โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คติ "พระอินทร์" และ "ศีรษะแห่งแผ่นดิน" การสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมด้วยเหตุผลทางการเมือง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 01 มิ.ย. 2566 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2566 เวลา 09.58 น.
พระอินทร์และสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในสมุดภาพไตรภูมิ (ภาพจาก สมุดภาพไตรภูมิฉบับหลวงสมัยกรุงธนบุรี)

สรุปประเด็นข้อเสนอ คติ พระอินทร์ และ “ศีรษะแห่งแผ่นดิน” ใน “มัชฌิมประเทศ”กลาง “ชมพูทวีป” ในหนังสือ การเมืองในสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 1 ของ ชาตรี ประกิตนนทการ

งานศึกษากระแสหลักส่วนใหญ่มักอธิบายว่า การสร้างรัฐในสมัยรัตนโกสินทร์ คือการลอกเลียนแบบอยุธยา ซึ่งงานเขียนชุดนี้ของ ชาตรี ประกิตนนทการ ได้ปฏิเสธและนำเสนอว่า ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์นั้นเป็นการนำมาเเต่ “รูปแบบ” แต่ “เนื้อหา” นั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

กล่าวคือ การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2310 นั้นไม่เพียงแต่ความเสียหายทางกายภาพเท่านั้น อาทิ ความเสียหายของพระราชวัง วัด บ้าน เป็นต้น แต่นำไปสู่ความเสียหายทางจักรวาลทัศน์ของชนชั้นนำของอยุธยาอย่างรุนแรง ขนาดที่อาจจะไม่เคยมีมาก่อนแบบนี้ในสมัยอยุธยา เมื่อจักวาลวิทยาแบบเก่าพังพินาศลง จึงเป็นผลให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างจักรวาลทัศน์ (อุดมการณ์) ชุดใหม่ขึ้นมา โดยสะท้อนออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงงานสถาปัตยกรรมในสมัยต้นรัตนโกสินทร์อีกด้วย

คติพระรามสู่พระอินทร์ อาจารย์ชาตรี ประกิตนนทการ ได้กล่าวว่า ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์คติเกี่ยวกับพระอินทร์ได้ถูกขับเน้นออกมาอย่างเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าในสมัยอยุธยาจะมีการกล่าวถึงพระอินทร์อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เด่นชัดเท่าในสมัยนี้ โดยอาจารย์ชาตรีได้อธิบายว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) นั้นไม่มีสถานะชาติกำเนิดและสิทธิอันชอบธรรมในการขึ้นครองราชย์ตามแบบอยุธยาที่เคยปฎิบัติมาก่อน กล่าวคือ รัชกาลที่ 1 เป็นเพียงสามัญชนที่รับตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ในสมัยอยุธยา ซึ่งนำไปสู่การโยงสถานะพระอินทร์ตามประวัติในพุทธศาสนาที่มิได้มีชาติกำเนิดอันศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน แต่ต่อมาได้เป็นผู้ปกครองในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ฉะนั้น คติพระอินทร์จึงถูกเน้นเป็นพิเศษในรัชสมัยนี้ อาทิ หน้าบันในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) ส่วนใหญ่เป็นพระอินทร์ทรงช้างมากกว่าพระนารายณ์ทรงครุฑ (คติพระราม) หรือ การเน้นพระแก้วมรกต (ที่มีตำนานเชื่อมโยงกับพระอินทร์) เป็นต้น

แม้แต่ในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) คติพระอินทร์ก็ได้ถูกย้ำความหมายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในรัชสมัยนี้ อย่างเช่น พระองค์ได้พระราชทานนามพระที่นั่งทั้ง 3 องค์ใหม่ให้เกี่ยวข้องกับพระอินทร์โดยตรง คือ พระที่นั่งจักพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน เป็นต้น ซึ่งสะท้อนถึงการเน้นเกี่ยวกับคติพระอินทร์เพื่อสร้างความชอบธรรมในการปกครองในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์

ศีรษะแผ่นดิน (กล่าวคร่าว ๆ สามารถอ่านข้อมูลเต็มได้ในหนังสือการเมืองไทยในสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 1) กล่าวคือ การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 นั้นได้ให้ภาพว่า อยุธยาพังพินาศลงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเปรียบได้ดั่งไฟประลัยกัลป์ที่เผาทำลายโลกและจักวาล ซึ่งในคัมภีร์พุทธศาสนาไตรภูมิโลกวินิจฉยกถาได้กล่าวว่า เมื่อกำเนิดโลกใหม่สิ่งเเรกที่เกิดคือ “ศีรษะของแผ่นดิน” นั้น คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าจะมาประทับเป็นโพธิบัลลังก์

ฉะนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) จึงต้องการให้กรุงรัตนโกสินทร์เป็นเหมือนศูนย์กลางของจักวาล จึงได้จำลองให้กรุงรัตนโกสินทร์เป็นดั่งชมพูทวีป (ทวีปเดียวที่จะมีพระพุทธเจ้ามาประสูติ) เห็นจากการจำลองให้วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามเป็นศูนย์กลางของจักวาลใหม่นั้นคือ จักวาลแบบ “พุทธราชา” มิใช่ “เทวราชา” แบบสมัยอยุธยา อย่างเช่น

  • การเปลี่ยนศูนย์กลางของวัดจากจุดเน้นที่วิหาร/พระปราง (เทวราชา) สู่การเน้นความสำคัญของตัวพระอุโบสถที่มีระเบียงคดล้อมรอบ (ธรรมราชา)
  • การเปลี่ยนพระพุทธรูปจากปางมารวิชัยสู่พระพุทธรูปปางสมาธิเพื่อสอดคอดกับคติศีรษะแผ่นดินที่สอดรับกับสัตตมหาสถาน (โพธิบัลลังก์)
  • ผังของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามสอดรับกับคติศรีษะแผ่นดินเป็นอย่างมาก อาทิ โพธิบัลลังก์ (พระประธานในอุโบสถ) สัตตมหาสถาน (พระวิหารทิศตะวันตกที่มีพระนาคปรกแทนความหมายสัปดาห์ที่ 6 / อัฐมหาสถาน (พระป่าเลไลย์) / มหานครใหญ่ ชนบทนคร (ระเบียงล้อมรอบ 2 ชั้น) / ป่าหิมพานธ์ (พระเจดีย์หย่อม) เป็นต้น

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นการเปิดโลกทัศน์ในการเห็นถึงอำนาจทางการเมืองในสมัยต้นรัตนโกสินทร์นั้นมีผลต่อการสร้างสรรค์ของสถาปัตยกรรม และหนังสือเล่มนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้คิดเกิดข้อถกเถียงต่าง ๆ อย่างมากมายในการตีความต่าง ๆ ที่อาจารย์ชาตรี ประกิตนนทการ อีกด้วย ซึ่งอาจเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ที่ทำให้เกิดประเด็นใหม่ ๆ ในการศึกษาประวัติศาสตร์ในกาลต่อไป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ชาตรี ประกิตนนทการ. (2558). การเมืองในสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 1. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 มกราคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...