โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำตาท่วมจอ! นางเอกดังเจอวิกฤติใหญ่ หมายศาลมาที่บ้าน หัวร้อนสาวส่งภาพลับให้แฟน

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 ม.ค. 2566 เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2566 เวลา 08.30 น. • The Bangkok Insight

น้ำตาท่วมจอ! แนท อนิพรณ์ ย้อนเล่าวิกฤติใหญ่ โดนหมายศาลเตรียมยึดบ้าน พร้อมเปิดใจเรื่องรัก เจอสาวส่งภาพของลับให้แฟน

เมื่อนางงามและนางเอก แนท อนิพรณ์ มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษ ในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ได้เล่าเรื่องราวทุกช่วงเวลาของชีวิต พร้อมกับหลั่งน้ำตาเล่าถึงช่วงเวลาหลังโดนหมายศาลเตรียมยึดบ้าน และเปิดความในใจถึงแฟนที่เรียกแทนตัวกันว่า รัก แบบหมดเปลือก

แนท อนิพรณ์

แต่ละคนที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำให้ แนท อกหักได้เลย ?

"มีค่ะ ตอนนั้นอยู่ในช่วงก่อนสองคนนี้ที่เราจะจีบ กับคนที่มาจีบ แนท ค่ะ ช่วงเป็นนางแบบใหม่ ๆ ก็คือมีคนมาจีบเราแล้วก็เป็นแฟนกันอยู่ประมาณ 8 เดือน แต่ด้วยความที่เราโฟกัสงานเป็นหลักเขาชวนไปไหนอะไรอย่างนี้ เราเป็นคนที่ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน คือเราก็พยายามแล้วนะคะ เราไปมาแล้ว คือเราไปแล้วมันง่วง มันหาว แล้วมันก็รู้สึกว่าอากาศหายใจไม่ออก แล้วเสียงมันก็ดังมากอยู่ใกล้กันต้องตะคอก เรารู้สึกอึดอัดมาก เราก็พยายามไปสามรอบเลยค่ะ แล้วเรารู้สึกว่ามันไม่เป็นผล มันรู้สึกแบบ มาทำไมอะไรตรงนี้ก็ไม่รู้ เหมือนเราไม่ค่อยมีกิจกรรมร่วมกับเขา เพราะเขาเป็นคนชอบเที่ยว มีกลุ่มเพื่อน จนเขาก็ไปมีคนอื่นเลย แล้วเราก็เสียใจร้องไห้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ อยู่ในมุมห้องเวลาไปไหนมาไหนโดนัทอันนั้นเคยกินด้วยกันเราก็จะร้องไห้ ไปไหนก็ร้องไห้ ทานข้าวก็ร้องไห้ แล้วพอคนเรามันเสียใจถึงจุดหนึ่ง มันพลิกฟื้นขึ้นมาเลยนะคะ อยู่ ๆ มันก็หาย แต่หนูเสียใจสุดจริง ๆ นะคะ อยู่มุมห้องหลายวัน พอเราเสียใจเสร็จอยู่ ๆ สติมันก็มาค่ะ พอสติมา เสร็จเราก็ลุกขึ้นทำอะไรใหม่หมดเลย ตั้งใจหางาน แคสต์งาน ทำงานต่อไป"

แล้วในที่สุดก็ได้เจอกันคนที่ใช่ เวลาที่เรียกแทนตัวกับแฟนใช่ว่าอะไร ?

"เขาเรียกหนูว่ารักค่ะ ส่วนเขาก็เรียกหนูว่ารักค่ะ"

เจอกันได้อย่างไร ?

"เจอกันครั้งแรกเลยนะคะ เราไปเดินแบบ แล้วก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เรากำลังซื้อไอศกรีมอยู่กับเพื่อน แล้วเขากำลังเดินขึ้นบันไดเลื่อน เราก็สะดุดตาคนนี้น่ารักจัง แล้วเราก็ไม่ได้คิดอะไร อันนั้นคือเจอกันครั้งแรก แต่เขาก็จำหนูได้ มาเจอกันแล้วรู้จักกันจริง ๆ เนี่ย ตอนนั้นเขาจะมาแคสต์เป็นเด็กในสังกัดของพี่ฉอด แต่ด้วยความที่พ่อของเขาอยากให้เรียนก่อนค่ะ ก็เลยไม่ได้มาทำงานในวงการค่ะ แล้วก็เจอกัน พอเจอกันแล้วมีโอกาสได้คุย ก็เลยรู้ว่าเด็กคนนั้นที่เราเจอวันนั้น ใช่คนเดียวกับที่มายืนกับเราตรงนี้ค่ะ"

แนท อนิพรณ์

แต่ในความรู้สึกอันหนึ่ง ต่อให้เราเข้าใจต่างคนต่างต้องเชื่อใจกัน แต่ความที่ แนท ก็สวยอย่างนี้ เขามีบ้างไหมที่หึงนะ ?

