โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.เห็นชอบร่างแก้กฎหมายแพ่ง-พาณิชย์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 มี.ค. 2564 เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2564 เวลา 07.41 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบรัฐบาล 9 มี-ค.- ครม.เห็นชอบร่างแก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลดดอกเบี้ยจากร้อยละ 7.5 เหลือร้อยละ 3 ขณะที่การผิดนัดชำระหนี้ให้คิดดอกเบี้ยเฉพาะงวดที่ผิดนัดเท่านั้น

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงโดยเฉพาะการคิดคำนวนจ่ายอัตราดอกเบี้ยค่าปรับ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ในมาตรา 7 และ มาตรา 224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานตั้งแต่ปี พ.ศ.2468 ซึ่งไม่สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน จากความล้าสมัยของอัตราโดยดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ร้อยละ 7.5 ต่อปีนี้ ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ อาทิ ลูกหนี้ได้รับความเดือดร้อนจากภาระดอกเบี้ยที่สูงเกินควร, เจ้าหนี้บางรายอาศัยความไม่ชัดเจน กำหนดให้ลูกหนี้เมื่อผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง ต้องจ่ายดอกเบี้ยบนเงินต้นทั้งหมด, สร้างความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมและ และมีผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยภาพรวม ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยลดภาระของลูกหนี้จากการชำระดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินควร และปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย แก้ไข ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เสนอ ประกอบด้วย

1.อัตราดอกเบี้ยที่ไม่ได้กำหนดไว้ก่อนหรือไม่ได้มีกฎหมายกำหนด ตามมาตรา 7 โดยปรับลดจากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ซึ่งกระทรวงการคลัง จะทบทวน ทุก 3 ปี ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ

2.อัตราดอกเบี้ยผิดนัด แก้ไขมาตรา 224 โดยปรับลดจากร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงนี้ และ 3.กำหนดฐานการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใดงวดหนึ่ง เจ้าหนี้คำนวณดอกเบี้ยผิดนัดได้ เฉพาะจากเงินต้นของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดแล้วเท่านั้น ส่งผลให้เจ้าหนี้ไม่สามารถคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นที่ค้างอยู่ทั้งหมดได้

“รัฐบาลให้ความสำคัญกฎหมายฉบับนี้ โดยจะประสานงานทางสภาผู้แทนราษฎรโดยเร่งด่วน เพื่อรับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา ทันทีที่เปิดสมัยประชุม และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้” น.ส. รัชดากล่าว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...