เคาะไป คุยไป : เคาะ HMPRO
#ทันหุ้น- HMPRO บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) Flat to Slightly Positive ที่ประมาณ 0-1% เทียบกับปีก่อนที่ -6% โดยยอมรับว่าในช่วงไตรมาสที่ 1 อาจเห็นตัวเลขติดลบเนื่องจากฐานที่สูงในปีที่ผ่านมา (ขาดมาตรการ Easy Receipt) แต่คาดว่าจะทยอยปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีหากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศไม่ยืดเยื้อ โดยคาดว่ารายได้รวมจะเติบโตราว 4-5% กลยุทธ์หลักจะมุ่งเน้นการขยายสาขารูปแบบ Hybrid Store (HomePro + Mega Home) จำนวน 9 แห่งจากแผนเปิดทั้งหมด 10 แห่ง เพื่อลดต้นทุนก่อสร้างและแชร์ทรัพยากรร่วมกัน รวมถึงการผลักดันธุรกิจ Home Service (ช่างโฮมโปร) ให้เป็น Growth Engine สำคัญในการดึงดูดลูกค้ากลุ่มซ่อมแซมและปรับปรุงบ้าน ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% ของฐานลูกค้าทั้งหมด
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นบริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้ากลุ่ม Private Brand เป็น 22-22.5% ภายในปีนี้ (และเป้าหมาย 25% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า) ซึ่งมีมาร์จิ้นสูงกว่าสินค้าทั่วไป 10-15% มาช่วยชดเชยต้นทุนการบริการที่สูงขึ้น ซึ่ง GPM 25 อยู่ที่ 26.7% (-11 bps) สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร บริษัทตั้งเป้าควบคุมผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพระบบหลังบ้าน เช่น คลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) และการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดค่าไฟ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมันที่อาจกระทบต้นทุนขนส่ง และค่าเสื่อมราคาจากการขยายสาขาใหม่ โดยรวมบริษัทพยายามรักษาความสามารถในการทำกำไรผ่านการบริหารจัดการต้นทุนและการทำ Dynamic Pricing เพื่อรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันครับ
ด้านแนวโน้ม 1Q26 คาดผลประกอบการชะลอตัวลงทั้ง QoQ และ YoY จากรายได้ที่ลดลง ตามกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว และไม่มีมาตรการภาครัฐเข้ามาหนุน กระทบต่อ SSSG ให้หดตัวลงแรง รวมถึงไม่มีการเปิดสาขาใหม่ภายในงวด ส่วน GPM มีแนวโน้มลดลง (4Q25 = 29.1%) ตามสัดส่วนยอดขายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น ซึ่งมีมาร์จิ้นที่ต่ำ ก่อนที่จะกลับมาฟื้นตัวใน 2Q จากข้อมูลล่าสุดในเดือนเมษายน 2569 เริ่มเห็นสัญญาณ SSSG พลิกกลับมาเป็น บวก (+2% ถึง +3%) ซึ่งเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี โดย IAA Consensus ประเมินราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 7.50 บาท
แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค แท่งเทียนแกว่งตัวออกด้านข้าง ไม่ทำจุดต่ำใหม่กว่าจากวันก่อนที่ 6.05 ความเสี่ยงขาลงเริ่มจำกัด ระยะสั้นมีโอกาสสร้างฐานราคา รอลุ้นยืนหนือ เส้นกลาง Bollinger band ที่ 6.25 ผ่านยืนมั่นคงพร้อมวอลุ่มซื้อขายที่หนาแน่นเป็นสัญญาณบวก ระยะสั้นลุ้นทดสอบแนวต้าน 6.40 เป็นจุดพิจารณายืนยันขาขึ้นรอบใหญ่
คำแนะนำของ ASL
กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเล่นรอบ ลุ้นทดสอบแนวต้าน 6.40/6.65
กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้น เน้นยืนแนวรับ 6.05/5.85 ไม่ควรต่ำกว่าลงมา