การคลังไทย : ยังมี buffer แต่ไม่มาก

ในเชิงตัวเลข ประเทศไทยยังพอมีพื้นที่การคลังอยู่บ้าง แต่ต้องยอมรับว่า เริ่มบางลงมาก

หนี้สาธารณะปัจจุบันอยู่ราว 65-66% ของ GDP ใกล้เพดานกฎหมายที่ 70% และระดับหนี้นี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงโควิด

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลยังใช้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นเครื่องมือหลักในการกันแรงกระแทกราคาพลังงาน โดยเฉพาะการตรึงราคาดีเซล

ปัญหาคือ ทุกการตรึงราคา มี ต้นทุนทางการคลัง

  • อุดหนุนผ่านกองทุน → หนี้เพิ่ม
  • ลดภาษีสรรพสามิต → รายได้รัฐหาย
  • กดค่าไฟหรือ Ft → เกิดหนี้แฝงในระบบพลังงาน

ดังนั้น buffer ที่เหลืออยู่จาก 66% ไป 70% ของ GDP จึงเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้ร่วมกันระหว่าง

  • การพยุงราคาพลังงาน
  • นโยบายเศรษฐกิจอื่น
  • และเสถียรภาพการคลังในระยะยาว

พูดง่าย ๆ คือ พื้นที่ยังมี แต่ไม่ใช่พื้นที่ที่จะใช้ได้โดยไม่คิด ถ้าพลังงานแพงยืดเยื้อ ผลกระทบจะหนักขึ้น

วรภัค

หากราคาน้ำมันอยู่ระดับ 100-120 ดอลลาร์ต่อเนื่อง และ LNG ยังคงตึงตัว ผลกระทบต่อการคลังไทยจะค่อย ๆ ชัดขึ้น

ในระยะสั้น รัฐบาลมีทางเลือกหลักสามทาง

  • เพิ่มการอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมัน
  • ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
  • ปล่อยให้ราคาพลังงานในประเทศทยอยปรับขึ้น

แต่ทุกทางเลือกมีต้นทุน

ถ้ารัฐพยายาม ตรึงราคาเต็มที่ เป็นเวลานาน ภาระกองทุนและหนี้สาธารณะอาจเพิ่มขึ้นเร็ว จนเข้าใกล้เพดาน 70% ของ GDP ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกชะลอและดอกเบี้ยยังสูง

สิ่งนี้อาจทำให้ตลาดพันธบัตรและสถาบันจัดอันดับเครดิต เริ่มจับตาประเทศไทยมากขึ้น ไม่ใช่วิกฤตทันที แต่ margin for error จะเล็กลงมาก

สิ่งที่สำคัญกว่านโยบาย : การสื่อสารความจริง ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่นโยบายตัวเลข แต่คือ การบริหารความคาดหวังของสังคม รัฐบาลควรพูดให้ชัดตั้งแต่ตอนนี้ว่า

หนึ่ง : shock จากสงครามพลังงานครั้งนี้อาจยืดเยื้อ ทุกคนต้องเตรียมตัวอย่าประมาท และประเทศไทยไม่สามารถทำให้ราคาพลังงาน "ถูกเหมือนเดิม" ได้ทั้งหมด
สอง : รัฐจะกันแรงกระแทกเฉพาะส่วนที่เกินรับไหว โดย prioritise กลุ่มสำคัญ เช่น ขนส่งสาธารณะ เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย
สาม : ราคาพลังงานบางส่วนจะต้องสะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น การพูดความจริงแบบนี้อาจไม่สวยงามในทางการเมือง แต่จะช่วยรักษา ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ได้มากกว่า ทางเลือกเชิงนโยบายที่สมเหตุสมผล

ในกรอบข้อจำกัดปัจจุบัน แนวทางที่สมดุลที่สุดอาจประกอบด้วย

  • ปล่อยให้ราคาพลังงานในประเทศ สะท้อนต้นทุนมากขึ้นทีละขั้น
  • ใช้กองทุนน้ำมันและภาษี กัน shock ระยะสั้นเท่านั้น
  • เปลี่ยนจาก การตรึงราคา ไปสู่ การช่วยรายได้แบบ targeted
  • และวางแผน การคลังระยะกลาง เพื่อไม่ให้หนี้สาธารณะไต่เข้าใกล้เพดานเร็วเกินไป
วรภัค

บทสรุป

สงครามอิหร่านอาจไม่ได้ทำให้ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการคลังทันที แต่ถ้าพลังงานแพงยืดเยื้อ มันจะค่อย ๆ บีบให้รัฐบาลต้องตัดสินใจยากขึ้นเรื่อย ๆ

ระหว่าง

  • การตรึงราคาพลังงาน
  • วินัยการคลัง
  • และเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ "เรามี buffer เท่าไร" แต่คือ เราจะใช้ buffer นั้น อย่างมีวินัยและมีสติ แค่ไหน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...