โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เตือนภัยชายแปลกหน้าบุกร้านขออุ้มลูกสาว

77kaoded

เผยแพร่ 13 มี.ค. 2564 เวลา 09.37 น. • 77 ข่าวเด็ด

สาวเตือนภัยในสังคมออนไลน์หลังมีชายแปลกหน้าบุกร้านหวังอุ้มลูกสาวเคราะห์ดีตามพ่อครัวช่วยทัน 

วันที่ 13 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Kik Fourk นำคลิปและภาพ รวมถึงข้อความเตือนภัยนำมาโพสต์ไว้ในกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะชื่อ @นครหนองปลิง มาร์เก็ตเพลส Nakhonsawan โดยเป็นคลิปเหตุการณ์ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ อ.เมืองนครสวรรค์ ถูกชายแปลกหน้าเดินเข้ามาก่อกวน และพูดจาข่มขู่คุกคามคนในร้าน ซึ่งผู้โพสต์ได้มีการระบุข้อความในเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ว่า “#เตือนภัยเกี่ยวกับเด็กเล็กครับ #ขอสอบถามหน่อยครับ เหตุเกิดที่ร้านสเต็กวันดีสาขาหนองปลิง พอดีมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ทำท่าทางขึงขลังมีอาการของคนเมา แล้วพูดใส่พนักงานว่า มองอะไรเห็นผมแต่งตัวแบบนี้คิดว่าเป็นโจรเหรอ  พนักงานตอบว่าเปล่าค่ะ รับอะไรดีคะ ผู้ชายคนนี้ #บอกไม่เอาอะไร จะเอาเด็กผู้หญิงคนนี้ ซึ่งแม่น้องก็อยู่ตรงนั้นด้วย มีความตกใจมาก เลยตอบไปว่าไม่ได้หรอกค่ะ ลูกสาวหนู ทีนี้พอเห็นพนักงานผู้ชายหลังร้านหลายคนเขาก็เปลี่ยนน้ำเสียงว่าแค่จะมาเล่นเฉยๆ เเล้วก็ค่อยๆเดินออกไป ผมควรจะทำยังไงดีครับ เพราะผมกลัวเขาวนมาอีก ผมเเค่อยากทราบว่าเขาเป็นใครเท่านั้น ถ้าผิดพลาดยังไงผมขอโทษด้วยนะครับ #น้องในคลิปอายุแค่2ขวบเองครับ #อยากให้ระวังเด็กๆกันด้วยนะครับ”

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ร้านที่เกิดเหตุ ชื่อร้าน “ร้านสเต็กวันดี” ในพื้นที่ ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พบนางรณพร บุรานันท์ อายุ 24 ปี เจ้าของร้าน  พาผู้สื่อข่าวไปตรวจดูกล้องวงจรปิดพร้อมกับชี้จุดภายในร้าน ก่อนจะเปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 12 มีนาคม 2564ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นมีกลุ่มลูกค้ามานั่นรับประทานอาหารอยู่ 1 โต๊ะ ส่วนตนนั่งอยู่หน้าบาร์สั่งอาหารโดยมีบุตรสาววัย 2 ขวบนั่งเล่นอยู่ใกล้ๆ กับน้าสาวที่นั่งอยู่ในบริเวณใกล้กัน ปรากฏว่ามีชายแปลกหน้าวัยกลางคน เดินเปิดประตูเข้ามาภายในร้านด้วยท่าทีขึงขัง แล้วทำท่าจะมาอุ้มลูกสาวของตนพร้อมกับพูดว่าจะเอาเด็กคนนี้ ซึ่งมันทำให้ตนตกใจมากตนจึงรีบบอกว่าไม่ได้ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหลังร้านขอความช่วยเหลือจากพนักงานร้านที่อยู่ในครัว เมื่อทั้งกลุ่มออกมาประจันหน้ากับชายแปลกหน้ารายนี้ จึงทำให้ชายคนดังกล่าวถึงกับสีหน้าเปลี่ยนสี และพูดด้วยท่าทีที่ดูเป็นมิตร บอกแค่อยากจะมาเล่นกับเด็กเฉยๆแล้วก็ตีแก้เขินเนียนๆเดินออกจากร้านไป

นางรณพร เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ แม้จะรู้สึกตกใจ แต่ก็ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ แต่ก็ได้มีการนำคลิปจากกล้องวงจรปิด นำไปโพสต์เตือนภัยในเฟซบุ๊กกลุ่มสาธารณะ เพื่อให้คนในพื้นที่เดียวกันระวังภัยจากชายแปลกหน้ารายนี้ พร้อมกับมีการขอให้ผู้ใช้โซเชียลช่วยแจ้งเบาะแสชายคนดังกล่าวไปในตัวด้วยแล้วปรากฏว่าได้มีผู้แจ้งเบาะแสเข้ามาหลายคน โดยหนึ่งในนั้นได้มีการส่งคลิปมาให้ ซึ่งจะเป็นภาพชายแปลกหน้าคนเดียวกัน ใช้ผ้าปิดปาก เดินเข้าไปที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง บริเวณด้านหลังโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์  เขตเทศบาลนครสวรรค์แล้วพูดข่มขู่คนในร้านว่าจะมาปล้น แต่เคราะห์ดีที่ตอนนั้นมีลูกค้าอยู่ภายในร้านเยอะจึงทำให้ชายแปลกหน้าไม่กล้าทำตามอย่างที่พูด ก่อนจะเดินหนีออกจากร้านไป

อย่างไรก็ตามตนยังไม่แน่ใจว่าชายแปลกหน้ารายนี้ เป็นคนเมาชอบป่วน หรือเป็นชายสติไม่ดี แต่ก็รู้สึกว่าเป็นภัยสร้างความหวาดกลัวให้กับสังคม โดยเฉพาะผู้หญิง ซึ่งหลังจากที่ตนได้รับแจ้งเบาะแส และคลิปภาพมาหลายภาพ จึงตัดสินใจว่าจะมีการเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ดำเนินการกับชายแปลกหน้ารายนี้ เพื่อไม่ให้ไปป่วน หรือสร้างความหวาดกลัวให้กับใครอีก ซึ่งจากเหตุการณ์นี้มันทำให้ตนกลับมาคิดว่าถ้าหากขณะนั้นตนและคนอื่นๆ เข้าไปอยู่ในครัวหลังบ้านกันหมด แล้วปล่อยลูกไว้ในร้านคนเดียว ชายคนนั้น อาจจะก่อเหตุอุ้มลูกตนออกไปจริงๆก็เป็นได้  เพราะมองว่าหากเป็นคนสติไม่ดีจริงคนประเภทนี้ยิ่งหน้ากลัว เนื่องจากสามารถทำอะไรที่ไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ อย่างที่เคยเห็นปรากฏในข่าวหลายข่าวทางทีวี จึงจะมีการไปแจ้งความเพื่อให้ตำรวจช่วยป้องกันภัยรวมถึงติดตามชายคนดังกล่าวมาตรวจสอบเพื่อเอาผิดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...