ผงะ! ศูนย์ต่อต้านฉ้อโกงออนไลน์ เผยสัปดาห์เดียวสูญเฉียด 500 ล้าน วัยรุ่น 21-30 ปีเหยื่ออันดับหนึ่ง
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เผยสัปดาห์เดียวสูญเฉียด 500 ล้าน รวบขบวนการแก๊งสแกมเมอร์รวม 17 ราย ขณะที่กลุ่มอายุ 21-30 ปี ตกเป็นเหยื่ออันดับหนึ่ง แซงหน้าวัยทำงาน
30 มี.ค.2569-ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 22-28 มี.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 7,193 คดี มูลค่าความเสียหาย 492,353,413 บาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 15-21 มี.ค.69 จำนวน 34 คดี แต่พบว่ามูลค่าความเสียหายกลับเพิ่มขึ้น 1,396,776 บาท
ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่าภาพรวมจำนวนคดีลดลงเล็กน้อย แต่มูลค่าความเสียหายกลับสวนทาง โดยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 490.95 ล้านบาท เป็น 492,35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.39 ล้านบาท แม้คนแจ้งความน้อยลง แต่มูลค่าความเสียหายต่อคดีสูงขึ้น แสดงว่ามิจฉาชีพเริ่มพุ่งเป้าไปที่เคสที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงขึ้น หรือวิธีการหลอกลวงมีประสิทธิภาพในการดึงเงินเหยื่อได้มากขึ้น ในส่วน คดีหลอกลงทุนยังเป็นกลุ่มที่น่ากังวลที่สุด ความเสียหายพุ่งสูงถึง 191 ล้านบาท (คิดเป็นเกือบ 40% ของจำนวนคดีทั้งหมด) ขณะที่การหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการ ยังครองแชมป์จำนวนคดี ส่วนการแอบอ้างบุคคล สถานการณ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งจำนวนคดีและมูลค่าความเสียหายลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากสัปดาห์ก่อน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชายเหมือนสัปดาห์ที่แล้ว แต่มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในด้านช่วงอายุที่ลดน้อยลงมา โดยกลุ่มอายุ 21-30 ปี กลายเป็นกลุ่มที่ถูกหลอกลวงมากที่สุด แทนที่กลุ่มเดิมซึ่งเป็นวัยทำงาน (31-40 ปี) ซึ่งสอดคล้องกับสถิติอันดับ 1 ในคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ และอันดับ 3 ในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีลักษณะอื่นๆ ที่กลุ่มอายุ 21-30 ปี ตกเป็นเหยื่อสูงสุด
ในขณะที่คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษยังคงพุ่งเป้าไปที่กลุ่มอายุ 31-40 ปี เป็นหลัก สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนกลวิธีให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มีความคุ้นเคยกับการทำธุรกรรมออนไลน์และกิจกรรมบนโลกโซเชียลมากขึ้น
ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลปฏิบัติการต่างๆ และสามารถจับกุมขบวนการกดเงินสดให้แก๊งสแกมเมอร์ จำนวน 9 เคส ผู้ต้องหา 17 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 15 ราย และชาวต่างชาติ 2 ราย เป็นสัญชาติลาวและมาเลเซีย พร้อมตรวจยึดเงินสดได้กว่า 1.9 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้ประสานตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงทีได้ทั้งหมด42 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 47 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 20,701,250 บาท
คดีที่น่าสนใจ คดีที่ 1.เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสานตำรวจ สภ.เวียงป่าเป้า เข้าจับกุมนายสุจินดาฯ เจ้าของบัญชีรับโอนเงินเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ หลังพบเจ้าตัวไปกดเงินที่ธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาเวียงป่าเป้า จำนวน 500,000 บาท โดยผู้ต้องหาอ้างว่าได้ค่าจ้างจำนวน 5,000 บาท เจ้าหน้าที่นำตัวส่งดำเนินคดีต่อไป
สำหรับเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจและมีมูลค่าความเสียหายสูง ได้แก่ เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางน้ำเปรี้ยว เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 42 ปี หลังตรวจพบธุรกรรมการโอนเงินที่ผิดปกติไปยังบัญชีม้า โดยพบว่าผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการโอนเงินไปแล้วหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 10 ล้านบาท ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งชี้แจงให้ผู้เสียหายทราบว่ากำลังถูกหลอกลวง ให้หยุดโอนเงินทันที พร้อมแนะนำให้ผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลติดตามเส้นทางการเงินเพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายต่อไป