โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

9 หุ้น ราคาไม่เกิน 5 บาท ปัจจัยพื้นฐานแน่น

Wealth Me Up

เผยแพร่ 10 พ.ย. 2565 เวลา 02.30 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Facebook| Line | Youtube | Instagram

เมื่อเอ่ยถึงหุ้นที่มีราคาต่ำ เช่น1 บาทต่อหุ้น3 บาทต่อหุ้น5 บาทต่อหุ้น นักลงทุนเข้าใจว่าเป็นหุ้นที่เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้นๆ เท่านั้น ราคาหุ้นเคลื่อนไหวค่อนข้างรวดเร็วและบางครั้งก็ขึ้นลงไม่เป็นไปตามภาวะตลาด แต่ในความจริงถ้าสามารถคัดกรองหุ้นราคาต่ำด้วยปัจจัยพื้นฐาน อาจทำให้การลงทุนหุ้นประเภทนี้ได้ผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอ

โดยทั่วไป หุ้นที่มีราคาต่ำหรือเรียกว่าPenny Stock เป็นหุ้นของบริษัทที่มีขนาดเล็ก หรือบางกรณีอาจเป็นบริษัทใหญ่ แต่ประสบภาวะขาดทุนสะสมจำนวนมาก ทำให้ราคาหุ้นตกต่ำเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ยังเป็นที่ที่มีสภาพคล่องไม่มาก ทำให้นักลงทุนอาจซื้อหุ้นได้ยากและเมื่อซื้อได้แล้วถ้าต้องการขายก็ทำได้ยากเช่นกัน ที่สำคัญมักถูกมองว่าเป็นหุ้นเพื่อการเก็งกำไร หมายความว่า ถ้าลงทุนได้กำไรก็จะกำไรดี และก็มีโอกาสขาดทุนสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งหมดเช่นเดียวกัน

ที่ผ่านมาหุ้นที่มีราคาต่ำมักเป็นที่สนใจของนักลงทุนรายย่อย เนื่องจากมีทุนจดทะเบียนหรือปริมาณหุ้นที่หมุนเวียนต่ำและราคาต่ำ การเข้าลงทุนจึงใช้เงินทุนไม่มาก แต่ก็มีบางจังหวะที่อาจมีนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาลงทุนด้วยวิธีทยอยเข้าเก็บหุ้นเงียบๆ จนได้หุ้นจำนวนมากพอและปริมาณหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดน้อยลงและเข้าซื้อต่อเนื่องเพื่อไล่ราคาให้สูงขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อนักลงทุนคนอื่นเห็นความเคลื่อนไหวก็เข้ามาซื้อตามเพื่อคาดหวังว่าราคาจะปรับขึ้น หลังจากนั้นนักลงทุนรายใหญ่จะค่อยๆ ทยอยขายออกโดยเก็บเกี่ยวกำไรจนเป็นที่พอใจ ถ้านักลงทุนคนอื่นขายออกไม่ทันจะติดหุ้น หรือรู้จักกันดีว่า ติดดอย หรือบางคนก็ตัดใจขายขาดทุน จึงเป็นที่รับรู้กันดีว่าหุ้นประเภทนี้เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง

ถ้าสนใจลงทุนหุ้นที่มีราคาต่ำและลดความเสี่ยง คือ การตั้งจุดตัดขาดทุน(Stop Loss) ที่สามารถยอมรับความสูญเสียได้ เช่น ซื้อหุ้นที่ราคา10 บาท ตั้ง% ตัดขาดทุนไว้ที่5% คำนวณจุดหยุดขาดทุนได้10 x 5% = 0.50 บาท หมายความว่า ยอมรับการขาดทุนได้ที่0.5 บาท ดังนั้น ถ้าราคาหุ้นที่ถือลดลงจาก10 บาท เป็น9.50 (10 – 0.50) บาท ต้องตัดสินใจขาย

โดยสรุปแล้ว เนื่องจากเป็นหุ้นกลุ่มที่มีสภาพคล่องไม่มาก หุ้นประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะผันผวนด้านราคาสูง หมายความว่า นักลงทุนมีโอกาสสูงที่จะมีโอกาสได้กำไรสูงและขาดทุนสูง อย่างไรก็ตาม การเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นของบริษัทขนาดเล็กก็สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ หมายความว่า ถ้าเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ก็จะสามารถขยายกิจการและกลายเป็นหุ้นขนาดกลางและใหญ่ เป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับ มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงในอนาคต

ดังนั้น ถ้าค้นหาหุ้นที่มีราคาต่ำที่มีศักยภาพหรือแนวโน้มการเติบโตที่ดี ก็สามารถลงทุนระยะยาวโดยคาดหวังว่าบริษัทจะประสบความสำเร็จในอนาคต ทำให้มูลค่าและราคาหุ้นสูงขึ้น แต่นักลงทุนต้องติดตามศึกษาข้อมูลของบริษัทและธุรกิจให้ลึกซึ้ง จนสามารถแยกแยะข้อเท็จจริงกับข่าวลือข่าวลวงต่างๆ จึงจะประสบความสำเร็จในการลงทุนกับหุ้นประเภทนี้

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...