ราชทัณฑ์แจง “เอกชัย หงส์กังวาน” คดี ม.110 อาการทั่วไปปกติ ดูแลใกล้ชิดตามมาตรฐานสากล
ตามที่นายเอกชัย หงส์กังวาน จำเลยในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 เคยถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 โดยขณะนั้นมีประวัติป่วยด้วยโรคฝีในตับ ได้เข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี จนกระทั่งแพทย์เห็นว่า ขนาดฝีลดลงจนเหลือแต่ร่องรอยแผลในตับ ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจแพทย์จึงให้หยุดยาปฏิชีวนะได้ เดือนธันวาคม 2566 แพทย์ติดตามอาการและนัดอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลราชวิถีอีกครั้ง ในช่วงเดือนมีนาคม 2567 ซึ่งต่อมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 นายเอกชัยฯ ได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษจำคุกไปแล้ว นั้น
กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า นายเอกชัยฯ กลับเข้าคุมขังอีกครั้งในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และย้ายไปคุมขังยังเรือนจำกลางคลองเปรม โดยช่วงที่รับตัวแรกรับเข้าคุมขังเรือนจำมีการตรวจร่างกายพบว่า สัญญาณชีพและอาการทั่วไปปกติ จากการซักถามประวัติการเจ็บป่วยในอดีตพบว่า นายเอกชัยฯ เคยป่วยเป็นโรคฝีในตับ โดยไม่พบประวัติการรักษาต่อเนื่องของนายเอกชัยฯ ระหว่างอยู่ภายนอกเรือนจำ อย่างไรก็ตามเพื่อให้ผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยที่อยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ส่งตัวนายเอกชัยฯ ไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 นายเอกชัยฯ ได้รับการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen) โดยละเอียด ผลการตรวจพบเพียงภาวะตับและม้ามโตเล็กน้อย ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้แจ้งผลให้นายเอกชัยฯ ทราบโดยตรง และมีความเห็นว่าอาการดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย สามารถกลับไปคุมขังและดูแลต่อเนื่องที่เรือนจำกลางคลองเปรมได้ตามปกติ ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ทีมแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะได้เข้าตรวจวินิจฉัยกรณีปัสสาวะบ่อยและไม่พุ่ง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลการตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis) และผลตรวจเลือดหาค่าบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) พบว่า “ปกติ” ไม่พบการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน และไม่มีภาวะอักเสบรุนแรง แพทย์ได้ให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองด้วยวิธีฝึกกลั้นปัสสาวะ (Bladder Training) พร้อมจัดยา Alfuzosin PR (ขนาด 20 mg) ให้รับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือน เพื่อบรรเทาอาการและช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ แพทย์เฉพาะทาง จึงมีความเห็นส่งตัวนายเอกชัยฯ กลับไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 โดยมีพยาบาลวิชาชีพประจำเรือนจำกลางคลองเปรมดูแลอย่างใกล้ชิด
กรมราชทัณฑ์ได้วางแผนการรักษาในระยะยาว โดยมีการนัดหมายติดตามอาการอีกครั้งในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เพื่อตรวจปัสสาวะและวัดปริมาณปัสสาวะตกค้าง (PVR) ประเมินประสิทธิภาพการรักษาอย่างเป็นระบบ กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า นายเอกชัยฯ ยังคงสามารถช่วยเหลือตนเองและทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่พยาบาลและทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOPs) และหลักสิทธิมนุษยชน
กรมราชทัณฑ์ขอให้สังคมเชื่อมั่นว่า การดูแลผู้ต้องขังทุกคนเป็นไปตามมาตรฐานการแพทย์และระเบียบของทางราชการ โดยคำนึงถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้ต้องขังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด