โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บาลานซ์ ออฟ เพาเวอร์ ตท.26-28-31 ทัพ 1-นสศ. สลับนั่ง ผบ.ทบ. 'บิ๊กปู' สู่ 'บิ๊กเต้-กอล์ฟ-เอิร์ธ'? วัดพลัง 'อนุทิน-อดุลย์-กห.' ตั้ง ปลัด กห.

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รายงานพิเศษ

บาลานซ์ ออฟ เพาเวอร์

ตท.26-28-31

ทัพ 1-นสศ. สลับนั่ง ผบ.ทบ.

‘บิ๊กปู’ สู่ ‘บิ๊กเต้-กอล์ฟ-เอิร์ธ’?

วัดพลัง ‘อนุทิน-อดุลย์-กห.’ ตั้ง ปลัด กห.

ความเคลื่อนไหวและความเป็นไปในกองทัพ โดยเฉพาะกองทัพบก กำลังมุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งในเชิงโครงสร้าง ธรรมเนียม ประเพณีปฏิบัติ และตัวบุคคล ตามปัจจัยของกาลเวลา

โดยมีการเตรียมพร้อมในการผ่องถ่ายอำนาจ จาก ตท.26 สู่ ตท.28 เพราะเมื่อ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แกนนำ ตท.26 เกษียณราชการตุลาคม 2570 คาดว่า ได้วางตัว บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผช.ผบ.ทบ .เพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 จากสายรบพิเศษหมวกแดง เป็น ผบ.ทบ. คนต่อไป

โดยคาดว่า ในการแต่งตั้งโยกย้ายปลายปี กันยายน 2569 นี้ จะขยับ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ จาก ผช.ผบ.ทบ. ขึ้น รอง ผบ.ทบ. ครองอาวุโส อัตราพลเอกพิเศษ จ่อเอาไว้ก่อน

พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์จะถือเป็น ผบ.ทบ.ที่มาจากสายรบพิเศษ จากอดีต ผบ.นสศ. หรือแม่ทัพภาค 5 คนที่ 4 ในรอบ 30 ปี หลังที่ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.

พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ

ในประวัติศาสตร์ ทบ. นายทหารที่ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ส่วนใหญ่จะมาจากแม่ทัพภาค 1 ขุมกำลังปฏิวัติหลักของ ทบ. แต่จะสลับด้วยแม่ทัพคอแดง ผบ.นสศ. บ้าง

หลังจากที่เคยมีบิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ในตุลาคม 2541-ตุลาคม 2545 แม้จะเคยเป็นแม่ทัพภาค 2 แต่ใน ทบ.นับกันว่า เป็นสายรบพิเศษ ที่โตจาก ผบ.นสศ.

ต่อมา บิ๊กบัง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่เป็น ผบ.ทบ. ในตุลาคม 2548 และนำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และ บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ขึ้นผบ.ทบ. ในตุลาคม 2559-ตุลาคม 2561

หาก พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ได้ขึ้น ผบ.ทบ. ในตุลาคม 2570 จะถือว่าเป็น ผบ.ทบ.ในสายรบพิเศษ ที่เว้นห้วงห่างกันเกือบถึง 10 ปี

พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ

กล่าวคือ จาก พล.อ.เฉลิมชัย ที่เป็น ผบ.ทบ. ต่อด้วย บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ 2 ปี บิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ อีก 3 ปี ต่อด้วย บิ๊กต่อ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ อีก 1 ปี และต่อด้วย บิ๊กปู พล.อ.พนา ที่จะนั่งเป็น ผบ.ทบ.ยาว 3 ปี และจากนั้นคาดว่าจะเป็น พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ อีก 1 ปี เกษียณ 2571

มีอดีต ผบ.ทบ.ที่มาจากทหารสายรบพิเศษ 2 คน ที่ยังคงมีบทบาทหน้าที่และบารมี คือ พล.อ.สุรยุทธ์ ในฐานะประธานองคมนตรี และพล.อ.เฉลิมชัย ในฐานะองคมนตรี

ทั้งนี้ หาก ผบ.ทบ.ขึ้นมาจากเฉพาะแม่ทัพภาค 1 ก็จะทำให้เป็นการผูกขาดสำหรับนายทหารที่เติบโตมาในส่วนกลาง คือ กองทัพภาค 1 ที่คุมกำลังรบหลักโดยเฉพาะในการปฏิวัติรัฐประหาร ให้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.เท่านั้น

แต่การเปิดโอกาสให้นายทหารที่เติบโตในสายรบพิเศษ ได้ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.บ้างก็เป็นการลดแรงกดดันภายในกองทัพ

เพราะสำหรับนายทหารที่เติบโตมาจากกองทัพภาค 2 กองทัพภาค 3 กองทัพภาค 4 หรือผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศเทียบเท่าแม่ทัพภาค 6 ก็หาโอกาสยากที่จะมีอายุราชการยาวนานพอที่จะเติบโตจากในเหล่า และขึ้นมาชิง ผบ.ทบ.

