โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

คันยุบยิบตามผิวหนัง ค้นสาเหตุเพื่อรักษา แก้ปัญหาตรงจุด

PPTV HD 36

อัพเดต 18 ส.ค. 2565 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2565 เวลา 23.00 น.
อาการคันตามผิวหนัง เรื่องเล็กที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเป็นต่อเนื่อง อาจเป็นแผลและติดเชื้อได้

อาการคันสามารถเกิดขึ้นได้ตามผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย อาจคันเพียงบริเวณเล็กๆ หรือคันทั่วร่างกาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ผิวแห้ง ผิวแตก เป็นขุย มีผื่นแดง ผื่นนูน หรือตุ่ม แผลพุพอง

แม้การเกาจะช่วยบรรเทาอาการคันได้บ้าง แต่หากเกาต่อเนื่องรุนแรงก็อาจส่งผลให้ผิวหนังระคายเคือง เป็นแผล และติดเชื้อได้ การหาสาเหตุจะช่วยแก้ปัญหาอาการ “คัน” ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

คันไม่ใช่เรื่องเล็ก!เช็กอาการ“ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง”โรคบั่นทอนคุณภาพชีวิต

โรคเชื้อราที่เล็บ ต้นเหตุทำให้เจ็บ คัน เล็บร่น แนะวิธีรักษา

สาเหตุของอาการคัน

อาการคันตามผิวหนังอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้

  • โรคทางผิวหนัง เช่น ลมพิษ กลาก เกลื้อน สะเก็ดเงิน หิด อีสุกอีใส ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ภาวะผิวแห้ง โรคผื่นระคายสัมผัส เป็นต้น
  • โรคทางระบบประสาท เช่น โรคเบาหวาน โรคงูสวัด โรคเส้นประสาทอักเสบ เป็นต้น
  • โรคหรือภาวะเจ็บป่วยบางชนิด เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรัง ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ไตวายเรื้อรัง โลหิตจาง มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือการมีพยาธิบางชนิดในร่างกาย
  • โรคทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า โรคย้ำคิดย้ำทำ
  • ระคายเคืองจากแมลงสัตว์กัดต่อย
  • ระคายเคืองจากภูมิแพ้ เช่น แพ้สารเคมี แพ้สารประกอบในสบู่ ผงซักฟอก และเครื่องสำอาง
  • ผลจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยากันชัก ยาแก้ปวดบางชนิด
  • การตั้งครรภ์ อาการคันมักเกิดบริเวณหน้าท้องหรือต้นขา กรณีผู้ป่วยโรคผิวหนัง อาจส่งผลให้อาการคันแย่ลงในช่วงตั้งครรภ์

"ไฝ" แบบไหนถึงน่ากลัว สัญญาณร้ายโรคมะเร็งผิวหนัง

อาการคันที่ควรพบแพทย์

  • อาการคันยุบยิบตามตัว ไม่มีผื่น คันทั่วทั้งร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาการคันไม่ดีขึ้นนานกว่า 2 สัปดาห์
  • คันมากจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • พบอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด

การวินิจฉัยและการรักษาอาการคัน

การวินิจฉัยอาการคัน แพทย์เริ่มจากการตรวจร่างกายและซักประวัติเพื่อหาสาเหตุและสาเหตุร่วมด้านอื่นๆ ก่อน เช่น การมีผื่นแดงนูนร่วมด้วย จากนั้นอาจมีการส่งตรวจอย่างอื่นเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด ตรวจภูมิแพ้ผิวหนัง หรือตรวจการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ กรณีอาการคันไม่รุนแรงสามารถบรรเทาอาการคันได้เอง ดังนี้

  • กดหรือตบเบาๆ บริเวณที่มีอาการคันแทนการเกา
  • ประคบเย็น บริเวณที่มีอาการคัน
  • รับประทานยาแก้แพ้
  • ทายาบรรเทาอาการคัน

ภูมิแพ้เฉียบพลันรุนแรงใน "เด็ก" รู้เท่าทันต้องรับมืออย่างถูกต้อง

การป้องกันอาการคัน

อาการคันอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางสาเหตุสามารถป้องกันได้ และบางสาเหตุเกิดจากผลกระทบของโรคและความเจ็บป่วย ซึ่งต้องพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี

สำหรับอาการคันที่ไม่ได้เกิดจากโรคหรือความเจ็บป่วยร้ายแรง อาจป้องกันได้ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดอาการคัน เช่น สารเคมี สบู่หรือผงซักฟอกบางชนิด
  • ไม่อาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน ซึ่งส่งผลให้ผิวแห้ง
  • ทาครีมบำรุงผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวไม่แห้งจนเกินไป อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
  • พยายามหลีกเลี่ยงการเกา เนื่องจากอาจทำให้หนังถลอกหรือเกิดการติดเชื้อ
  • ผู้ป่วยโรคต่างๆ ควรรับประทานยาและปฏิบัติตัวตามแพทย์แนะนำ

ภาวะคันจากโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นโรคผิวหนังที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใหญ่ 2-5% และเด็กมากถึง 10-20% ทั่วโลก เป็นภาวะเรื้อรังในระยะยาว โดยมีลักษณะเฉพาะเริ่มจากผิวแห้ง เป็นขุย ระคายเคือง แม้ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ ทั้งนี้ การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอก็ยังสามารถปกป้องผิวพรรณของเราได้เช่นกัน

ตากแดดนานมีผลเสีย เสี่ยงมะเร็งผิวหนัง-ต้อกระจก

อาการของภาวะคันจากโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่ส่งผลต่อผิวหนังบนใบหน้าและร่างกายของคนทุกวัย ทั้งทารก เด็ก และผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่มักเกิดในเด็กวัยก่อน 5 ปี และอาจคงอยู่ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่

อาการคันจากภาวะผื่นภูมิแพ้ผิวหนังนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปคืออาการผิวแห้ง เป็นขุย และระคายเคือง บางรายอาจมีอาการเรื้อรังเป็นๆ หายๆ หรืออาจหายไปหลายปีแล้วกลับมาเป็นอีกได้

นอกจากนี้ อาจมีอาการแสดงอื่นๆ ได้ ดังนี้

  • ผิวเป็นสะเก็ด หรือตุ่มพองขนาดเล็ก อาจติดเชื้อรอบแผล
  • คันตามผิวหนัง โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
  • ทารกต่ำกว่า 1 ปี มักเป็นผื่นบริเวณแก้ม แขน ขา และในบริเวณที่ใส่ผ้าอ้อม
  • เด็กวัยหัดเดินและก่อนวัยเรียน ส่วนใหญ่มีผื่นขึ้นบริเวณข้อต่อกระดูก เช่น ข้อมือ ข้อศอก หัวเข่า ข้อเท้า รวมถึงอวัยวะเพศ อาจมีลักษณะแข็ง หนา หยาบ และทำให้รู้สึกไม่สบายตัว
  • เด็กวัยเรียน มักปรากฎผื่นหนาบริเวณข้อศอกและหัวเข่า รวมถึงเปลือกตา ใบหู และศีรษะ มักพบรอยเกา ซึ่งผื่นผิวหนังในช่วงวัยเรียนอาจหายได้เองเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น
  • ผู้ใหญ่ พบผื่นผิวหนังหลายรูปแบบ อาจเกิดขึ้นเฉพาะส่วนหรือทุกส่วนพร้อมกัน ส่วนใหญ่เป็นผื่นแห้ง หนา และแข็ง

สาเหตุของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากพันธุกรรมโรคภูมิแพ้ เช่น โรคหืด และภูมิแพ้อากาศ โดยมีปัจจัยร่วม เช่น ภูมิต้านทานโรคต่ำ หรือภาวะร่างกายขาดโปรตีนที่ช่วยให้ผิวหนังกักเก็บน้ำ จนเกิดผิวหนังแห้ง แดง คัน ระคายเคือง และเกิดโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในที่สุด

ทั้งนี้ อาการคันและผื่นแดงอาจถูกกระตุ้นจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ดังนี้

  • สารเคมีในโลชั่นหรือสบู่
  • สารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร เชื้อรา และขนสัตว์
  • อากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่อากาศแห้ง
  • การอาบน้ำร้อน ทำให้ผิวแห้ง คัน และระคายเคือง
  • อาหารบางชนิด เช่น ไข่ ถั่วลิสง นม เป็นต้น
  • ความเครียด

การป้องกันโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

  • ทาครีมบำรุงผิว ให้ความชุ่มชื้นผิว ช่วยให้ผิวไม่แห้งจนเกินไป
  • เลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่มีน้ำหอม (No Perfumed) ไม่ใส่สาร Preservative หรือมีคำว่า No Preservative/For Sensitive Skin
  • เมื่อกลับจากข้างนอก ควรอาบน้ำล้างเหงื่อหรือฝุ่นออก เปลี่ยนเสื้อใหม่
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น
  • ใส่เสื้อผ้าที่นุ่มสบาย ไม่รัดรูปจนเกินไป
  • ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ และปิดบริเวณที่เป็นผื่นด้วยผ้าพันแผล รวมถึงสวมถุงมือก่อนนอน เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการเผลอเกาขณะนอนหลับ
  • หลีกเลี่ยงสารก่ออาการแพ้ต่างๆ ที่อาจทำให้อาการแย่ลง
  • ผ่อนคลายความเครียด เพราะความเครียดอาจส่งผลให้อาการแย่ลง
  • ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นภายในบ้าน
  • หากพบอาการไม่ทุเลาลง ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาและรับการรักษา

อาการคันสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การนอน ซึ่งการเกาเป็นเพียงวิธีบรรเทาอาการคันได้ระยะหนึ่ง แต่หากเกาอย่างรุนแรงหรือเกาเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิว เกิดอาการรุนแรงแทรกซ้อน รวมถึงอาจส่งผลต่อบุคลิกภาพได้ ดังนั้น หากรู้สึกคันโดยไม่ทราบสาเหตุ และแก้ไขเบื้องต้นแล้วแต่ไม่ได้ผล ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยหาสาเหตุ และรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ควรซื้อยารับประทานเองเด็ดขาด

ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก โรงพยาบาลสมิติเวช

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...