โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

นางรำมาเยือน - พุธนี้ผีดุ

LINE TODAY ORIGINAL

เผยแพร่ 31 ส.ค. 2563 เวลา 17.01 น. • หลานสาวน้าป๋อง

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงฤดูร้อน ของหลายปีที่แล้ว ประมาณช่วงเดือนเมษายน

ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่าเราทำงานบริษัท เวลาที่เลิกงานแล้ว บางวันก็ไปนั่งดื่มต่อ บางวันก็แวะไปหาพี่สาวก่อนที่จะกลับบ้านด้วยกัน ซึ่งวันที่มีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นครั้งนั้นก็ไม่ได้มีอะไรที่ผิดแผกไป เรากลับบ้านพร้อมกับพี่ ทำธุระปะปังต่าง ๆ จนเสร็จอาบน้ำแล้วเข้านอนเป็นปกติ

วันนั้นกลางดึก ระหว่างที่เรานอนของเราอยู่ดี ๆ ก็มีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ปลุกให้เราตื่นขึ้นมา คือตาอะลืมขึ้นมานะแต่ตัวยังนอนอยู่กับที่ 

ทีนี้ลักษณะของห้องนอนเรา เรานอนกับพี่สาว ด้านที่เรานอนจะเป็นด้านที่หันเท้าไปตรงประตูห้องพอดี เตียงตรงกับประตูและบานประตูเปิดค้างเอาไว้อยู่

พอเราลืมตาขึ้นมาปุ๊บก็จะเห็นข้างสิ่งที่อยู่ด้านนอกห้อง หลังกรอบประตู เรารู้สึกว่ามันมีอะไรที่ทำให้เราต้องจ้องไป 

เราได้ยินเสียงดนตรีไทยแว่วขึ้นมาในหู..

บ้านนี้พวกเราอยู่กันมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว และมีแค่เรากับพี่สาวที่อยู่กันสองคน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเป็นคนเปิดเพลงไทยโบราณอย่างแน่นอน 

เราก็ยังคงได้ยินเสียงดนตรีนั้นชัดขึ้น ๆ ค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ และจังหวะที่มันดังขึ้นสุดนั้น เราจ้องไปที่ประตูอย่างเขม็ง…

มีแขนท่อนหนึ่งโผล่ออกมาจากกรอบประตูฝั่งขวา 

แขนท่อนนั้นขยับไปมาอยู่ในตำแหน่งเหมือนการตั้งวงแล้วรำ รำไปเรื่อย ๆ

ณ ตอนนั้นเราก็ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวเองที่ฝันหรือสะลึมสะลืออยู่หรือเปล่า ก็เลยตัดสินใจลุกขึ้นมานั่งดู 

คราวนี้มั่นใจแล้วว่าไม่ได้ตาฝาดอย่างแน่นอนเพราะแขนก็ยังคงบิดไปบิดมารำอยู่ตรงนั้น 

เราตัดสินใจข่มตานอนไปด้วยความกลัวและพยายามหลับให้ได้จนถึงเช้า

วันต่อมา เราก็ไม่ได้เล่าอะไรให้พี่สาวฟังเพราะกลัวว่าเขาจะหลอนตามเราไปด้วยและเราเองก็ยัง 50 50 กับสิ่งที่เห็นจากเมื่อคืน ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่ วันนั้นก็ไปทำงานที่ออฟฟิศ ตกเย็นกลับบ้าน ทำงานจนถึงดึกแล้วเข้านอน

เหตุการณ์ของคืนที่ 2 ก็ปกติจนถึงช่วงกลางดึก ประมาณตี 2 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดิมกับคืนแรก… 

เสียงดนตรีไทยค่อย ๆ ลอยมาอีกครั้ง คราวนี้ก้องอยู่ในหูเรา ในใจเราก็คิดว่า เฮ้ย มาอีกแล้วหรอวะ แต่ตอนนั้นก็ยังสงสัยนะว่าหรือตัวเองฝันซ้ำฝันซ้อน 

เสียงดังขึ้น ๆ เหมือนคืนก่อนหน้า จนพอถึงจุดที่มันดังชัดมาก ๆ เราก็ลืมตาตื่นขึ้นมา 

ภาพที่เราเห็นก็คือวงแขนกำลังตั้งวงอยู่ที่กรอบประตูฝั่งขวาเหมือนเดิม แขนแกว่งไปมาในท่ารำเหมือนคืนแรก แต่คราวนี้พอผ่านไปสักพักนึง เราเห็นยอดของชฎาโผล่ออกมาด้วย เป็นภาพของคนที่กำลังรำอยู่แต่ยังไม่ได้เห็นตัว

เราลุกขึ้นมานั่งดูอีกเหมือนเดิม จ้องไปกี่ครั้งก็ยังคงเห็นภาพแขนกับชฎาที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านหน้า 

ตอนนั้นในใจคิดแต่ว่า เอาวะ ไม่มึงก็กูนี่แหละที่ต้องจ้องกันคืนนี้ ถ้าไม่ใช่มึงก็ต้องเป็นกูเนี่ยแหละที่เหนื่อยหลับไป และก็เป็นเราที่ผลอยหลับไปก่อน

.

.

.

คืนที่ 3 ทุกอย่างเริ่มต้นเหมือนเดิมเป๊ะ กลางดึกประมาณตี 2 ตี 3 เสียงดนตรีลอยมาก่อน จากตัวเราที่ตอนแรกที่คิดว่าจะรอฟังเสียงให้ชัดก่อนเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา เราลุกขึ้นมานั่งทันทีที่เสียงเพลงไทยเดิมนั้นเริ่มขึ้นมาเลย 

เราลุกขึ้นนั่งแล้วตั้งใจมองไปที่ประตู ครั้งนี้ไม่ได้มาแค่แขน ไม่ได้มีแค่ยอดชฎา แต่สิ่งที่เราเห็นคือนางรำ 1 นางที่มาปรากฏให้เราเห็นทั้งตัว ภาพคือผู้หญิงที่ใส่ชุดไทยมีสไบ สวมชฎา ทาหน้าขาว เขียนคิ้วเป็นเส้น และทาปากสีแดง หน้ายิ้ม รำวนไปเรื่อย ๆ จากขวาผ่านประตูไปทางซ้าย รำสไลด์สลับไปมา 

.

.

ซ้ายไปขวา ขวามาซ้าย

ซ้ายไปขวา ขวามาซ้าย

.

.

ทุกอย่างค่อย ๆ ดำเนินไปอย่างช้า ๆ ตามจังหวะของดนตรี 

เราไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เราเห็นเป็นจริงหรือหลอนเอง แต่ในใจตอนนั้นก็คือไม่ไหวละเพราะมันติดต่อกันมาหลายคืน หันไปมองพี่สาวที่นอนข้างกัน เขาก็ยังคงหลับปุ๋ย

เรามองนาฬิกาเพื่อเช็กเวลาตอนนั้นเป็นเวลาประมาณตี 4 เรานั่งอยู่อย่างนั้นอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงได้โดยที่ไม่รู้สึกตัวอะไรเลย พอเข้าตี 5 ภาพที่เห็นและเสียงทั้งหมดก็หายไป…

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนที่ 3 นี้ มันทำให้เรารู้สึกว่าเราจะอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้ายังมีอีกหนึ่งคืน เขาคงเข้ามาในห้องอย่างแน่นอน มันต้องมีขั้นที่แอดวานซ์แน่นอน จะหนีไปนอนที่อื่นก็ไม่ได้เพราะที่นี่คือบ้านเรา 

สุดท้ายเราเลยตัดสินใจเล่าให้พี่ฟังในเช้าวันที่ 4 ซึ่งสิ่งที่พี่สาวเราบอกกลับมาก็คือเขาเห็นเหมือนกันทุกคืนนั่นแหละ แต่เขาเลือกที่จะนอน คือเขาไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เขาเห็นเราลุกขึ้นมานั่งดูแหละ แต่นางก็บังคับตัวเองให้หลับไปเพราะทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

เราก็พยายามคิดว่าอะไรที่เราทำลงไปที่เกี่ยวกับนางรำ พยายามคิดๆๆๆ ก็นึกอะไรไม่ออก เพราะเราไม่ได้ดูหนังผี ไม่ได้ดูละคร ไม่ได้ไปบนบานศาลกล่าวอะไร พอไปถึงออฟฟิศก็ไม่นั่งคุยกับคนที่เรานับถือ เป็นพี่สายไหว้พระ เขาก็พยายามให้เรานึกให้ออกว่าไปทำอะไรเอาไว้ นึก ๆๆๆ ก็นึกไม่ออกอีกจนถึงประมาณ 4 โมงเย็นของวันนั้น อยู่ดี ๆ ก็คิดขึ้นมาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น…

ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในคืนแรก เราไปหาพี่เราที่ออฟฟิศพี่เรา เป็นวันที่ทุกคนชวนกันไปไหว้พระพิฆเนศที่ห้วยขวาง หลังจากไหว้พระเสร็จ มันก็จะมีร้านขายของขลังเครื่องบูชากันใช่ปะ เราก็เดินไปกับเขานั่นแหละ ไปดูของนู่นนี่ ซึ่งคีย์สำคัญคือประโยคเดียวที่เราพูดออกมา 

เราหยิบตุ๊กตานางรำขึ้นมา ดูราคาที่แปะเอาไว้แล้วก็พูดว่า ‘เออดีว่ะ ยิ่งซื้อยิ่งถูกเนอะ’ 

นี่คือเรื่องเดียวเลยที่คิดขึ้นมาได้และน่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตัวเองเจอใน 3 คืนก่อนหน้า เรารีบโทรบอกพี่ถึงสิ่งที่ตกตะกอนมาได้ พี่สาวเลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นคงต้องไปให้เขาแก้แล้วล่ะ 

เราเลยกลับไปที่ศาลพระพิฆเนศอีกครั้งในวันนั้นเลย มีคนใส่ชุดขาวที่คอยรับคิวคนที่มาไหว้และแก้บนซึ่งคิวในวันนั้นเต็มไปจนถึงเวลาตี 1 แล้ว ถึงแม้เวลาว่าที่เราไปถึงคือประมาณ 6 โมง

พอถึงตอนที่เดินไปรับบัตรคิว คุณป้าชุดขาวแกก็ถามว่ามาทำอะไร ในใจตอนนั้นคือเราก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง แต่สักพักแกก็บอกว่า อ๋อ รู้ละ คิวตอนนี้ต้องรอถึงตี 1 เลยนะ แต่อันนี้ดูท่าทางไม่ดี เดี๋ยวหาคิวที่เร็วกว่านั้นให้ละกัน แต่ตัวต้องอยู่ด้วยนะ

เราก็ถือบัตรคิวเอาไว้แล้วนั่งรอจนถึงเวลาประมาณ 2 ทุ่มก็ได้รอบ พิธีคือเขาจะให้เราไปนั่งกลางวงแล้วให้นางรำจริง ๆ รำรอบตัว มีบทสวดบทขอขมา

พอทำพิธีเสร็จแล้วปุ๊บ คนที่ทำพิธีให้เราบอกกับเราว่าอย่าไปพูดจาแบบนี้กับใครอีก ทุกที่มันมีของ ซึ่งเรายังไม่ได้เล่าอะไรให้เขาฟังเลยตั้งแต่ไปถึง 

เหมือนเขาเห็นอะไรบางอย่างเลยรีบเลื่อนคิวให้โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น แล้วเขาก็พูดว่าโชคดีนะที่มาวันนี้พอดี เพราะถ้าเราจำไม่ผิด วันนั้นเป็นวันที่ศาลทำพิธีพระพิฆเนศครั้งใหญ่ประจำปี ซึ่งปีนึงทำแค่ครั้งเดียว 

.

.

.

หลังจากไปขอขมาเรียบร้อย ในคืนที่ 4 นั้นเราก็ไม่ได้เจอเหตุการณ์อะไรแปลก ๆ อีกเลย 

เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่าถ้าจะพูดอะไรซี้ซั้ว ควรคิดไตร่ตรองให้ดีซะก่อนที่ใครจะตามมาทวงคำขอโทษ"

ติดตามเรื่องเล่าชวนขนหัวลุกได้ทุกวันพุธ ในคอลัมน์ "พุธนี้ผีดุ"

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...