โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้จักวงจรชีวิตของเส้นผม พร้อมเทคนิคสร้างความ Healthy ให้กลับคืน

Health Addict

อัพเดต 13 มิ.ย. 2564 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2564 เวลา 04.07 น. • Health Addict
นอกจากปัญหาผมเปราะบาง ขาดง่ายจากการโดนทำร้ายจากความร้อนแล้ว ปัญหาผมร่วงก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่กวนใจใครหลายคน ซึ่งจากการสำรวจของเว็บไซด์ Thai Hair Center พบว่าปัญหาผมร่วงสามารถเจอได้ในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ 20 ปี ไปจนถึง 50 ปีเลยทีเดียว

คุณเคยรู้มั้ยว่าเส้นผมก็มีวงจรชีวิตเหมือนกัน และนอกจากปัญหาผมเปราะบาง ขาดง่ายจากการโดนทำร้ายจากความร้อนแล้ว ปัญหาผมร่วงก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่กวนใจใครหลายคน ซึ่งจากการสำรวจของเว็บไซด์ Thai Hair Center พบว่าปัญหาผมร่วงสามารถเจอได้ในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ 20 ปี ไปจนถึง 50 ปีเลยทีเดียว

  เมื่อเส้นผม…ก็มีวงจรชีวิต มีใครเคยรู้บ้างว่าเส้นผมก็มีวงจรชีวิต เหมือนมนุษย์เราที่มีเกิดแก่เจ็บตาย ส่วนของเส้นผมนั้นเขาจะแบ่งวงจรชีวิตออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเติบโต ระยะพักตัว และระยะหยุดการเจริญเติบโต ซึ่งแต่ละระยะก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแตกต่างกันไป  

  • ระยะที่ 1 # ระยะเติบโต (Anagen)ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต่อมรากผมจะสร้างเซลล์ที่ทำให้ผมงอกขึ้น ยาวขึ้น ซึ่งจะกินเวลาประมาณ 3-5 ปี ก่อนที่จะเข้าสู่ระยะพักตัว หรือ คะตาเจน (Catagen) ซึ่งในระยะเติบโตนี้เส้นผมจะงอกเร็วประมาณ 1 ซม. หรือประมาณครึ่งนิ้ว โดย 90% ของเส้นผมจะอยู่ในระยะการเจริญเติบโต และอีก 10% อยู่ในระยะพักตัว และยิ่งผมอยู่ในระยะเติบโตนี้นานเท่าไหร่ ก็เท่ากับว่าต่อมรากผมจะผลิตเส้นผมได้นานมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ผมหนาและยาวขึ้นนั่นเอง แต่ถ้าใครที่มีช่วงระยะนี้สั้น โอกาสที่ต่อมรากผมจะสร้างผมได้เยอะและยาวขึ้นก็ลดลง ทำให้เข้าสู่ระยะพักตัวเร็วขึ้น และตามมาด้วยการเข้าสู่ระยะหยุดการเจริญเติบโตในที่สุด ซึ่งก็จะทำให้ผมหลุดร่วงเร็วขึ้น บาง และเปราะง่ายขึ้น   

  • ระยะที่ 2 # ระยะพักตัว (Catagen)
    ระยะนี้เป็นระยะสิ้นสุดของการเจริญเติบโต โดยเส้นผมจะแยกตัวจากหลอดเลือดที่มาหล่อเลี้ยง ค่อยๆ ขาดสารอาหารและเตรียมที่จะร่วง โดยระยะพักตัวนี้จะกินเวลาประมาณ 3 อาทิตย์ ช่วงระยะนี้เรียกว่าเป็นช่วงที่สั้น กินเวลาไม่นาน เป็นช่วงที่ปลายของรากผมจะเคลื่อนตัวสู่ชั้นผิวหนัง เส้นผมจะเริ่มเติบโตช้าลงและค่อยๆ หยุดเติบโตไปในที่สุด ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 1 จากจำนวนเส้นผมทั้งหมดบนหนังศีรษะ  

  • ระยะที่ 3 # ระยะหยุดการเจริญเติบโต (Telogen)ในระยะนี้ต่อมรากผมจะเลื่อนตัวขึ้นไป และจะเริ่มมีเส้นผมที่งอกขึ้นใหม่มาดันให้ผมเก่าหลุดร่วงไป ซึ่งถ้าเกิดมีอะไรมาขัดขวางการเจริญของผมใหม่ หรือกระตุ้นให้เส้นผมมาอยู่ในระยะพักตัวเร็วขึ้นก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผมร่วงมากขึ้น และตามมาซึ่งปัญหาผมบางอย่างที่หลายคนกำลังปวดหัวอยู่นั่นเอง   และการที่เราเข้าใจวงจรชีวิตของเส้นผมก็จะทำให้เรารู้ว่าควรที่จะแก้ปัญหาที่ตรงไหน เพราะบางครั้งการบำรุงที่ไม่ถูกจุดก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน อย่างที่หลายๆ คนอาจเคยสงสัยว่าทำไมการบำรุงเส้นผมหรือปลายผมที่ทำอยู่บ่อยๆ ถึงไม่ได้ผลเท่าที่ควร และทำไมมันถึงต่างกับการฟื้นฟูแบบลงลึกถึงต่อมรากผมจริงๆ
      มองหาตัวช่วย…เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กลับคืน เมื่อต้องการฟื้นฟูแบบจริงจัง การหาตัวช่วยที่บำรุงลึกถึงต่อมรากผมก็เป็นสิ่งที่หลายคนมองหา ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีหลากหลายรูปแบบ และหนึ่งในนั้นก็คือในรูปแบบของวิตามินอาหารเสริม อย่าง HIRA-D จากแบรนด์ LAVITA ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่ดูตอบโจทย์ได้ตรงจุด ด้วยสารสกัดที่มุ่งเน้นบำรุงเส้นผมและเล็บแบบลงลึกไปถึงโครงสร้างและต่อมรากผม มีทั้งสารสกัด Horsetail Powder ที่ช่วยบำรุงเส้นผม เร่งการงอก Zinc Amino Acid Chelate ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม Biotin เสริมโครงสร้างให้เคราตินซึ่งเป็นโปรตีนหลักของผมและเล็บแข็งแรง I-cysteine เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างโปรตีนของร่างกาย ทั้งผิว ผม และ เล็บ รวมไปถึง I-arginine ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม และยังมีอีกหลากหลายสารสกัดที่จะช่วยคืนความ Healthy ให้เส้นผมและเล็บแข็งแกร่งอีกครั้ง
    + สนใจสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร HIRA-D ได้ที่ https://bit.ly/3cHnvdF 

+ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก! https://bit.ly/3vkqn7w  

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...