โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Flea จากอดีตมือเบส Red Hot Chili Peppers สู่การเป็นนักดนตรีแจ๊ซ ที่มีอัลบั้มเดี่ยวเป็นของตัวเองครั้งแรกในวัย 63

Mirror Thailand

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ก่อนหน้านี้ น้อยคนอาจจะรู้ว่า ‘Michael Peter Balzary’ หรือ ‘Flea (ฟลี)’ อดีตมือเบสวงร็อกในตำนานอย่าง Red Hot Chili Peppers นั้นหลงรักการเป่าทรัมเป็ตมาตั้งแต่เด็กๆ แบบที่เขาเองก็ยังจำได้ว่าถึงขนาดวางทรัมเป็ตไว้บนเตียงแล้วเดินออกจากห้องนอนเข้าๆ ออกๆ เพื่อที่จะได้เปิดประตูมาและเห็นไอ้ความแวววาวของมันอีกซ้ำๆ อยู่แบบนั้น ราวกับเด็กเห่อของใหม่

เพราะช่วงเวลาในวัยเด็กของ Flea ไม่ได้สวยงามเท่าไรนัก เขาเกิดที่ออสเตรเลีย โตมากับครอบครัวที่มีปัญหายาเสพติด อยู่กับพ่อเลี้ยงผู้เป็นนักดนตรีแจ๊ซที่ใช้ความรุนแรง แต่ขณะเดียวกันมันก็นำพาอิทธิพลของดนตรีเเจ๊ซให้หล่อหลอมอยู่ภายในตัวเขาด้วย ซึ่งทุกวันในห้องนั่งเล่นบ้านเขาจะมีดนตรี Bebop Jazz ที่พ่อกับเพื่อนๆ มักมาเล่นแจมกัน และมีทรัมเป็ตเป็นเครื่องมือที่เขาทั้งใช้หนีจากชีวิตจริง ทั้งทั้งช่วยปลดปล่อยเขาไปสู่โลกที่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้จัก

“ชีวิตผมในวัยเด็กค่อนข้างน่ากลัว เต็มไปด้วยปัญหา ไม่มีอะไรเข้าที่เข้าทางเลยสักอย่าง แต่ดนตรีแจ๊ซช่วยกู้ชีวิตผมขึ้นมาได้” Flea เล่าให้ Los Angeles Times ฟัง ในโอกาสที่โซโล่อัลบั้มของเขาเพิ่งปล่อยออกมาหมาดๆ เมื่อสัปดาห์ก่อน

ไม่ใช่อัลบั้มเพลงร็อก แต่เป็นเพลง ‘แจ๊ซ’ ครั้งแรกในชีวิตของอดีต ‘ร็อกสตาร์’ วัย 63 ที่ได้ใช้เครื่องดนตรีที่หลงใหลมันมาตลอดอย่างทรัมเป็ตเล่าเรื่องแบบ ‘ดิบ’ ‘บ้านๆ’ และ ‘ไม่เอาไหนเลย’ แบบที่เขาว่า

“แต่ผมก็รักมันมากๆ”

Flea ยอมรับว่าเขาไม่ได้ศึกษาหรือมีความรู้อะไรเกี่ยวกับแจ๊ซเยอะขนาดนั้น ไม่ได้พยายามที่จะต้อง ‘เจ๋ง’ หรือเป็น ‘ตำนาน’ อย่างที่เขาและวง Red Hot Chili Peppers เคยทำไว้ในอดีต

“ผมแค่รู้ว่าจะเล่นยังไงให้มันสวยงาม” นี่เองที่ทรัมเป็ตและเเจ๊ซกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเขาในวันนี้

ตอนที่ Flea เป็นเด็กและเริ่มหยิบทรัมเป็ตมาเล่น เขาบอกว่าไม่ได้มีอะไรง่ายเลย “เห้ย ไมกี้แม่งเป่าทรัมเป็ตเป็นด้วยว่ะ” เพื่อนๆ มักจะล้อเขาแบบนั้น “ผมที่เป็นเด็กประหลาดและขี้อาย ก็เลยเป็นที่รู้จักในหมู่เพื่อนๆ”

