ป.ป.ช. แถลงชี้มูลความผิด ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ม.157 สมัยดำรงตำแหน่ง นายก อบจ.สงขลา ปี 2556
วันที่ 7 ตุลาคม 2563 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวถึงกรณีกล่าวหานายนิพนธ์ บุญญามณี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา กรณีละเว้นการไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ ว่า สาเหตุที่ทำให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลนายนิพนธ์เนื่องจากเห็นว่าพฤติการณ์ของนายนิพนธ์มีลักษณะถ่วงเวลาไม่เบิกจ่ายเงินให้แก่บริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด เพราะกรณีนี้ อบจ.สงขลา ทำเรื่องรับมอบและตรวจสอบรถดังกล่าวเมื่อเดือน ต.ค. 2556
อย่างไรก็ดีมีการร้องเรียนว่ากลุ่มเอกชนมีพฤติการณ์ฮั้วประมูลเมื่อ ธ.ค. 2556 แม้ว่านายนิพนธ์จะมีคำสั่งให้ อบจ.สงขลา ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้ก็ตาม และมีการแจ้งความร้องทุกข์แก่ตำรวจ แต่ไม่ได้มีการร้องเรียนให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. สตง. เป็นต้น จึงเห็นว่านายนิพนธ์ไม่ได้มีการทำตามสัญญาซื้อขาย คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลความผิดดังกล่าว
นายนิวัติไชย กล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องฮั้วประมูลที่นายนิพนธ์กล่าวถึงนั้น เพิ่งมีผู้ร้องเรียนมายังสำนักงาน ป.ป.ช. ให้ดำเนินการตรวจสอบเมื่อปี 2561 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น อย่างไรก็ดีอยากให้เข้าใจว่าเรื่องนี้ต้องแยกกันคือ ประเด็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญาเป็นเรื่องหนึ่ง ประเด็นเรื่องการฮั้วประมูลเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนกรณีที่นายนิพนธ์ อ้างพยานหลักฐานใหม่จากต่างประเทศประเด็นการฮั้วประมูลจึงไม่เบิกจ่ายเงินนั้น นายนิวัติไชย กล่าวว่า เป็นอีกประเด็นหนึ่ง โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล โดยเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย
เมื่อถามว่า นายนิพนธ์ ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวว่า เรื่องนี้นายนิพนธ์ถูกชี้มูลความผิดในตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ซึ่งจะส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อส่งฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยตามกฎหมายใหม่ให้เป็นดุลพินิจของศาลว่าจะสั่งหยุดการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ อย่างไรก็ดีหากมีการสั่งหยุดการปฏิบัติหน้าที่จริง ศาลจะต้องมีการพิจารณาว่าเป็นการหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา หรือว่ารวมถึงตำแหน่งในปัจจุบันด้วย โดยประเด็นนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. คงต้องหารือกันในข้อกฎหมายก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2560 ศาลปกครองจังหวัดสงขลา มีคำพิพากษาให้ อบจ.สงขลา ชำระเงินให้แก่บริษัท พลวิศว์ฯ เป็นเงินต้นรวมดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นเงิน 52 ล้านบาท โดยศาลเห็นว่า ไม่ปรากฏว่ากรรมการของเอกชนผู้ชนะการประกวดราคาเป็นหุ้นส่วนกับเอกชนอีกรายหนึ่งที่เข้ายื่นเสนอราคา ให้เกิดการสมยอมในการประกวดราคา สัญญาจึงยังคงผูกพันคู่สัญญาต้องปฏิบัติตาม ถือว่า อบจ.สงขลา ผิดสัญญา ต้องชำระเงินดังกล่าว