โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'จาม' เป็นใคร? จามสมัยอยุธยา ไม่ถูกกวาดต้อนจากเขมร | สุจิตต์ วงษ์เทศ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 27 ส.ค. 2566 เวลา 18.44 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2565 เวลา 06.00 น.
ภาพอยุธยาในปี ค.ศ.1665 วาดโดย Johannes Vingboons

จามบ้านครัวถูกกวาดต้อนแบบยกครัวมาจากกัมพูชา (ไม่ใช่เวียดนาม) โดยมีหลักฐานบอกไว้ในพระราชพงศาวดาร

แต่จามสมัยอยุธยาและก่อนหน้านั้นเป็นประชากรดั้งเดิมของภูมิภาคอุษาคเนย์ โดยมีรัฐของตนอยู่ในเวียดนามและลาว มีความสัมพันธ์กับรัฐก่อนอยุธยาและรัฐอยุธยา จึงมีชาวจามอยุธยาตั้งบ้านเรือนเป็นกลุ่มใหญ่อยู่คลองคูจามน้อย-คลองคูจามใหญ่ (ปัจจุบันเรียกคลองตะเคียน) และมีบทบาททางการเมืองในราชสำนักเป็น“อาสาจาม” สมัยอยุธยา จึงเป็นจามดั้งเดิมที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากราชสำนัก และไม่ได้ถูกกวาดต้อนมาจากไหน?

เรื่องเล่าจากชาวชุมชน (ในมติชนสุดสัปดาห์) มีข้อความบางตอนน่าสงสัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จามในไทย จะคัดข้อความส่วนนั้นมาแบ่งปันกันก่อน ดังนี้

“กองอาสาจามจากกัมพูชา
ชุมชนบ้านครัวตั้งอยู่ริมคลองแสนแสบ…

บรรพบุรุษของชาวบ้านครัว เป็นชาวมุสลิมจากอาณาจักรจามปา มีรกรากดั้งเดิมอยู่ในกัมพูชาและเวียดนาม ชาวจามมีความสามารถในการเดินเรือและการสงคราม พวกเขาอพยพและถูกกวาดต้อนเข้ามาอยู่ในสยามหลายระลอก ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา บางส่วนเป็นทหารอาสา ‘กองอาสาจาม'”

[คัดมาบางตอนจากพื้นที่เรื่องเล่าจากชาวชุมชน หัวข้อ “235 ปี แขกจามบ้านครัวสร้างพื้นที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม” ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 1-7 กรกฎาคม 2565 หน้า 19]

บ้านครัว หมายถึง ชุมชนที่ถูกกวาดต้อนจากเขมรมาหมดทั้งครอบครัวตั้งแต่ปู่ย่าตายายพ่อแม่ลูกหลานเหลน ชาวบ้านครัว (ริมคลองแสนแสบ) ถือตนเป็นจามและเป็นมุสลิมซึ่งถูกเกณฑ์มาจากเขมร (ไม่มาจากเวียดนาม) เป็นแรงงานสร้างกรุงเทพฯ ในแผ่นดิน ร.1 มีหลักฐานบอกในพระราชพงศาวดาร ดังนี้

“สร้างพระนคร เกณฑ์เขมร 10,000 เข้ามาขุดคลองคูพระนครด้านตะวันออก ตั้งแต่บางลำภูตลอดมาออกแม่น้ำข้างใต้เหนือวัดสามปลื้ม…… พระราชทานชื่อว่าคลองรอบกรุง…… แล้วขุดคลองหลอดจากคลองคูเมืองเดิม 2 คลอง ออกไปบรรจบคลองรอบกรุงที่ขุดใหม่ และขุดคลองใหญ่เหนือวัดสะแกอีกคลองหนึ่ง พระราชทานนามว่าคลองมหานาค เป็นที่สำหรับประชาชนชาวพระนครจะได้ลงเรือไปประชุมเล่นเพลงและสักระวาในเทศกาลฤดูน้ำ เหมือนอย่างครั้งกรุงศรีอยุธยาเก่า และวัดสะแกนั้น เมื่อขุดคลองมหานาคแล้ว พระราชทานนามเปลี่ยนใหม่ว่าวัดสระเกศ และขอแรงเขมรที่เข้ามาขุดคลองให้ช่วยขุดรากทำพระอุโบสถใหม่ด้วย”

[จากหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) พิมพ์โดยไทยควอลิตี้บุ๊คส์ (2006) พ.ศ.2562 หน้า 56]

อาสาจามสมัยอยุธยา

เรื่องเล่าจากชาวชุมชน บอกว่าชาวจาม “ถูกกวาดต้อนเข้ามาอยู่ในสยามหลายระลอก ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา บางส่วนเป็นทหารอาสา ‘กองอาสาจาม'”

ครั้นตรวจสอบหลักฐานวิชาการแล้วพบดังนี้

1. การกวาดต้อนชาวจามจากที่ต่างๆ สมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่เคยพบหลักฐาน

2. “อาสาจาม” ในกรุงศรีอยุธยา ไม่เคยพบหลักฐานว่าเป็นชาวจามถูกกวาดต้อนมาจากที่ไหน? ไม่ว่าจากเขมรหรืออื่นๆ

จาม เป็นชื่อทางวัฒนธรรม หมายถึงประชากรของรัฐจามปาในเวียดนาม ราวหลัง พ.ศ.1000 ซึ่งมีบรรพชนเป็นกลุ่มคนดั้งเดิม (เรียก “ซาหวิ่น”) นับถือศาสนาผี มีหลายชาติพันธุ์อยู่ปะปนกัน โดยมีภาษากลางเป็นภาษามลายู และชำนาญเดินเรือทะเลสมุทร (ก่อนจีน)

ถิ่นฐานดั้งเดิมของจามมีกระจายกว้างขวาง แต่แบ่งกว้างๆ อย่างน้อย 2 ส่วน ได้แก่ ชายฝั่งทะเลและภายในภาคพื้นทวีป ดังนี้

1. ชายฝั่งทะเล เป็นที่รู้ทั่วไปว่าเรียกรัฐจามปา บริเวณเวียดนามกลาง แล้วขยายเครือข่ายเข้าไปถึงโตนเลสาบ (กัมพูชา), แม่น้ำโขง-ชี-มูล (ลาว, ไทย)

2. ภายในภาคพื้นทวีป อยู่บริเวณโขง-ชี-มูล ในลาวและไทย มีศูนย์กลางอยู่ “เมืองเรอแดว” (จำปาสัก)

การนับถือศาสนาของจาม แยกเป็น 3 สมัย ได้แก่ (1.) สมัยแรก นับถือศาสนาผี (2.) สมัยสอง นับถือศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (ปนศาสนาผี) (3.) สมัยหลัง นับถือศาสนาอิสลาม (รับผ่านมาจากจีน)

จามเข้าถึงอยุธยา

รัฐจามปาค้าขายทางทะเลอย่างแข็งแรงและกว้างขวางก่อนมีรัฐอยุธยา ต่อมาเมื่อมีรัฐอยุธยาแล้วเติบโตขึ้นก็กลายเป็นรัฐคู่แข่ง แต่ในที่สุดจามปาเป็นเมืองท่ารุ่งเรืองเหนือกว่าอยุธยา ราวเรือน พ.ศ.1900

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้กระตุ้นให้ชาวจามจากจามปาออกค้าขายถึงอยุธยาแล้วตั้งหลักแหล่งถาวรเป็นประชากรอยุธยา จึงได้รับยกย่องอยู่ในกฎมณเฑียรบาลว่าเป็นกลุ่มค้าขายสำคัญของอยุธยาว่า “จีนจามชวานานาประเทศ”

ความใกล้ชิดของวงศ์จามกับวงศ์อยุธยา มีหลักฐานอยู่ในโคลงสรรเสริญพระเกียรติพระนารายณ์ บอกตรงไปตรงมาว่า “หลาน” เจ้านายจามจากรัฐจามปา (จำปา) ชื่อ “โปงซา” เดินทางไปเข้าเฝ้าถวายตัวต่อพระนารายณ์ ดังนี้

๏ นัดดาจาเมศร์ไท้ จำปา

นามชื่อโปงซาสา โรชแท้

มาทูลสุวรรณบา ทุกราช

เป็นบาทมุลิกาแล้ นอบนิ้วอภิวันท์ ฯ

รัฐสุพรรณภูมิบริเวณลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลองขยายอำนาจไปยึดพื้นที่ทางแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ “เวียงเหล็ก” (ของพระเจ้าอู่ทอง) มีศูนย์กลางอยู่ “ตำหนักเวียงเหล็ก” (ปัจจุบันคือวัดพุทไธศวรรย์) โดยมีกลุ่มจามและชวา-มลายูทำหน้าที่ค้าขายทางทะเลสมุทร แล้วตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณเดียวกันซึ่งเรียกสมัยหลังว่า “ปท่าคูจาม” (มีความทรงจำว่ามัสยิดแห่งแรกอยู่ริมคลองตะเคียน ปัจจุบันคือมัสยิดกุฎีช่อฟ้า)

“ปท่าคูจาม” อยู่เวียงเหล็ก (ย่านวัดพุทไธศวรรย์) เป็นชื่อเรียกพื้นที่ซึ่งเป็นหลักแหล่งของคนพูดภาษามลายู (เช่น มลายูปตานี ฯลฯ) มีทั้งชาวจามและไม่จาม แต่โดยมีชาวจามเป็นกลุ่มหลักหรือมีอำนาจเป็นที่ยกย่องเกรงขามรู้จักมากสุด

“ปท่าคูจาม” หมายถึง ชุมชนจามมีคูน้ำล้อมรอบอยู่อีกฟากของเกาะเมืองอยุธยา [“ปท่า” ไม่มาจากภาษาเขมร แต่เป็นคำกร่อนจากคำเดิมว่า “ปละท่า” แปลว่า ฟากข้าง ซึ่งพบว่ามีใช้ในชื่อ อ.ปละท่า (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น อ.สทิงพระ) จ.สงขลา คำอธิบายนี้อยู่ในพระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอ้างพระราชดำริ ร.5]

“คูจาม” มี 2 แห่ง พบแผนที่ฝรั่งเศสทำในแผ่นดินพระนารายณ์ ดังนี้ (1.) คลองคูจามใหญ่ ปัจจุบันเรียกคลองตะเคียน หรือคลองขุนละครไชย และ (2.) คลองคูจามน้อย ปัจจุบันเรียกคลองคูจาม

“อาสาจาม” กองเรือรบทางทะเล

กษัตริย์จากรัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) ลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง ยึดอำนาจจากวงศ์ละโว้ (ลพบุรี) แล้วขึ้นครองกรุงศรีอยุธยา ราวหลัง พ.ศ.1950 ชาวจามจาก “ปท่าคูจาม” มีส่วนสนับสนุนอย่างสำคัญการยึดอำนาจครั้งนั้น จึงรับมอบหมายดูแลกองเรือรบ เรียกสมัยต่อไปว่า “อาสาจาม”

อยุธยาได้รับยกย่องเป็น “ราชอาณาจักรสยาม” ศูนย์กลางการค้านานาชาติ เมื่อราชวงศ์สุพรรณภูมิขึ้นเป็นกษัตริย์รัฐอยุธยาโดยมีกำลังสนับสนุนสำคัญคือจามและจีน [ถ้ำจีน, ถ้ำจาม เป็นชื่อถ้ำคู่กันบนเทือกเขางู (จ.ราชบุรี) ลุ่มน้ำแม่กลอง เป็นความทรงจำแสดงความคุ้นเคยและยกย่องอย่างทัดเทียมกันซึ่งคนสมัยหลังมีต่อชาวจีน-ชาวจาม ผู้ชำนาญการค้าทางไกลในทะเลสมุทร] •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...