โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 เมษายน 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 เมษายน 2569

>> ไฟไหม้เครื่องจักร ภายในอาคาร ซอยบางกระดี่ 8 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ

07.05 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยบางกระดี่ 8 ถนนบางกระดี่ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว ประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในอาคาร เพลิงลุกไหม้เครื่องอัดยางเสียหาย จำนวน 1 เครื่อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องจักร ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนเทียน

>> “พีช พชร” แจ้งความ สน.ปทุมวัน เอาผิดมิจฉาชีพแอบอ้างแบรนด์ MAW หลอกลงทุน สูญหลายล้าน

10.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน นายพชร จิราธิวัฒน์ หรือ “พีช พชร” ดาราหนุ่มชื่อดัง เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดี หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อและแบรนด์ขนม “MAW” สร้างเพจปลอมหลอกประชาชนร่วมลงทุน จนมีผู้เสียหายหลายร้อยราย มูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท โดยผู้ก่อเหตุใช้วิธีคัดลอกภาพและวิดีโอจากเพจจริงไปสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนชักชวนเข้ากลุ่มไลน์ เล่นเกม และหลอกให้โอนเงินลงทุน

พีช พชร ระบุว่า แบรนด์ของตนไม่มีนโยบายชักชวนลงทุนหรือจัดกิจกรรมแจกของรางวัลแต่อย่างใด เป็นเพียงการจำหน่ายสินค้าเท่านั้น พร้อมฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า คดีนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การแอบอ้างชื่อแบรนด์ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ และคดีหลอกลวงประชาชนที่มีผู้เสียหายทยอยแจ้งความในหลายพื้นที่ อาทิ สน.ลุมพินี สน.บางรัก สน.ประเวศ และ สน.บางเสาธง โดยหลังรับแจ้งความแล้วเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ต้นไม้ใหญ่ล้มทับเต็นท์ กลางงานประเพณีขึ้นถ้ำเขาเงิน มีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บระนาว จ.ชุมพร

11.00 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร ภายใต้การบังคับบัญชาของนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร

ได้รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ว่าการเกิดอุบัติต้นไม้ใหญ่ล้มทับเต็นท์ ในงานประเพณีขึ้นถ้ำเขาเงิน ประจำปี 2569 บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อ.หลังสวน จ.ชุมพร

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นต้นไม้ล้มทับเต็นท์ ในงานประเพณีขึ้นถ้ำเขาเงิน ประจำปี 2569 บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีผู้บาดเจ็บจำนวน 17 ราย โดยบาดเจ็บเล็กน้อย ปฐมพยาบาลเบื้องต้นปัจจุบันกลับบ้านแล้ว 14 คน ส่วนอีก 3 รายเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ปากน้ำหลังสวน และ รพ.หลังสวน และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 ไปเสียชีวิตที่ รพ. และหญิง 1 รายในที่เกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลังสวน สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ต้นไม้ดังกล่าวอาจมีอายุหลายสิบปี ส่งผลให้ลำต้นเสื่อมสภาพและไม่แข็งแรง จึงเกิดการหักโค่นลงมา จนนำไปสู่ความสูญเสียในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามจะมีการตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

>> รัฐบาลเอาจริง ลุยปราบขบวนการกักตุนน้ำมัน-ลักลอบส่งออก ยืนยันน้ำมันเพียงพอช่วงสงกรานต์

11.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงถึงมาตรการตรวจสอบ ติดตาม และบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันและลักลอบส่งออก ยืนยันว่ารัฐบาลได้ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมีอิทธิพลเพียงใด

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา พบพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหลายรูปแบบ อาทิ ประวิงเวลาขนส่งน้ำมันทางทะเล ปฏิเสธจ่ายน้ำมัน ลักลอบขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทาง รวมทั้งความผิดปกติของข้อมูลปริมาณน้ำมันระหว่างระบบรายงานของหน่วยตรวจสอบกับข้อมูลจากโรงกลั่นและการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยจะประสานข้อมูลการเดินเรือจาก ศร.ชล. และขยายผลตรวจสอบการขนส่งทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อยืนยันว่าการส่งออกเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตหรือไม่

นายกฯ ย้ำว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสวงหากำไรเกินควรในช่วงวิกฤต พร้อมสั่งการสอบสวนเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการความร่วมมือปราบปรามผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด และขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันยุติพฤติกรรมเอาเปรียบสังคม