"คือ แนท ว่าช่วงแรกก็จะมีค่ะ แต่เป็นเพราะว่าเราก็ชัดเจนเวลาทำงานหรือเวลาเล่นกับพระเอกคนไหน แฟนเราเขาจะรู้จักกับพระเอกที่เราเล่นด้วย อย่างกับพี่ตูมตามที่เรามีข่าวเป็นคู่จิ้น คือทุกโมเมนต์แฟน แนท ก็อยู่ด้วย แต่ว่าเราก็บอกว่าไปกันหลายคน เวลาเราตอบคอมเมนต์แต่คนก็จะบอกว่าเราไม่ต้องแก้ตัวหรอก เขาบอกดูก็รู้ว่าเรากับพี่ตามเป็นแฟนกัน อย่างเวลาที่เราเจอเด็กคนหนึ่ง คือ เด็กสมัยนี้น่ารักมาก เด็กซีรีส์วายเขาน่ารักมาก เราก็จะบอกเขา ว่ารักวันนี้ไปเจอคนนี้มาน่ารักมากทำไงดี น่ารัก แล้วแฟนแนท ก็บอกว่าเดี๋ยวรักชอบอาทิตย์หนึ่ง อาทิตย์หน้ารักเปลี่ยนชอบคนใหม่ คือเราจะเป็นคนซื่อตรงกับความรู้สึก มีอะไรก็คุยกันตรง ๆ หรือถ้ารู้สึกว่าเขารู้สึกอึดอัดมากเลยที่รักทำอย่างนี้ ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขารักรักน้อยลงอย่างไรไม่รู้ เพราะเขารู้สึกจากว่าเขาเจอคนอื่น แล้วเขาสนใจคนอื่นมากกว่ารัก เราก็จะพูดตรง ๆ กับเขาแบบนี้เลย เราก็เปรียบเทียบว่าพอรักไลน์มากับสมมติมีคนนี้อยู่ เราอยากคุยกับคนนี้มากกว่าคุยกับรัก เพราะเขาเบื่อที่รักทำแบบนี้ ถ้ารักไม่ปรับปรุงตัว เขาว่ามันต้องเลิกกันแน่เลย ถ้าไม่เลิกวันนี้ก็ต้องเลิกในอนาคต อย่างไรก็ต้องเลิก เราก็พูดเหมือนคุยกันตรง ๆ"

ชัดเจนดีแบบนี้ หลาย ๆ ครั้งที่เราบอกว่า รักกันต้องเชื่อใจกัน แต่สำคัญกว่านั้น คือ เราทำตัวได้น่าเชื่อใจหรือเปล่า ?

"ใช่ค่ะ ถามว่าเราหึงเขาไหม คือลึก ๆ แล้วหึง แต่เราจะไม่บอกเขาว่าหึง แต่เราชอบควันขึ้นหน้าอยู่บ่อย ๆ แต่เขาก็จะบอกเราว่าคนนั้นทักมา คนนี้ทักมา ล่าสุดก็จะมีผู้หญิงส่งของลับมาให้เขา แบบถ่ายรูปส่งของลับมาให้เลย แล้วเขาก็บอกเราว่า ที่รักมีคนส่งของลับมาให้เขาด้วย แต่เค้าไม่รู้หรอกว่าเราหึง แต่ตอนนี้คงรู้แล้วแหละ (ยิ้ม) ไม่ค่ะ แต่เขาไม่ค่อยติดตามผลงานของเราเท่าไหร่ค่ะ เพราะเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเราเลย แต่ในใจของเราก็จะหึงเขาชอบบอกว่า รักไม่หึงเขาเลย เราก็บอกว่าจะหึงทำไม ไม่หึง แต่เวลาเขาเล่าควันขึ้นหูเราปุ๊ด ๆ"

แนท อนิพรณ์

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถึงเขาจะอายุน้อยกว่าด้วย แต่ว่า แนท ก็บอกว่าเขาเป็นคนที่ชอบสอนอะไรเราเยอะมาก ?