เพราะส่วนใหญ่จะเกษียณราชการเสียก่อนที่จะขึ้นสู่ 5 เสือกองทัพบก หรือขึ้นชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.

พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์

การวางตัวแม่ทัพกอล์ฟ พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ที่เพิ่งขยับจากแม่ทัพน้อย 1 ขึ้นมาเป็น รอง เสธ.ทบ. ในการโยกย้ายกลางปี 1 เมษายน 2569 กำลังเป็นที่จับตามอง

เพราะเตรียมมาจ่อขึ้น 5 เสือ ทบ. โดยคาดว่าจะขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ. แล้วรอจ่อคิวขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ตุลาคม 2571 ต่อจาก พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์

คาดกันว่า ผบ.ทบ.ต่อจาก พล.ท.สราวุธ ที่เป็นทหารสายวงศ์เทวัญ แม้จะเคยเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. ก็ตาม ที่จะเกษียณ 2573 จะสลับให้ สายรบพิเศษ มาเป็น ผบ.ทบ. อีกคน

คือ รองเอิร์ธ พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ รอง ผบ.นสศ. แกนนำ ตท.31 ที่เกษียณ 2575

แม้ว่าจะมีคู่ชิงสำคัญอย่าง รองด้วง พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาค 1 และอาจรวมถึง ผบ.เบญ พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.พล.ร.2 รอ. จาก ตท.32 ที่เกษียณ 2575 พร้อมกัน

แถมยังมี ผบ.เทพ พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร จาก ตท.31 อีกคน ที่ได้ขยับจาก รอง ผบ.รร.นายร้อย จปร. กลับเข้าเส้นทางเหล็กเป็น รองแม่ทัพภาค 1 แต่อาจจะไม่ได้มาชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. เพราะคาดว่าถูกวางตัวให้เตรียมเป็นแม่ทัพภาค 1 คนต่อไป เดินตามเส้นทางแม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ ที่จะนั่งเป็นแม่ทัพภาค 1 ยาว 3 ปีจนเกษียณ เพื่อการทำงานในการพัฒนากองทัพภาค 1 และ ฉก.ทม.รอ.904 ที่ต่อเนื่อง

พร้อมๆ กับการเตรียมผ่องถ่ายอำนาจสู่ ตท.28 โดยคาดว่าจะมีการวางตัว “รอง เสธ.แบน” พล.ท.พงษ์ศักดิ์ หมื่นกล้าหาญ รอง เสธ.ทบ. ที่เติบโตมาในสายบุ๋น จนเป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก ขึ้นมาเป็นพลเอก เสนาธิการทหารบก เพราะนอกจากความรู้ความสามารถแล้ว ยังเป็น ตท.28 เพื่อนร่วมรุ่นกับ พล.ท.สราวุธอีกด้วย เสมือนเป็นการมาช่วยเตรียมพร้อมในการรับไม้ต่อจาก ตท.26

จากเดิมมีการคาดกันว่า พล.อ.พนาอาจจะเลือกเจ้ากรมโอ๋ พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบกเพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 ขึ้นเป็นเสนาธิการทหารบก คนต่อไป

แต่ด้วยเพราะต้องจัดวาง พล.ท.สราวุธ ให้มาเป็นรอง เสธ.ทบ. จึงทำให้ พล.ท.ธีรนันท์อาจไม่สามารถขึ้น เสธ.ทบ.ได้ เพราะโยกย้ายกลางปีไม่ได้ ขยับขึ้นเป็นรอง เสธ.ทบ.ก่อน

เพราะในระดับแม่ทัพภาค ตท.28 ก็ขึ้นมาจ่อ มี แม่ทัพแอ้ม พล.ต.ณัฐเดช จันทรางศุ เป็นแม่ทัพน้อย 1 ส่วนทัพภาค 3 มี รองโจ พล.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ปาณิกบุตร รองแม่ทัพภาค 3 จ่อคิวอยู่ และ รองคิ้ว พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาค 4 รออยู่เช่นกัน

รองเอิร์ธ พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ

เป็นที่คาดหมายกันว่า เสธ.ปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ. เพื่อน ตท.26 ของ พล.อ.พนา จะขยับขึ้น ผช.ผบ.ทบ. ในปีสุดท้ายก่อนเกษียณ

