โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอร์ด อภ.อนุมัติเพิ่ม 5 สายการผลิตหน้ากากอนามัย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 10 ม.ค. 2564 เวลา 08.49 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2564 เวลา 08.49 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

10 ม.ค.-บอร์ด อภ.อนุมัติเพิ่ม 5 สายการผลิตหน้ากากอนามัย ผลิตได้ 4.89 แสนชิ้นต่อวัน พร้อมกำชับการส่งมอบวัคซีนโควิด- 19 ลอตแรก 2 แสนโดส ให้เป็นไปตามแผนภายในกุมภาพันธ์นี้

คณะกรรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ดอภ.) ชุดใหม่ ประชุมครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2564 มีมติอนุมัติเพิ่มสายการผลิต 5 สายรวมเป็น 6 สายการผลิต สามารถผลิตได้วันละ 489,000 ชิ้น เริ่มทยอยเปิดการผลิต มีนาคมนี้และให้ อภ. ดำเนินการตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุขส่งมอบวัคซีนโควิด- 19 ลอตแรก 2 แสนโดส จากประเทศจีน จากจำนวน 2 ล้านโดส ตามแผนในเดือนกุมภาพันธ์ นี้

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม ชุดใหม่ว่า บอร์ด อภ. ได้อนุมัติจัดซื้อเครื่องจักรผลิตหน้ากากอนามัย เพิ่มอีกจำนวน 5 สายการผลิต รวมเป็น 6 สายการผลิต สามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้ไม่น้อยกว่าวันละ 489,000 ชิ้น หรือประมาณ 10 ล้านชิ้นต่อเดือน โดยหน้ากากอนามัยที่ผลิตเพิ่มขึ้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกำลังการผลิตในประเทศที่จะเสริมความมั่นคงทางการแพทย์ได้และเป็นการส่งเสริมการยกระดับคุณภาพมาตรฐานการผลิตหน้ากากอนามัยของประเทศไทย โดยสายการผลิตหน้ากากอนามัยที่เพิ่มขึ้น ทั้ง 5 สายการผลิตนี้ จะทยอยเปิดทำการผลิตได้ในเดือน มีนาคม จำนวน 2 สายการผลิต และครบทั้ง 5 สายการผลิตในเดือน พฤษภาคม 2564

นอกจากนี้ได้วางแผนจะร่วมกับภาคเอกชนในประเทศขยายกำลังการผลิต หน้ากากอนามัย ภายใต้มาตรฐานเดียวกับองค์การเภสัชกรรม โดยในเดือนมีนาคม 2564 จะสามารถผลิตได้เพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 500,000 ชิ้นต่อวัน รวมทั้งจัดซื้อหน้ากากอนามัยชนิดต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยจะมีหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพและเพียงพอในการใช้งาน รวมทั้งมีราคาที่เหมาะสม

นายแพทย์เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้เร่งรัด อภ. ดำเนินการจัดซื้อวัคซีนโควิด 19 ชุดแรกของประเทศไทย จำนวน 2 ล้านโดส ตามที่กระทรวงสาธารณสุขมอบหมายและได้ประสานจองไว้แล้ว จากบริษัท Sinovac Biotech Limited, People’s Republic of China ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนของประเทศจีน ให้เป็นไปตามแผน และให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เหมาะสม โดยมีเป้าหมายให้บริษัทส่งมอบวัคซีนลอตแรกจำนวน 2 แสนโดส ในเดือนกุมภาพันธ์ นี้ และลอตต่อไปอีก 8 แสนโดส และ 1 ล้านโดส ภายในดือนมีนาคม และ เมษายน 2564 ตามลำดับ

ทั้งนี้คาดว่าจะขึ้นทะเบียนในประเทศจีนได้ภายในเดือนมกราคม 2564 และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย จะสามารถอนุมัติขึ้นทะเบียนได้ ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จากนั้นองค์การเภสัชกรรมจะจัดซื้อและนำเข้าวัคซีนต่อไป โดยกรมควบคุมโรคจะเป็นผู้จัดซื้อวัคชีนจากองค์การเภสัชกรรม เพื่อนำไปฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ที่มีการระบาดมากที่สุด 5 จังหวัดก่อน ได้แก่ สมุทรสาคร ระยอง ชลบุรี จันทบุรี และตราด โดยฉีดให้กับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ทั้งภาครัฐและเอกชน อสม. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรค และประชาชนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง เบาหวาน และกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป หากมีส่วนที่เหลือจะเก็บสำรองไว้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...