โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส.ส.ปชน. ชี้วิกฤตเด็กไทย เกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี จี้รบ.ยังทำไม่พอ แค่ปลุกให้มีลูกเพื่อชาติ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ส.ส.ปชน. ชี้วิกฤตเด็กไทยเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี แนะรบ.ต้องมีนโยบายรองรับ ไม่ใช่แค่ปลุกให้มีลูกเพื่อชาติ แนะ 3 ข้อเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อเขียนเรื่อง [เด็กไทยเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี คนรุ่นใหม่อยากมีลูก แต่รัฐบาลขาดนโยบายรองรับ] โดยระบุว่า ปี 2568 อัตราการเกิดของเด็กไทย มีจำนวน 416,574 คน ต่ำกว่าปีก่อนถึงเกือบ 5 หมื่นคน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 559,684 คน ส่งผลให้จำนวนประชากรทั้งประเทศลดลงเป็นปีที่ 5 ต่อเนื่องกัน และไม่แน่ว่าในปีหน้าเราอาจจะได้เห็นจำนวนการเกิดเหลือไม่ถึง 4 แสนคน

หากทิศทางยังเป็นเช่นนี้ อีก 10 ปีข้างหน้าวัยทำงานจะหายไปกว่า 2.5 ล้านคน ขณะที่ผู้สูงอายุจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งหมด

ข่าวดีคือ ผลสำรวจความคิดเห็นคนรุ่นใหม่อายุ 18 ปีขึ้นไปโดยมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า เจน Y และเจน Z ยังต้องการมีลูก แต่มีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย คุณภาพการศึกษา เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น และระบบสนับสนุนครอบครัว “ใครจะเลี้ยงให้ถ้าเราต้องทำงาน” สะท้อนว่ารัฐบาลต้องปรับทิศทางนโยบายให้รองรับการเป็นสังคมที่โอบอุ้มครอบครัว (Family-friendly Society) มากกว่าการเรียกร้องให้ประชาชน “มีลูกเพื่อชาติ”

แต่ในวาระการแถลงนโยบายรวม 23 ข้อหลัก 47 ข้อย่อยที่รัฐบาลอนุทิน 2 แถลงต่อรัฐสภา กลับไม่ปรากฏว่ามีนโยบายช่วยเหลือครอบครัวที่กำลังเลี้ยงดูเด็กรุ่นใหม่ของสังคม อีกทั้งมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่รัฐบาลแถลงเมื่อวันที่ 11 เมษายน ก็ไม่ปรากฏมาตรการช่วยบรรเทาภาระการเลี้ยงดูเด็กในระดับครัวเรือนแต่อย่างใด ขณะที่ราคาข้าวของกำลังปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ และภาระค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมกำลังจะมาถึงในเดือนพฤษภาคมนี้

พรรคประชาชนจึงขอเสนอมาตรการเจาะจงสำหรับครัวเรือนที่มีบุตร ภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนผ่านสวัสดิการแบบสงเคราะห์ไปสู่การลงทุนในการพัฒนาประชากรรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพสูงรองรับสังคมสูงวัย ดังนี้

ระยะเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน

1.ขยายฐานเด็กที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จากเดิมที่ได้รับเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย มาสู่การลงทุนเพื่อเด็กทุกคน เพื่อแก้ปัญหาเด็กตกหล่นจากการคัดกรองความจน

2.จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมของปีการศึกษานี้ให้แก่ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย ครัวเรือนภาคเกษตรกรรม ครัวเรือนภาคประมง เพื่อป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา

3.เพิ่มงบรายหัวนักเรียนทุกช่วงชั้นในภาคเรียนแรกของปีการศึกษานี้ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถจัดอาหารวันละ 2 มื้อ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองและป้องกันภาวะทุพโภชนาการของเด็กที่มักเกิดขึ้นในช่วงค่าครองชีพพุ่งสูง