แต่ต้องรอลุ้นว่า พล.อ.ชัยพฤกษ์จะได้ข้ามไปเป็นปลัดกลาโหมหรือไม่ เนื่องจาก บิ๊กหนุ่ย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ รุ่นพี่ ตท.24 จะเกษียณกันยายน 2569 นี้ แต่ก็วางตัว รองตั้ม พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกลาโหม ที่ก็เป็น ตท.26 ไว้ขึ้นแทน

กล่าวได้ว่า พล.อ.ศรัณย์ถูกวางตัวไว้ตั้งแต่ยุค บิ๊กหนุ่ม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ เป็นปลัดกลาโหม ยาว 3 ปี โดย พล.อ.ศรัณย์เคยเป็นเจ้ากรมเสมียนตรา และครองอัตราพลเอกพิเศษแล้ว

แต่ในแค่ความครบเครื่อง ทั้งบู๊บุ๋นแล้ว พล.อ.ชัยพฤกษ์มีความได้เปรียบมากกว่า เพราะเติบโตมาในกรมยุทธการทหารบก จนเป็นเจ้ากรม ยก.ทบ. และมีบทบาทสำคัญเคียงข้าง ผบ.ทบ.ในการสู้รบกับกัมพูชาในห้วงที่ผ่านมา และทำงานใกล้ชิดกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีอีกด้วย

แม้ พล.อ.ชัยพฤกษ์จะเป็นพลเอกธรรมดา แต่ในอดีตมีพลเอกจาก 5 เสือ ทบ. ข้ามมาเป็นปลัดกลาโหมแล้วหลายคน โดยไม่ต้องเป็นพลเอกพิเศษ หรือ มาเป็นรองปลัดกลาโหมก่อน

เช่น บิ๊กเล็ก พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ที่ข้ามจาก ผช.ผบ.ทบ. มาเป็นปลัดกลาโหม บิ๊กติ๊ก พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา บิ๊กเข้ พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ บิ๊กหน่อย พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ โดยสลับกับนายทหารลูกหม้อสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.) เช่น บิ๊กณัฐ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ นั่ง 3 ปี และ พล.อ.สนิธชนก อีก 3 ปี

บิ๊กดุลย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ

จึงน่าจับตามองยิ่งว่า พลเอกชัยพฤกษ์จะมาเป็นปลัดกลาโหมหรือไม่ เพราะแม้ตำแหน่งปลัดกระทรวงจะเป็นอำนาจหน้าที่ของ รมว.กลาโหม แต่สำหรับกระทรวงกลาโหมแล้ว อำนาจอยู่ที่บอร์ด 7 เสือกลาโหม ที่แม้มีฝ่ายการเมือง รมว.กลาโหม และ รมช.กลาโหมอยู่ในนั้น แต่ก็นับเป็นแค่ 2 เสียงเท่านั้น ส่วนฝ่ายข้าราชการประจำ มี 5 เสียง คือ ปลัดกลาโหม, ผบ.ทหารสูงสุด, ผบ.ทบ., ผบ.ทร. และ ผบ.ทอ. แต่ทว่าไม่ใช้การโหวต แต่ยึดตามที่ ผบ.เหล่าทัพเสนอ

ดังนั้น จึงเชื่อว่า พล.อ.ธราพงษ์ เพื่อนรัก ตท.24 กับ พล.อ.สนิธชนกจะเสนอชื่อ พล.อ.ศรัณย์ เป็นปลัดกลาโหม คนต่อไป และหากยืนยันตามนั้น ฝ่ายการเมืองจะสั่งให้เปลี่ยนไม่ได้ ยกเว้นการเปิดให้บอร์ด 7 เสือกลาโหมลงคะแนนโหวต โดยที่ฝ่ายการเมือง หรือทาง ผบ.ทบ.ล็อบบี้ ผบ.เหล่าทัพได้ แต่ทว่าเป็นธรรมเนียมที่ ผบ.เหล่าทัพจะไม่หักกันเอง หรือแทรกแซงกันด้วยการโหวต ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงไม่มีการโหวต

อย่างไรก็ตาม โดยสถานการณ์ความมั่นคงรอบด้านในหลายมิติ โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา อาจทำให้บทบาทปลัดกลาโหมเพิ่มความสำคัญมากขึ้น เพราะในยุค พล.อ.ธราพงษ์นี้ ได้ลงพื้นที่ชายแดน ทั้งอีสานใต้ กองกำลังสุรนารี กองทัพภาค 2 และ จ.สระแก้ว กองกำลังบูรพา กองทัพภาค 1