“ผมกดดันมากเลยนะกับการเล่นเเจ๊ซในฐานะนักทรัมเป็ต นักดนตรีเเจ๊ซตัวจริงอาจจะมองผมด้วยความเหยียดๆ ว่า ‘มึงเป็นนักดนตรีร็อกไม่ใช่เหรอ’ เพราะนักดนตรีแจ๊ซจริงๆ เขาจะรู้จักแจ๊ซทั้งสำเนียง ภาษา ทั้งทฤษฎีความรู้อะไรต่างๆ ที่ผมไม่เคยมีโอกาสได้เรียนเลยตอนผมเป็นเด็ก”

“ผมโตมากับพ่อเลี้ยง กับเพื่อนๆ ของเขาที่เป็นนักดนตรีแจ๊ซ พวกเขามองว่าดนตรีร็อกคือขยะดีๆ นี่เอง แล้วนักดนตรีร็อกก็เล่น ‘ดนตรีจริงๆ’ ไม่เป็นหรอก ซึ่งเด็กหัวขบถอย่างผมก็เลยแบบ โอเค งั้นกูไม่เล่นหรอกทรัมเป็ต กูจะเล่นเบสเว้ย!”

นั่นเองที่ทำให้ความสัมพันธ์และความรู้สึกระหว่าง Flea กับทรัมเป็ตค่อนข้างซับซ้อน ลึกๆ แล้วมันทำให้เขามองหากลุ่มคนที่จะเข้าใจสิ่งที่เขาชอบและสิ่งที่เป็นมาตลอด เมื่อเขาหันหลังให้ทรัมเป็ต ย้ายมาอยู่ลอส แอนเจลิส เล่นเบส และสร้างตำนานการเป็นวงร็อกอันโด่งดังไปทั่วโลกให้กับ Red Hot Chili Peppers ในช่วงปี 80s ตลอด 40 กว่าปีที่ผ่านมา หลังจากจบโชว์หรือทัวร์คอนเสิร์ต เขามักจะหยิบทรัมเป็ตออกจากระเป๋ามาเล่นคนเดียวเงียบๆ เสมอเวลาที่อยู่ลำพังในห้องพักโรงแรม ทรัมเป็ตทำให้ ‘ร็อกสตาร์’ อย่างเขาถ่อมเนื้อถ่อมตัวลง แม้เขาจะมีความคิดอยู่ลึกๆ ว่าตัวเองไม่มีวัน ‘ดีพอ’ สำหรับดนตรีแจ๊สอยู่ตลอดเวลา

“ผมมักจะคิดว่ายังหรอก มันยังไม่ดีพอ” เขาบอก

“ทรัมเป็ตเป็นเครื่องดนตรีที่เรียกร้องความพยายามค่อนข้างเยอะ ต่างกับเบสที่คุณไม่ต้องเล่นมันพักใหญ่ๆ แล้วจะกลับมาเล่นมันอีกทีเมื่อไหร่ก็ยังได้ แต่ทรัมเป็ตน่ะ คุณต้องใช้เวลาเป่าเป็นอาทิตย์เลย กว่าจะได้เสียงที่ดีพอ นั่นยังไม่นับเรื่องทฤษฎีอะไรอีกเยอะแยะนะที่ทำให้เสียงออกมาแตกต่างกัน มันเป็นส่วนหนึ่งของดนตรีที่ต้องใช้ทั้งสมองและปัญญา ต้องใช้ทั้งความชำนาญ กับจิตใจอันเข้มแข็งที่จะเล่นมันเหมือนกันนะ”

ก่อนหน้าวันเกิดปีที่ 60 Flea มีโอกาสได้ไปดูโชว์ของศิลปิน Thundercat และ Kamasi Washington คอมโพเซอร์-นักดนตรีแจ๊ซผิวดำชาวลอส แอนเจลิส เป็นจุดที่ทำให้เขาเปลี่ยนความคิดที่มีต่อแจ๊ซตั้งแต่นั้น

“มันเป็นความรู้สึกของความ ‘บ้านๆ‘ ในดนตรีแจ๊ซ เหมือนคุณไม่ใช่แค่ได้ยินมัน แต่คุณรู้สึกถึงมัน และสัมผัสมันได้”

“เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เเจ๊ซสำหรับผมเหมือนเป็นชุดความรู้ เหมือนกับการไปเข้าโรงเรียนอะไรสักอย่างที่ได้ความรู้ แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไรกับมัน ไม่ได้ทำให้ผมอยากพุ่งตัวออกไป ร้องตะโกน ร้องไห้ หรือหัวเราะกับมันได้เลย”