ทั้งนี้ นายกฯ ยืนยันว่ารัฐบาลมีมาตรการรองรับปริมาณการใช้น้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างเพียงพอ โดยได้เพิ่มศักยภาพการขนส่งน้ำมัน และผ่อนคลายข้อจำกัดบางประการ เพื่อให้สามารถกระจายน้ำมันได้อย่างทันท่วงที รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด เพื่อไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสในช่วงวิกฤต พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน

>> รวบหนุ่มขายบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำเหยื่อสูญเฉียดล้าน

12.16 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายสุ(นามสมมุติ) อายุ 56 ปี ฐาน “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมฯ,ร่วมกันฉ้อโกง” โดยจับกุมได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานครฯ

โดยก่อนหน้านี้ ผู้เสียหายเล่าว่า ได้รับโทรศัพท์แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง แจ้งว่าผู้เสียหายมีการเปิดบัญชีธนาคารไว้ และบัญชีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอาญา จากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพข่มขู่ และหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินทั้งหมดเพื่อตรวจสอบ โดยอ้างว่าจะโอนคืนให้ทันทีเมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้น ผู้เสียหายโอนเงินไปรอบแรก และเตรียมจะยืมเงินญาติเพื่อโอนอีก แต่ไม่ทันได้โอนเงินไป เพราะญาติบอกว่านี่คือมิจฉาชีพ ผู้เสียหายจึงรีบแจ้งความทันที

จากการสืบสวนขยายผล พบว่าเงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าสู่บัญชีของ นายสุ รวม 80,000 บาท ตำรวจกองปราบสืบสวนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนายสุ เชื่อว่าผู้ต้องหาได้พักอาศัยอยู่บริเวณซอยรามอินทรา 65 จึงเฝ้าสังเกตการณ์และจับกุมตัวได้

นายสุ รับสารภาพเบื้องต้นว่าตนเองเป็นคนเปิดบัญชีธนาคาร และนำไปขายต่อให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง จำนวน 3 บัญชี ได้ค่าจ้างเพียงบัญชีละ 3,000 บาท (รวมเป็นเงิน 9,000 บาท) โดยไม่คาดคิดว่าบัญชีดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในกระบวนการฉ้อโกง กรรโชก และรีดเอาทรัพย์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามียอดเงินหมุนเวียน และมูลค่าความเสียหายผ่านบัญชีในชื่อของตนสูงถึง 980,000 บาท เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านบัว จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

>> รวบหนุ่มหัวใส เปิดบ้านออมเงิน ก่อนเงียบหนีหาย มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท

12.31 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายนา (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับฐาน “ฉ้อโกงประชาชน, กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

โดยจับกุมได้หน้าบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา โดยก่อนหน้านี้ มีผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า เล่นโซเชียล แล้วได้เจอโพสต์เชิญชวนโอนเงินร่วมลงทุน “ออมเงิน” อ้างรับดอกเบี้ยตอบแทน 20% ผู้เสียหายสนใจอยากลงทุน จึงทักแชทไปและมีการพูดคุยดึงเข้ากลุ่มไลน์ ที่มีสมาชิกกลุ่มประมาณ 266 คน ผู้เสียหายโอนเงินไปหลายครั้งในช่วงเดือน ก.พ. – ส.ค. 2567 เป็นจำนวนเงินรวม 170,000 บาท ซึ่งได้รับดอกเบี้ยจากการออมเงินตามปกติ แต่เมื่อถึงเดือน ก.ย. 2567 นายนาส่งข้อความแชทกลุ่มไลน์ฯระบุว่า “ช่วงนี้ยุติการออมก่อนนะครับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. 2567 ยังไม่มีนายทุนเข้ามา อ้างว่ามีการสำรองเงินไปทั้งหมด 10 ล้านบาท ขอเวลา 3 - 7 วัน ในการแก้ไขปัญหา ขอโทษทุกคนด้วยครับ” หลังจากนั้นผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อกับไลน์ดังกล่าวได้อีกเลย โดยในคดีนี้กลุ่มผู้เสียหายได้แจ้งความในพื้นที่ต่างๆ เช่น กก.1 บก.ป., กก.5 บก.ป., สภ.แสนสุข ชลบุรี มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 10 ล้านบาท

หลังสืบสวน เจ้าหน้าที่ตามจับกุมนายนาได้ ซึ่งนายนายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริง แต่ปฏิเสธ โดยให้การว่าธุรกิจที่ทำมีปัญหา ไม่สามารถหมุนเงินมาจ่ายดอกเบี้ยให้แก่กลุ่มผู้เสียหายได้ กำลังหาเงินทยอยคืนเงินให้กลุ่มผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีต่อไป

>> อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ เร่งสกัดไฟป่า พบเสียหายกว่า 40 ไร่ อุปสรรคหน้าผาสูง-ลมแรง

13.21 น. นายกันย์ จำนงค์ภักดี หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการเชิงพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลดาวเทียม Suomi NPP เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา พบจุดความร้อน (Hotspot) รวมทั้งสิ้น 11 จุด แบ่งเป็นรอบเช้า 4 จุด และรอบบ่าย 7 จุด ในพื้นที่บริเวณบ้านปง หมู่ 8 ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

จากการส่งชุดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบ พบว่าจุดความร้อนทั้งหมดเป็นไฟกลุ่มเดียวกัน จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่รวม 12 นาย จาก 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่ตะไคร้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ และเจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาพื้นที่ห้วยลานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการดับไฟตั้งแต่เวลา 10.15 น. จนถึงเวลา 22.30 น. จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นพื้นที่ป่าเต็งรัง ได้รับความเสียหายรวม 40 ไร่ โดยคาดการณ์สาเหตุว่าเกิดจากการลักลอบเผาเพื่อเก็บหาของป่า
อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานภาคพื้นดินเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหน้าผาสูงชันและมีลมพัดแรงตลอดเวลา ทำให้ยังไม่สามารถดับไฟได้สนิท 100% ในบางจุด เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งทำแนวกันไฟเพื่อล้อมกรอบพื้นที่ไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้าง และยังคงปักหลักเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

>> พรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์จี้รัฐ เร่งล่าผู้บงการลอบยิง “สส.กมลศักดิ์” เสนอ นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดนใต้

13.26 น. พรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์กรณี กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ถูกคนร้ายลอบยิงหน้าบ้านพักใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้คนขับรถและตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ และอาจมีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งขยายผลสืบสวนหาตัวผู้สั่งการ รวมถึงแถลงความคืบหน้าคดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

แถลงการณ์ยังเสนอให้นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตรวจสอบสถานการณ์จริงและสั่งการเร่งรัดคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทบทวนบทบาทและโครงสร้างการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยและกระบวนการยุติธรรม โดยย้ำว่าคดีนี้ต้องสาวถึงผู้จ้างวานและเครือข่ายทั้งหมด ไม่ควรหยุดเพียงผู้ปฏิบัติการเท่านั้น พร้อมเร่งรัดตรวจสอบทุกคดีความไม่สงบในพื้นที่

>> รถโม่ปูนเสียหลักหลุดโค้งสะพานกลับรถตกลงมา รถเก๋งขับมาพอดีพุ่งชนซ้ำพังยับทั้ง 2 คัน

14.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถโม่ปูนเสียหลักตกจากสะพานกลับรถ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เหตุเกิดบนถนนเทพรัตน ( ถนนบางนา-ตราด ) ขาเข้า ช่องทางด่วน หลักกิโลเมตรที่ 31 ขามุ่งหน้ากรุงเทพฯ ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุ บน ถนนบางนา-ตราด เลนซ้ายสุดในช่องทางด่วน เจ้าหน้าที่ พบ รถบรรทุก 10 ล้อ โม่ปูน ตกลงมาจากสะพานเกือกม้าที่มีความสูงกว่า 10 เมตร อยู่ในสภาพพังยับเยินแทบกลายเป็นเศษเหล็ก โดย พบ ผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส อยู่บริเวณข้างรถ เป็น ชาย 1 ราย อายุ 51 ปี เป็นโชเฟอร์รถโม่ปูนคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วนก่อนนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

โดยในจุดเกิดเหตุยัง พบ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีแดง สภาพด้านหน้าเสียหายพังยับ หลังจากที่ขับผ่านมาในขณะที่รถโม่ปูนตกลงมาพอดีจึงพุ่งชนจนรถเสียหาย แต่ยังโชคดีที่คนขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สอบถาม คนขับรถเก๋งสีแดง เล่านาทีเฉียดตายให้ฟังว่า ตนเองขับรถมาจากพัทยา กำลังมุ่งหน้าเข้าบางพลี โดยขับมาในเลนซ้ายของช่องทางด่วน พอถึงที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียดังสนั่นคล้ายกับมีรถชนอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นก็สังเกตเห็นว่ามีสิ่งของกระเด็นตกจากสะพานด้านบน จึงตัดสินใจหักออกขวา จนทำให้รอดหวุดหวิดจากการถูกรถหล่นลงมาทับดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนต่อไป

