โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทคนิคการเลี้ยงลูกเชิงบวกแบบ ‘ใจดีแต่ไม่ใจอ่อน’ (Kind but firm parenting)

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 10 ก.ย 2563 เวลา 05.15 น. • Features

การเลี้ยงลูกเชิงบวก เป็นเทคนิคการเลี้ยงลูกที่บรรดาคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวิธีการเลี้ยงลูกที่เข้าใจการทำงานของสมองตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ เน้นการเลี้ยงด้วยความรัก และเข้าใจความแตกต่างหลากหลายในธรรมชาติของเด็กแต่ละคน ใช้ระเบียบวินัยเป็นเครื่องมือ และไม่ใช้ความรุนแรงทั้งคำพูดและการกระทำ

ฟังเผินๆ เหมือนเป็นการเลี้ยงลูกด้วยความใจดีและตามใจยอมให้ลูกทำอะไรก็ได้ แต่จริงๆ แล้วการเลี้ยงลูกเชิงบวกที่น่าสนใจก็คือการเลี้ยงแบบใจดีแต่ไม่ใจอ่อน หรือ Kind but firm parenting ซึ่งหมายความว่าอย่างไร ลองทำความเข้าใจไปด้วยกันนะคะ

การเลี้ยงดูเชิงบวกแบบใจดีแต่ไม่ใจอ่อน (Kind but firm parenting) คืออะไร

ถ้าคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยความโอนอ่อนผ่อนตามหรืออะลุ้มอะล่วยมากเกินไป ก็จะทำให้ลูกอาจกลายเป็นเด็กขาดระเบียบวินัย นิสัยใจคอไม่มั่นคง แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ใช้ความเข้มงดและจะเคร่งครัดในการเลี้ยงลูกมากเกินไป จนขาดความยืดหยุ่น ก็จะทำให้ลูกได้รับความกดดัน เครียด ไม่กล้าแสดงออก และไม่เป็นตัวของตัวเองได้

ดังนั้น การเลี้ยงดูลูกเชิงบวกควรจะมีความสมดุลระหว่าง ‘ความใจดี’ กับ ‘ความเคร่งครัด’ ด้วยการไม่ดุด่าหรือตำหนิลูกด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่ใช้อารมณ์ แต่มีความหนักแน่นและพูดจริงทำจริง เพื่อให้ลูกเรียนรู้ที่จะเคารพข้อตกลง ทำตามกติกา และสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้กับลูก เช่น ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีข้อตกลงกับลูกน้อยว่า “ถ้าลูกไม่ยอมแปรงฟัน แม่ก็จะไม่อ่านนิทานให้ฟัง” และเมื่อถึงเวลา ลูกน้อยไม่ยอมทำตามข้อตกลงที่ว่าไว้ คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องต่อว่าหรือลงโทษลูกด้วยวิธีรุนแรง เพียงแต่ต้องรักษาคำพูด ด้วยการไม่อ่านนิทานให้ลูกฟังเด็ดชาด เมื่อลูกรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ยอมทำผิดกติกา ต่อไปลูกก็จะเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบและควบคุมตัวเอง (self control) ได้ดีขึ้น

แล้วถ้าอยากเป็นพ่อแม่ที่ที่ใจดีแต่ไม่ใจอ่อน เพื่อให้การเลี้ยงลูกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือคุณพ่อคุณแม่ควรทำค่ะ

1. ทำความเข้าใจว่า ‘ใจดี’ ไม่เท่ากับ ‘ตามใจ’

คุณพ่อคุณแม่บางคน เห็นลูกงอแงหรือโดนขัดใจไม่ได้ มันเจ็บปวดหัวใจไปหมด ก็เลยพยายามที่จะให้ลูกได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ความจริงแล้ว การเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ใจดี ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเอาอกเอาใจหรือตามใจเพื่อให้ลูกรู้สึกดีตลอดเวลา แต่ความใจดี หมายถึงการแสดงออกทางความรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจความรู้สึกของลูก ภายใต้กติกาในครอบครัว เช่น ลูกร้องไห้งอแงเพราะอยากเล่นเกมก่อนทำการบ้าน คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องตามใจให้ลูกได้เล่นเกมสมใจอยาก แต่อาจใช้วิธีพูดกับลูกว่า “แม่เข้าใจว่าลูกอยากเล่น แต่เราควรทำการบ้านให้เสร็จก่อน แล้วค่อยไปเล่นด้วยกันดีกว่า” แม้ว่าจะต้องขัดใจลูกบ้าง แต่ก็เป็นการสร้างความรับผิดชอบและวินัยให้กับเด็กๆ ได้ดีค่ะ

2. เมื่อลูกทำพฤติกรรมไม่น่ารัก ‘ความเคร่งครัด’ ไม่เท่ากับ ‘การลงโทษ’

บางครั้งที่ลูกอาจมีพฤติกรรมไม่น่ารัก หรือไม่เหมาะสม คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องการให้ลูกปรับปรุงนิสัย แต่ก็ไม่ควรใช้การลงโทษที่รุนแรงเพื่อห้ามหรือกดพฤติกรรมของลูกเอาไว้ แต่ควรใช้วิธีการสอน (Teaching lessons) ให้ลูกทำในสิ่งที่เหมาะสม ด้วยการสื่อสารให้ชัดเจนและบอกให้ลูกเข้าใจว่าทำอะไรผิด เพื่อสอนให้ลูกทำในสิ่งที่ถูก โดยไม่ใช้วิธีพูดบ่นหรือเกินจริง ประชดประชัน และที่สำคัญคือไม่ใส่อารมณ์มากเกินไป

ดังนั้น การเคร่งครัดและไม่ใจอ่อน ไม่ใช่ การทำร้ายหรือลงโทษที่รุนแรง จนทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัว แต่คือการมั่นคง ไม่ใจอ่อน และหนักแน่นที่จะสอนให้ลูกทำสิ่งที่เหมาะสม

3. ปล่อยอิสระ แต่ไม่ปล่อยปละละเลย

การปล่อยให้ลูกมีอิสระ ไม่ได้แปลว่าปล่อยให้ลูกทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่เป็นการปล่อยให้ลูกได้ทำ ได้คิด และตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ อย่างอิสระ แต่อยู่ภายใต้กติกาที่ตกลงร่วมกัน เช่น ให้ลูกมีสิทธิ์ในการตัดสินใจหรือเลือกว่าอยากทำอะไรมากกว่า โดยมีคุณพ่อคุณแม่ช่วยประคับประคอง สนับสนุน และเรียงลำดับความสำคัญให้ เพื่อให้ลูกมีความมั่นใจ กล้าตัดสินใจ และไม่กลัวที่จะผิดพลาด เพราะมีคุณพ่อคุณแม่คอยให้การสนับสนุนอยู่เสมอ

อ้างอิง

followpsychologist

positivediscipline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...