ระยะยาว เริ่มต้นตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571 หรือเร็วกว่านั้น (ยิ่งเร็วยิ่งได้ผลดี)

1.ขยายการลงทุนเพื่อเด็กทุกคน โดยให้ทุนเพื่อการเลี้ยงดูบุตรรายเดือนที่เริ่มตั้งแต่มารดาตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ครบ 5 เดือนขึ้นไปจนเด็กอายุครบ 6 ปี

2.สนับสนุนบริการเลี้ยงเด็กอ่อน (แรกเกิดถึงสองปี) ในชุมชน โดยจัดงบดำเนินการให้ท้องถิ่นบริหารจัดการแบบยืดหยุ่น เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการระดับพื้นที่

3.ขยายเวลารับเลี้ยงเด็ก ทั้งศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้ครอบคลุมเวลาทำงานจริงมากขึ้น เช่น 7.00-18.00 น. โดยเฉพาะในเขตเมืองหรืออุตสาหกรรม

4.ให้สิทธิลดหย่อนภาษี ไม่เกิน 1 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการที่จัดตั้งสถานเลี้ยงเด็กหรือห้องปั๊มนมในที่ทำงาน

5.สร้างระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและเสมอภาค พัฒนาครูควบคู่สวัสดิการนักเรียนที่จับต้องได้ ปรับปรุงโรงเรียนทั่วประเทศให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย พร้อมผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ ยกระดับการศึกษาอาชีวะ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงอุดมศึกษาอย่างเท่าเทียม

6.สนับสนุนการศึกษาสำหรับเด็กพิการและเด็กพิเศษ ให้มีศูนย์การศึกษาพิเศษเพียงพอต่อความต้องการ เพิ่มงบอุดหนุนรายหัวสำหรับนักเรียน เพิ่มการผลิตครูและเพิ่มงบค่าจ้างบุคลากร ตั้งงบสนับสนุนให้โรงเรียนในระดับอำเภอที่ต้องการจัดการเรียนร่วมของเด็กพิการ/เด็กพิเศษในโรงเรียนทั่วไป

7.สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมในระดับชุมชนให้จัดบริการสำหรับเด็กและครอบครัว อาทิ กิจกรรมสร้างสรรค์-ศิลปวัฒนธรรม สำหรับเด็กและเยาวชนทุกช่วงวัย ศูนย์เรียนรู้และส่งเสริมนันทนาการในชุมชน ศูนย์เยาวชนในชุมชน เป็นต้น

8.เพิ่มการเข้าถึงครัวเรือนเปราะบางโดยส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนรวมกลุ่มจัดตั้ง “ศูนย์ครอบครัวเข้มแข็งภาคประชาชน” (Community-based Family Support) เพื่อทำงานเชิงรุกผ่านการเยี่ยมบ้านวิถีชุมชน จดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์และได้รับงบสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

9.ยกระดับการคุ้มครองแรงงานเพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง อาทิ ปรับสูตรการคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำมุ่งสู่เป้าหมายค่าจ้างที่อยู่ได้จริง กำหนดให้ทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากเกินต้องได้รับค่าล่วงเวลา เพิ่มสิทธิวันลาเพื่อครอบครัว คุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มให้ได้รับการคุ้มครองเทียบเท่าลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น

10.สนับสนุนให้มีกฎหมายขจัดความรุนแรงในครอบครัว และกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ที่สามารถบังคับใช้ได้จริง เพื่อสร้างสังคมที่มีความเป็นธรรมและน่าอยู่

ทั้งนี้ พรรคประชาชนจะผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายและติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศไทยมีการลงทุนพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ที่ไร้รอยต่อจากปฐมวัยสู่วัยทำงานที่มีศักยภาพสูง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.ส.ปชน. ชี้วิกฤตเด็กไทย เกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี จี้รบ.ยังทำไม่พอ แค่ปลุกให้มีลูกเพื่อชาติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...