ด้วยเพราะ พล.อ.ธราพงษ์เองก็เติบโตมาในพื้นที่กองกำลังบูรพา ตั้งแต่เป็นนายทหารเด็กๆ จนเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. และขึ้นรองแม่ทัพภาค 1 และแม่ทัพน้อย 1 จึงได้ไปเยี่ยมลูกน้องเก่า และช่วยชี้แจงกับฝ่ายทหารมิตรประเทศที่มาเยือน

ดังนั้น โดยบทบาทนี้ พล.อ.ชัยพฤกษ์ เสธ.ทบ. และเป็นเลขาธิการ กอ.รมน. ได้ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีโอกาสที่จะได้เป็นปลัดกลาโหม ดังนั้น ใน ตท.26 จะต้องคุยกันเอง และอาจถึง รมว.กลาโหม และนายกฯ ที่จะต้องตัดสินใจ

ยิ่งหาก บิ๊กดุลย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ได้เป็น รมว.กลาโหม ก็ต้องเคลียร์กันเองใน ตท.26 เพราะ พล.ท.อดุลย์ก็เป็นเพื่อน ตท.26 และต้องเจรจากับ พล.อ.ธราพงษ์ รุ่นพี่ ตท.24 ว่าจะให้พลเอกชัยพฤกษ์ขึ้นหรือไม่

ขณะที่ ตท.28 ที่จ่อเติบโตขึ้นมารับไม้ต่อ ทั้งในกองทัพเรือและกองทัพอากาศ มีถูกจับตามองเช่นกัน เช่น ผบ.เอตม์ พล.ร.ต.เอตม์ ยุวนางกูร ผบ.หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) ที่จะเกษียณ 2573

คาดว่าในการโยกย้ายตุลาคม 2569 นี้ จะขยับขึ้นพลเรือโทในตำแหน่งหลัก เพราะถูกจับตามองว่าจะเป็นแคนดิเดต ผบ. ทร. ในอนาคตอันใกล้

พร้อมๆ กับ เสธ.ต้อม พล.ร.ท.ภาณุพันธ์ ทรัพย์ประเสริฐ หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ ผบ.ทร. ที่จะเกษียณ 2572 และ พล.ร.ท.วศิน สระศรีดา เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ (ตท.28) ที่จะเกษียณ 2571

แม้จะมีข่าวความแรงของเตรียมทหารรุ่นอื่นที่จะมาชิง เช่น ตท.27 เสธ.ต้น พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือที่เกษียณ 2571 และ พล.ร.ท.เทพฤทธิ์ ลาภเหลือ จาก ตท.27 ผบ.ทัพเรือภาค 2 ที่เกษียณ 2572 ก็ตาม

ขณะที่กองทัพอากาศ มี เสธ.โอ๋ พล.อ.อ.อนุรักษ์ รมณารักษ์ เสนาธิการทหารอากาศ ที่เป็นเตรียมทหาร 28 และเป็นแคนดิเดต ผบ.ทอ.คนหนึ่งที่ต้องรอวัดดวงและวัดพลังกับคู่แคนดิเดตจากเตรียมทหารรุ่นน้อง ตท.29 อย่าง เสธ.แจ๊ค พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย รอง เสธ.ทอ. และโฆษกกองทัพอากาศ

ดังนั้น อนาคตของแกนนำเตรียมทหารรุ่น 28 ในกองทัพเรือและกองทัพอากาศ ที่จะขึ้นเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงน่าจะราบรื่นเหมือนในกองทัพบกที่มีการวางตัวชัดเจนเช่นกัน จึงต้องรอดูพลังของรุ่นในเวลานั้นว่าจะทรงพลังแค่ไหน

ในห้วงเวลา 4 ปีของรัฐบาล พรรคสีน้ำเงินภูมิใจไทย นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล จากนี้ถึงปี 2572 ถือเป็นห้วงรอยต่อการจัดวางตัวบุคคลและขั้วอำนาจในกองทัพ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับขั้วอนุรักษนิยม แต่แม้ฝ่ายการเมืองจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่อาจแทรกกองทัพได้ แม้จะเป็นนายกฯ จากพรรคสีน้ำเงิน อย่างนายอนุทินก็ตาม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บาลานซ์ ออฟ เพาเวอร์ ตท.26-28-31 ทัพ 1-นสศ. สลับนั่ง ผบ.ทบ. ‘บิ๊กปู’ สู่ ‘บิ๊กเต้-กอล์ฟ-เอิร์ธ’? วัดพลัง ‘อนุทิน-อดุลย์-กห.’ ตั้ง ปลัด กห.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...