>> ด่านศุลกากรมุกดาหาร ตรวจยึดกล่องใส่ลูกเจี๊ยบเถื่อน คาด ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

16.42 น. เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์มุกดาหารร่วมกับด่านศุลกากรมุกดาหาร และฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จับกุมรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน จ.นครราชสีมา บริเวณพื้นที่ตำบลนาสะอาด อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร หลังได้รับเบาะแสอาจมีการลักลอบนำเข้าหรือขนสินค้าปศุสัตว์เถื่อนในเขตชายแดนจังหวัดมุกดาหาร

จากการตรวจค้นพบ ลูกไก่ไข่ จำนวน 360 กล่อง ประมาณ 36,000 ตัว กล่องบรรจุสัตว์ระบุบแหล่งที่มาจากต่างประเทศ (ภาษาเวียดนาม) ไม่มีเอกสารหลักฐานการนำเข้าสัตว์และหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ มีฐานความผิดมาตรา 31 และ 22 พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และ มาตรา 242 พระราชบัญญัติศุลกากร 2560

สอบถามผู้ขับขี่ (ขอสงวนนาม ) ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างให้ขนส่งลูกไก่จากพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อนำไปส่งยังจังหวัดอำนาจเจริญ โดยไม่ทราบรายละเอียดแหล่งที่มาของสินค้าอย่างชัดเจน เนื่องจากผู้ว่าจ้างเป็นผู้นำสินค้ามาใสรถบรรทุกเอง

ด่านศุลกากรมุกดาหารดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องและด่านกักกันสัตว์มุกดาหารดำเนินการสั่งกักสัตว์ของกลางและเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป

>> โฆษก กอ.รมน. เร่งสอบปม 'รถหลวง' พัวพันคดียิง ส.ส.พรรคประชาชาติ หากพบความผิดฟันไม่เลี้ยง

17.46 น. พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคประชาชาติได้แถลงข่าวเกี่ยวกับรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ว่าเกี่ยวข้องกับ กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 69 ระบุว่า

กอ.รมน.ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เร่งติดตามสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการทำงานเชิงรุก และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในส่วนของประเด็นที่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ของ กอ.รมน. ในเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดย กอ.รมน.ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความถูกต้องเป็นสำคัญ หากพบว่ามีการใช้ทรัพยากรของทางราชการโดยไม่ถูกต้อง จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น

โดยนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้สั่งการผ่านเลขาธิการ กอ.รมน. ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการปฏิบัติอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อเร่งคลี่คลายคดีและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว

กอ.รมน. ยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ในการดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนในการติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และงดการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อป้องกันความสับสนและผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

>> บุกค้นโกดังขนาดใหญ่ย่านบางพลี กักเก็บสินค้าปลอม น้ำยาฆ่าเชื้อยี่ห้อดัง ขายเกลื่อนออนไลน์ ของกลางกว่าหมื่นชิ้น

18.02 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., ว่าที่ พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผกก.1 บก.ปอศ. สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ท.วิสศรุษฏ์ ไทยจันอัด สว.กก.1 บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ดำเนินการเข้าตรวจค้นอาคารเก็บสินค้า ในพื้นที่ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตามหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมตรวจยึดของกลางในความผิดฐาน “มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร” โดยตรวจค้นพบ หญิงสาวคนหนึ่ง แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากตัวแทนผู้เสียหายว่า มีร้านค้าออนไลน์ลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้า จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าอาคารดังกล่าวเป็นสถานที่กักเก็บสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการเข้าทำการตรวจค้น เมื่อไปถึงพบ นางสาวกมลธิดาฯ แสดงตัวเป็นผู้ดูแลอาคารเก็บสินค้า ผลการตรวจค้นพบของกลาง ได้แก่ น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ปลอมเครื่องหมายการค้า, เจลอาบน้ำที่ปลอมเครื่องหมายการค้า, ลำโพง, รองเท้า และหมวกแก็ปที่ปลอมเครื่องหมายการค้า รวมจำนวน 6 รายการ รวมทั้งสิ้น 9,723 ชิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น หญิงสาวคนดังกล่าว ให้การว่า ของกลางที่ตรวจยึดเป็นทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งไม่อยู่ในสถานที่ดังกล่าว

