รวบหนุ่มหาปลา พกปืนลูกซอง กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีฯ ต้องสงสัยเอาไว้ล่าสัตว์
จนท.อช.เขื่อนศรีนครินทร์ ลาดตระเวนกลางอ่างเก็บน้ำ รวบหนุ่มหาปลา พกปืนลูกซองยาว ต้องสงสัยเอาไว้ล่าสัตว์ เตือนนักท่องเที่ยว ห้ามพกปืนเข้าอุทยานเด็ดขาด
รวบหนุ่มหาปลา / เมื่อวันที่ 14 ต.ค. นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้า อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสัวสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากนโยบายของนายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ให้คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ซึ่งเป็นการปฏิบัติ เพื่อหยุดยั้งการทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในช่วงวันหยุดยาว
ตนจึงสั่งการให้นายอำพล ไหลยิ้ม หัวหน้าสายตรวจอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ (ส่วนกลาง) พร้อมกำลัง ออกลาดตระเวนตรวจตรา โดยใช้เรือตรวจการณ์ทางน้ำ ออกปฏิบัติหน้าที่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 1.30 น. ขณะตรวจมาถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณป่าเหมืองแร่ หมู่ 1 ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ที่บริเวณค่าพิกัด 47P 0515663E 1651794N เจ้าหน้าที่พบเรือต้องสงสัย จึงได้แสดงตัวพร้อมส่งสัญญาณให้คนขับหยุดเรือเพื่อขอเข้าตรวจค้น
จากการตรวจค้นภายในเรือลำดังกล่าว พบวัตถุต้องสงสัยพันด้วยผ้าสีดำแล้วมัดด้วยเชือก วางอยู่ใต้ถุงตาข่ายดักปลา เมื่อเจ้าหน้าที่ดึงเชือกและเปิดผ้าออกพบว่าเป็นอาวุธปืนลูกซองเดี่ยว ยี่ห้อ เบลเยี่ยม หมายเลขประจำปืน 6591 จำนวน 1 กระบอก ลูกกระสุนปืนขนาดเบอร์ 12 จำนวน 16 นัด
นอกจากนี้ยังมีตาข่ายดักปลาอยู่ในถุงจำนวน 5 ถุง มีดปลายแหลม 1 เล่ม มีดอีโต้ 1 เล่ม และไฟฉายคาดหัว 2 อัน จึงตรวจยึดของกลางและเรือยนต์หางยาวที่ใช้เป็นพาหนะ จากนั้นจึงนำตัวคนขับเรือคือนายสามารถ เปรมทอง ชาวบ้าน ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี มาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมกับนำตัวส่ง สภ.ด่านแม่แฉลบ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
แจ้งข้อหานำอาวุธเข้าในเขตอุทยานฯ
ในข้อหา “นำเครื่องมือล่าสัตว์ หรืออาวุธเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามความในมาตรา 13 (15)และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และ ในข้อหา ฐานครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนดังกล่าว โดยคณะเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย
นายฐิติเปิดเผยต่อว่า อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้ออกลาดตระเวนทั้งทางน้ำทางน้ำกันอย่างเข้มข้น ที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้พกพาอาวุธปืนเข้ามาในเขตอุทยานฯมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาล่องแพ
และจากพฤติกรรมของผู้นำอาวุธปืนเข้ามา ส่วนใหญ่มุ่งหวังที่จะล่าสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่ลงมากินน้ำตามเกาะแก่งต่างๆ แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถป้องกันเหตุการณ์เอาไว้ได้ จึงไม่มีการสูญเสียสัตว์ป่า ซึ่งเป็นสมบัติของประเทศชาติ
“อยากฝากเตือนไปถึงนักท่องเที่ยว หากต้องการมาเที่ยวพักผ่อนในเขตอุทยานฯอย่างสบายใจและมีความสุข ก็อย่าได้พกพาอาวุธปืนมาด้วย เพราะหากถูกเจ้าหน้าที่จับกุม คนที่จะเสียใจก็คือครอบครัวและตัวของท่านเอง” นายฐิติ กล่าว