"ด้วยความที่เราเป็นเด็กต่างจังหวัด จะเป็นคนเต็มที่กับทุก ๆ อย่าง คือเรามักจะโดนเอาเปรียบในหลาย ๆ เรื่อง และแฟนแนทก็จะบอกว่าทำไมปล่อยให้คนอื่นเอาเปรียบ เราก็จะบอกเขาว่าไม่เห็นเป็นไรเลยทำไมรักพูดอย่างนี้ รักเห็นแก่ตัว คือช่วงแรกที่คุยกันเรารู้สึกว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวมาก แต่เราเพิ่งมา 2-3 ปีหลัง เราเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่เขาทำทั้งหมด เพื่อที่เขาจะปกป้องเรา เขาพยามสอนเราว่าโลกมันไม่ได้สวยงามแบบที่เราคิด ต้องมีความระมัดระวังตัวเองมากยิ่งขึ้นยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าแฟชั่นโชว์เลิกสองทุ่ม ด้วยความที่เราก็รู้จักทุกคน เราก็ชอบไปช่วยนั่นช่วยนี่ มันจะมีการถ่ายรูปหลังเสร็จงาน เราก็จะปล่อยให้ทุกคนรีบกลับบ้าน เราก็จะให้นางแบบก่อนหน้าเรา 20 กว่าคนถ่ายรูป มันก็จะกินเวลานาน แล้วเราก็ถ่ายเป็นคนสุดท้ายก็ได้ไม่เป็นไร แล้วเราก็นัดแฟนเราว่ากินข้าวสามทุ่ม แล้วเราก็เลทไปเป็นสี่ทุ่ม ซึ่งเราก็มองว่าไม่ได้เป็นอะไร เพราะว่างานเป็นอันดับหนึ่งสำหรับเรา เราก็มองว่าเขาสำคัญ แต่แค่รู้สึกว่ามันสายได้ แต่เราไม่รู้ว่าเขาชอบเซอร์ไพรส์เราเพราะเราชอบทาน เขาจะชอบจองร้านอาหารที่อร่อยให้เรา ซึ่งมันต้องตามนัด (ยิ้ม)"

แล้วกับวิกฤติใหญ่ที่สุดของ แนท ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ?

"ตอนนั้นมีหมายศาลมาบ้าน เขาบอกว่าจะยึดบ้านค่ะ เราก็ช็อกมันเป็นปัญหาใหม่เนอะ ที่เราไม่สามารถรับมือได้ก็ร้องไห้ก่อนอันดับแรก พอร้องไห้เสร็จเราก็โทรหาแฟน แฟนเราก็บอกว่าร้องไห้ได้แต่ต้องตั้งสติว่าต้องทำอะไร เพราะว่าไม่งั้นมันจะแก้ปัญหาไม่ได้ พอคุยวางสายกับแฟนเสร็จปุ๊บ เราก็โทรหาพี่ตูมตามก่อนคนแรก เขาก็เรียกสติเรากลับมาโดยที่พี่ตามก็จะบอก ว่าเราต้องทำให้ตัวเองแข็งแรงก่อน เราถึงจะไปคุยกับคนที่บ้านได้ ด้วยความที่ตากับยายก็รู้ข่าวแล้ว พอเราถึงบ้านเราก็พ่อกับแม่เห็นข่าวยัง คือเราก็ต้องทำให้มันรีแล็กซ์ ดีที่เราปลดปล่อยมาก่อนแล้วเราก็บอกเขาว่าพ่อแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ตายายไม่ต้องเป็นห่วงนะ ข่าวเนี่ยอยู่ในวงการก็เป็นเรื่องธรรมดา เดี๋ยจัดการเองมันไม่มีอะไรยากเลย"