มุมมองเกี่ยวกับแจ๊ซของ Flea เปลี่ยนไป และทำให้เขาหลงรักมันมากขึ้นกว่าเดิมหลังจากค้นพบความอิสระทางดนตรีนั้น “แจ๊ซอยู่ในหัวผมมาตลอด เป็นความฝันของผมที่จะเล่นเเจ๊ซให้เจ๋งที่สุดทั้งในจิตใจและจิตวิญญาณ”

เมื่อตัดสินใจเเน่วแน่แล้ว เขาก็ฝึกทรัมเป็ตทุกวันตลอด 2 ปี จนกระทั่งบอกตัวเองว่าจะทำอัลบั้มแจ๊ซของตัวเองให้ได้สักชุด ไม่ต้องเจ๋ง แค่เป็น ‘ในแบบที่มันเป็น’ ออกมาเป็นสตูดิโออัลบั้มแรกชื่อ ‘Honora’ ส่วนผสมอันกลมกล่อมของเครื่องดนตรี 2 อย่างซึ่งประกอบสร้างความเป็นเขามาตลอด นั่นคือ ‘เบส’ และ ‘ทรัมเป็ต’

Honora บรรจุทั้งเพลงใหม่ที่เขาโซโล่เองหมด ทั้งฟีเจอริ่งกับศิลปินตัวพ่อ หนึ่งในนั้นคือ Thom Yorke แห่งวง Radiohead รวมถึงการนำเพลงฮิตของ Glen Campbell อย่าง Wichita Lineman มาเล่าเรื่องใหม่ ซึ่งได้ Nick Cave มาร่วมขับร้อง พร้อมกับนักดนตรีมากฝีมืออีกเพียบ แถมยังมีลูกสาวของเขา Clara Balzary มาช่วยออกแบบวิชวลและกำกับ MV ให้ด้วย

มันเป็น ‘แจ๊ซในแบบของเขา’ อย่างที่ว่าจริงๆ บางเพลงเปิดมาด้วยดนตรีอาวอง-การ์ด ดนตรีทดลอง บางเพลงฟังม่วนๆ ชวนขยับแข้งขา บางเพลงชวนเหงาๆ เศร้าๆ บางเพลงลึกซึ้งโรแมนติกเหมือน Miles Davis กับ Chet Baker แต่งงานกันแล้วคลอดลูกมาเป็นเขา ซึ่งทำให้เราคนฟังต้องยอมปล่อยใจ ปล่อยจอย ปล่อยให้เขาพาเราไปผจญภัยที่ไหนก็ได้ แล้วแต่เขาจะพาไป ที่แน่ๆ คือแจ๊ซในแบบของเขานั้นมันช่างจริงใจและถ่อมตัว

“สิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งตกผลึกเมื่อไม่นานมานี้เองคือ ‘จงเชื่อในสิ่งที่คุณรู้สึก’ สัญชาตญาณคือสิ่งสวยงามที่อยู่ในตัวเราทุกคนอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าคุณจะเชื่อมันหรือเปล่า แต่คุณก็มักจะไปมองหาการยืนยันจากคนอื่น ให้เขาบอกว่าสัญชาตญาณคุณน่ะมันดีไหม มันถูกต้องหรือเปล่า มาถึงตอนนี้ผมเชื่อในตัวเอง และผมก็จะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาบอกให้ผมเป็นคนอื่นอีกแล้วละ”

ชื่ออัลบั้ม Honora คือชื่อคุณทวดของ Flea เขาใช้รูปแม่ยายตัวเองมาเป็นปกอัลบั้ม และเขียนขอบคุณคู่ชีวิตคนปัจจุบันถึงการเป็น ‘ฐานที่มั่น’ ที่มั่นคงพอให้เขาได้ทำในสิ่งที่รัก ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด การทำอัลบั้มนี้เหมือนพาเขากลับไปเป็น ‘เด็กชายไมกี้’ คนที่บ้าเห่อทรัมเป็ตและอยากจะอยู่กับมันทุกวันคนนั้นได้อีกครั้ง

อ้างอิง

https://www.latimes.com/entertainment-arts/music/story/2026-03-25/flea-honora-new-album-feature-red-hot-chili-peppers-jazz

เครติดภาพ Gus Van Sant / NPR

บทความต้นฉบับได้ที่ : Flea จากอดีตมือเบส Red Hot Chili Peppers สู่การเป็นนักดนตรีแจ๊ซ ที่มีอัลบั้มเดี่ยวเป็นของตัวเองครั้งแรกในวัย 63

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...