โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝุ่นยังคลุมเหนือ ไฟป่ายังปะทุ ทำความรู้จัก 'เผาควบคุม' เครื่องมือที่รัฐใช้สกัดไฟใหญ่

SpringNews

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือของไทยยังคงน่าเป็นห่วงในปี 2569 หลายพื้นที่เผชิญค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่อง ขณะที่ไฟป่ายังคงเกิดขึ้นซ้ำซากในช่วงฤดูแล้ง กลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตที่กระทบทั้งสุขภาพประชาชนและระบบนิเวศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความพยายามแก้ปัญหา หนึ่งในมาตรการที่ถูกหยิบมาใช้และถูกตั้งคำถามมากที่สุด คือ 'การใช้ไฟควบคุม' หรือที่หลายคนคุ้นในชื่อ 'ชิงเผา' ซึ่ง กรมป่าไม้ ออกมายืนยันว่าเป็นการดำเนินงานตามหลักวิชาการและอยู่ภายใต้แผนอย่างเป็นระบบ

แม้มาตรการนี้อาจฟังดูขัดแย้งในตัวเอง เพราะใช้'ไฟ' เพื่อแก้ 'ไฟป่า' แต่ในทางวิชาการกลับถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า โดยเฉพาะ 'ป่าเต็งรัง' ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีการสะสมของใบไม้แห้งและกิ่งไม้จำนวนมากในฤดูแล้ง จนกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่จัดการ เมื่อเกิดไฟขึ้นจริง มักลุกลามรวดเร็วและรุนแรง ควบคุมได้ยาก และปล่อยควันจำนวนมหาศาล

'เผาควบคุม' คืออะไร?

'เผาควบคุม' (Controlled Burning) คือการจุดไฟเผาในพื้นที่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ภายใต้แผนงานและการควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อกำจัดเชื้อเพลิงส่วนเกินในป่า เป้าหมายคือการลดความเสี่ยงของการเกิดไฟป่าขนาดใหญ่ในอนาคต แนวคิดหลักคือ 'เผาเล็ก เพื่อป้องกันไฟใหญ่' ซึ่งแม้จะก่อให้เกิดควันในระยะสั้น แต่มีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบที่รุนแรงกว่าในระยะยาว

กระบวนการทำงาน ไม่ใช่การเผาแบบไร้ทิศทาง

การชิงเผาไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่เป็นกระบวนการที่ต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ตามที่ กรมป่าไม้ ชี้แจง เจ้าหน้าที่จะเริ่มจากการสำรวจพื้นที่เสี่ยง ประเมินปริมาณเชื้อเพลิง และกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมก่อนเข้าสู่ฤดูไฟป่า เช่น ช่วงที่ความชื้นยังอยู่ในระดับที่ควบคุมไฟได้ จากนั้นจะมีการจัดทำแนวกันไฟเพื่อจำกัดพื้นที่ไม่ให้ไฟลุกลามออกนอกแปลงที่กำหนด ระหว่างดำเนินการจะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมอย่างใกล้ชิด พร้อมอุปกรณ์รับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และกำหนดให้เผาเพียงวันละ 1 แปลง เพื่อลดผลกระทบต่อค่าฝุ่น PM2.5

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ ซึ่ง กรมป่าไม้ ระบุว่ามีการจ้างประชาชนเข้ามาช่วยควบคุมไฟและเฝ้าระวังการลุกลาม ถือเป็นการสร้างทั้งความปลอดภัยและความเข้าใจร่วมกันในระดับพื้นที่

ตัวเลขการดำเนินงาน กับคำถามเรื่อง 'คุ้มค่าหรือไม่'

ข้อมูลจาก กรมป่าไม้ ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2569 มีแผนดำเนินการเผาควบคุม 525 แปลง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 52,000 ไร่ และดำเนินการไปแล้วมากกว่า 40,000 ไร่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับพื้นที่ป่าสงวนทั้งหมดของประเทศซึ่งมีมากถึง 59.68 ล้านไร่ การดำเนินงานดังกล่าวคิดเป็นไม่ถึง 1%

ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการใช้ไฟควบคุมยังอยู่ในขอบเขตจำกัด แต่ก็เพียงพอที่จะจุดคำถามจากสังคม โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่นพุ่งสูง ว่าการ 'เผา' ไม่ว่าจะมีการควบคุมหรือไม่ จะยิ่งซ้ำเติมปัญหามลพิษทางอากาศหรือไม่

ไฟ ปัญหาหรือคำตอบ?

นี่คือโจทย์ใหญ่ของการจัดการสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เพราะหากไม่จัดการเชื้อเพลิงเลย ความเสี่ยงของไฟป่ารุนแรงก็จะเพิ่มขึ้น และอาจปล่อยควันในปริมาณที่มากกว่า แต่หากเลือกใช้การเผาควบคุม ก็ต้องยอมรับผลกระทบด้านฝุ่นในระยะสั้น

คำตอบจึงอาจไม่ใช่การเลือก 'เผา' หรือ 'ไม่เผา' อย่างใดอย่างหนึ่ง หากแต่เป็นการออกแบบวิธีการที่เหมาะสมที่สุด ภายใต้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การควบคุมที่โปร่งใส และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ในวันที่อากาศยังขมุกขมัว และไฟป่ายังไม่หมดไป 'เผาควบคุม' จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ต้องถูกใช้อย่างระมัดระวัง เพราะปลายทางของเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่การดับไฟ แต่คือการรักษาสมดุลระหว่าง 'ป่า' และ 'ลมหายใจของผู้คน'

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...