"เพราะว่าเรารู้จักคนในวงการเยอะ เขาก็สบายใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง แต่ปรากฏว่าผ่านมาประมาณหนึ่งอาทิตย์ ก่อนวันที่เราจะไปไกล่เกลี่ย เราก็คิดในใจทำไมบ้านโล่งเหลือเกิน ปรากฏว่าเขาเก็บเสื้อผ้ารอ เพราะเขาคิดว่าจะถูกไล่ออกจากบ้าน ของสำคัญอยู่ในเป้ของเขาหมดแล้ว อีกวันหนึ่งตากับยายก็หอบเสื้อผ้ามานั่งกอดรอเลย รอคำตอบว่าเราจะโดนยึดไหมค่ะ แต่โชคดีเลยที่พี่ตามบอกจริง ๆ เราอยากนั่งอยู่ในห้อง เราคิดอะไรไม่ออก แต่พี่ตามบอกเราว่าแกต้องออกไปข้างนอก แกจะได้ออกไปเจอผู้คน เวลาเราเจอคนเราจะได้เจอไอเดียใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยเจอ ซึ่งปกติ แนท เป็นคนที่ทำงานเสร็จแล้วกลับบ้าน แล้ววันนั้น แนท ถ่ายรายการ Daily Show กับพี่เกลือ แล้วเขาก็ชวนหนูไปกินข้าวแล้ว พี่เกลือ เขาก็พูดเกี่ยวกับทนายที่พี่เกลือเขาชนะคดีมา เราก็แบบปิ๊งขึ้นมาเลย พี่เกลือ คะ แนท กำลังมีปัญหาแบบนี้ พี่เกลือ บอกว่าเดี๋ยวมันจัดการได้ 1 2 3 4 เอาเบอร์ทนายไปก็เลยแก้ปัญหาได้ค่ะ"

สิ่งที่ แนท ทำคืออะไร ?

"ก็ให้เหตุผลที่มันมีน้ำหนักมากพอ แล้วเราเต็มใจอย่างสุดหัวใจที่จะเสนอเงินก้อนนี้ ซึ่งมันก็หมดทั้งบัญชีของเรา เราก็บอกเขาเลยว่าถ้ามันมีทรัพย์สมบัติอื่น เราจะขายใช้หนี้ให้ด้วยซ้ำ เราขอโทษเจ้าหนี้แม่มาก ๆ ว่าไม่รู้ว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นได้อย่างไรแต่วันนี้ที่เรารับรู้เราก็เสียใจมาก ที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้วเขาก็เข้าใจค่ะ เหลือหนี้อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมันก็ไม่ได้เยอะมาก ก็ขอให้คุณแม่เป็นคนผ่อนต่อเอง"

ในวันที่บ้านไม่ถูกยึดแล้วตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ?

"แนทเชื่อมั่นว่ายังไงบ้านก็ไม่ถูกยึดแน่นอน ถึงแม้ว่าคนรอบข้างจะไม่มีใครเชื่อมันก็ตาม พอทำไรได้เสร็จเราก็โล่ง แต่คนที่ดูไม่เครียดและดูโล่งมากกว่าเรา ก็คือคุณตาคุณยายค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้ คือ แนท จะบอกตากับยายว่านับจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้พ่อแม่อยู่หลังแนทไว้ จะไม่มีใครมาทำอะไรพ่อกับแม่ได้ทั้งนั้น เพราะว่าเหมือนในระหว่างทาง เราก็เจออุปสรรคที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น ผู้หวังดี ชาวบ้านที่ 4 ชาวบ้านที่ 5 อะไรอย่างนี้ ที่เขาแบบบ้านจะโดนยึดแล้วเหรอ ว่าแล้วจะต้องโดนยึด แนท เลยบอกกับตากับยายว่า แนท เปิดโอกาสให้ตากับยายรับฟังทุกข้อมูล แต่ขอให้เชื่อเราแค่คนเดียว "

"แนทเคยพูดว่าทำไมไม่ได้มีไหม แนท เรียนหนังสือไม่เก่ง แต่ แนท บอกว่า จะสอบเข้าธรรมศาสตร์ให้ได้เพราะเราจะไม่ทำให้ตาอายใคร เราไม่ได่โง่ เราก็สอบเข้าธรรมศาสตร์ได้ (น้ำตาไหล) หลังจากนี้เราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าจะมีงานเยอะมั้ย แต่ว่าจะดูแลตากับยายให้ดีที่สุด แค่ตากับยายอยู่ข้างหลัง แนทไว้แค่นั้น แนท มีความสุขมากเวลาที่ไปเดินห้าง แล้วตากับยายกินโอวัลติน แล้วเราสามารถซื้อให้ได้ (ร้องไห้) มันดูว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับ แนท คือมันมีความสุขมาก แล้วยิ่งตอนนี้ตาเขากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง แล้วเขาก็เดินถือขนมมา (ซับน้ำตา) แล้วเขาก็ถามว่าขนมอันนี้กินได้ไหม ซื้อได้ไหม เราก็จะดูแลเขาให้เต็มที่ค่ะ"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...