>> ศาลฯ อนุญาตให้ประกันตัว “สามารถ” คดีฟอกเงิน

18.04 น. นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความชื่อดัง ได้แจ้งข้อมูลแก่สื่อมวลชนผ่านทางกลุ่มไลน์ ระบุว่า ภายหลังจากที่ได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว นายสามารถ ผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีดิไอคอนกรุ๊ป ศาลอาญาได้มีการเรียกไต่สวนคำร้องดังกล่าวในวันนี้ เพื่อพิจารณาเหตุผลและหลักประกันในการขออำนาจปล่อยตัวชั่วคราว

ภายหลังการไต่สวน ศาลอาญาได้พิจารณาแล้วมีคำสั่ง “อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว” นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช โดยพิจารณาตามพยานหลักฐานและหลักประกันที่ทางทีมทนายความได้ยื่นต่อศาล ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในกระบวนการต่อสู้คดีของฝั่งผู้ต้องหา หลังจากที่ถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

>> ผู้ว่าฯ น่าน ขานรับข้อสั่งการปลัดมหาดไทย ดำเนินคดีมือเผาแล้ว 12 คดี มุ่งแก้วิกฤตฝุ่นควัน บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

19.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดในการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อผู้ที่ฝ่าฝืนจุดไฟเผาป่าหรือพื้นที่ทางการเกษตรเพื่อรับมือวิกฤตฝุ่นควันในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ได้รับรายงานจาก นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เกี่ยวกับการเร่งดำเนินคดีกับผู้ที่ลักลอบเผาในที่โล่งแจ้ง ทั้งในเขตพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งได้กำชับนายอำเภอทั้ง 15 อำเภอ ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสถานีตำรวจภูธรในสังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน เพื่อจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดฐานเผาขยะหรือเศษใบไม้ริมทางสาธารณะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจราจรและสร้างมลพิษทางอากาศ รวมทั้งสิ้น 12 คดี แบ่งเป็น อ.เมืองน่าน 1 คดี, อ.ภูเพียง 1 คดี, อ.ท่าวังผา 2 คดี, อ.ปัว 2 คดี, อ.เวียงสา 3 คดี, อ.นาน้อย 2 คดี และ อ.นาหมื่น 1 คดี เพื่อจัดการกับสาเหตุของปัญหาอย่างเด็ดขาด เพราะเพียงเกิดเหตุจุดใดจุดหนึ่ง มันจะลามและบานปลายไปส่งผลกระทบในวงกว้าง เราต้องอุดช่องโหว่เหล่านั้น

“และที่สำคัญ ตนได้เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอให้ได้ติดตามข้อมูลการรายงานจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) ทางดาวเทียม Gistda หากมีจำนวนน้อย ก็ต้องรักษาสภาพไม่ให้เพิ่มมากขึ้น และทำทุกวิถีทางให้น้อยลงจนหมดไป แต่หากพื้นที่ใดมีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น ก็ต้องดำเนินมาตรการทุกมาตรการ “หาสาเหตุให้พบ” และจัดการกับสาเหตุนั้น เพื่อเร่งคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด ทำให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุดตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย”

>> ชายต่างชาติ ขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้า เสียชีวิต จ.ชลบุรี

20.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนนาเหมือง ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยฯรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีดำ-เขียว หมายเลขทะเบียน ชลบุรี สภาพด้านหน้าพังเสียหายอย่างหนัก มีร่องรอยพุ่งชนเสาไฟฟ้าอย่างรุนแรง ใกล้กันพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัสบริเวณศีรษะ และไม่พบสัญญาณชีพ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตนานกว่า 40 นาที แต่ไม่เป็นผล แพทย์ยืนยันเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบพบว่าคอหัก ทราบต่อมาคือ ผู้ชาย อายุ 65 ปี สัญชาติอังกฤษ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และจะดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียดต่อไป

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ กลางถนนแสงชูโต หนุ่มน้อยวัย 20 ปีเจ็บสาหัส และได้เสียชีวิตที่ รพ.

21.15 น. มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี (พ้งไล้ 36) ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนแสงชูโต บริเวณทางกลับรถหน้าหมวดทางหลวงบ้านโป่ง ม.11 ต.หนองอ้อ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ล้มคว่ำสภาพหน้ารถพังเสียหาย ใกล้กันพบรถกระบะ โตโยต้า สีขาว สภาพท้ายรถมีร่องรอยการชนเสียหาย ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 20 ปี อาการสาหัสทางเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือ และมอบให้รถกู้ชีพ รพ.ซานคามิลโล นำส่ง รพ.บ้านโป่ง และรับแจ้งว่า ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง

>> แผ่นดินไหวขนาด 3.8 ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา

23.32 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.8 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 260 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...