โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อส.ทะเลาะกันเอง คว้าอาวุธประจำตัวยิงเพื่อน เสียชีวิตคาฐานที่สุไหงปาดี 1 ราย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 ต.ค. 2563 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2563 เวลา 15.09 น.

สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ประจำฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครอง ต.โต๊ะเด็ง ทะเลาะกันเอง คว้าอาวุธประจำตัวยิงเพื่อนเสียชีวิตคาฐานที่สุไหงปาดี 1 ราย ผู้ก่อเหตุหลบหนี คาดทะเลาะเรื่องส่วนตัว

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทีปกร ธิติชญากุล สารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ประจำฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครอง ต.โต๊ะเด็ง ซึ่งตั้งอยู่ ม.1 ต.โต๊ะเด็ง ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงกันเองเสียชีวิต 1 นาย จึงพร้อมด้วย นายเศวต เพชรนุ้ย นายอำเภอสุไหงปาดี พ.อ.เอกพล เลขนอก ผู้บังคับชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยสุไหงปาดีและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพ อส.เจ๊ะมูฮัมหมัดฟีกรัน เจ๊ะโซ๊ะ อายุ 27 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนแคร่ไม้หน้าห้องพักใกล้กับที่ตั้งหอสูง ซึ่งอยู่ด้านหลังสุดของฐานปฏิบัติการณ์ชุดคุ้มครองตำบล เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้ผ้าคลุมศพผู้เสียชีวิตไว้ พร้อมทั้งได้กั้นพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้า เพื่อรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส มาตรวจสอบ ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ อส.อาสลาน อูเซ็ง อายุ 35 ปี ได้วิ่งหลบหนีออกจากฐาน โดยได้นำอาวุธปืน AK 102 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนหนึ่งไปด้วย นายเศวต เพชรนุ้ย นายอำเภอสุไหงปาดี จึงได้สั่งการให้จุดตรวจทุกจุดตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อจับกุม อส.อาสลาน แต่เจ้าหน้าที่ไม่พบตัว

ต่อมาเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.มานิตย์ ปานทอง นักวิทยาศาสตร์ สบ 4 กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ได้เดินทางมาตรวจจุดเกิดเหตุ และพบว่า อส.เจ๊ะมูฮัมหมัดฟีกรัน มีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่บริเวณหน้าอกและศีรษะ จำนวน 2 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ทางเครือญาติของผู้เสียชีวิต และเครือญาติของผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาฐานปฏิบัติการณ์ชุดคุ้มครองตำบล โดยนายเศวต นายอำเภอสุไหงปาดี ได้พูดปลอบประโลมกับญาติทั้ง 2 ฝ่าย ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งได้ขอร้องให้ญาติของผู้ก่อเหตุโน้มน้าวหาก อส.อาสลาน ประสานหรือติดต่อกลับมาทางบ้าน ขอให้เข้ามอบตัวพร้อมนำอาวุธปืนหลวงมาคืน โดยเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรม ก่อนที่จะมอบศพผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยสุไหงปาดี นำศพส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่เพื่อนๆ ในฐานกำลังแยกย้ายกันอยู่ตามจุดต่างๆ ตามปกติเฉดเช่นทุกวันที่ผ่านมา อส.เจ๊ะมูฮัมหมัดฟีกรัน และ อส.อาสลาน ซึ่งเป็นบัดดี้และพักอยู่ในห้องเดียวกัน นั่งเล่นอยู่ที่แคร่ไม้หน้าห้องพัก จู่ๆทั้ง 2 คน ได้ถกเถียงปัญหาบางอย่างและเสียงค่อยๆ ดังขึ้น แต่เพื่อนๆ ในฐานไม่มีใครสนใจ เนื่องจากทั้ง 2 คน มักมีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเพื่อนๆ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น จำนวน 2 นัด แล้ว อส.อาสลาน ได้วิ่งถืออาวุธปืน AK 102 ออกจากฐานไป โดยวิ่งมุ่งหน้าเข้าไปในป่าสวนยางพาราตรงข้ามฐาน และเพื่อนๆได้วิ่งไปที่ห้องพัก พบ อส.เจ๊ะมูฮัมหมัดฟีกรัน ถูกยิงเสียชีวิต และได้แจ้งให้นายฌศวต นายอำเภอสุไหงปาดี ให้รับทราบพร้อมเดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้านนายเศวต เพชรนุ้ย นายอำเภอสุไหงปาดี เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นสอบถามเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน เหตุที่เกิดขึ้นไม่มีใครพบเห็นได้ยินเพียงเสียงโต้เถียงระหว่างผู้เสียชีวิตกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นบัดดี้และเพื่อนกัน น่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนในฐานคาดไม่ถึง ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่ทั้ง 2 คน มีความเห็นไม่ลงรอยกัน ซึ่งข้อเท็จจริงต้องรอให้ อส.อาสลาน เข้ามอบตัวจึงจะทราบความจริงทั้งหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...