โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จากสัตว์ไถนา สู่สัตว์ทำเงิน! กระบือยุคใหม่ สร้างรายได้หลายทาง ทำตลาดได้ทั้งเนื้อ นม และประกวด

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 11 ส.ค. 2568 เวลา 01.59 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2568 เวลา 01.59 น.

กระบือ ในยุคนี้ไม่ได้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อไว้ไถนาเหมือนเช่นเก่าก่อน แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาและเลี้ยงได้หลากหลาย โดยมุ่งเน้นการทำตลาดได้ง่ายกว่าเดิม ซึ่งเกษตรกรหรือผู้สนใจเลี้ยงต้องมีทิศทางและเป้าหมายของการสร้างตลาดว่าจะไปในทิศทางใด จึงส่งผลให้กระบือเป็นสัตว์ที่นับวันตลาดกำลังเติบโตได้ไม่แพ้สัตว์เศรษฐกิจอื่นๆ

คุณจิราภัค ขำเอนก อยู่บ้านเลขที่ 193 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงกระบือจนประสบผลสำเร็จ สามารถผลิตลูกพันธุ์และสร้างกระบือสวยงาม พร้อมทั้งเริ่มมีการพัฒนาแปรรูปนมกระบือพร้อมดื่ม สร้างเป็นอีกหนึ่งสินค้าน่าซื้อเพื่อให้ตลาดมีทางเลือก จึงเกิดการทำตลาดที่หลากหลายสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดีทีเดียว

จากอดีตลูกจ้าง

สู่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ

คุณจิราภัค เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างอยู่ในหน่วยงานราชการ และได้ลาออกมาภายหลังเพื่อช่วยครอบครัวเลี้ยงสุกร ซึ่งในช่วงที่กลับไปเลี้ยงสุกรนั้น ครอบครัวได้มีกระบือเลี้ยงไว้ 4-5 ตัว และเมื่อการเลี้ยงกระบือไม่ติดปัญหาเจออุปสรรคมากนัก จึงได้ตัดสินใจมาทำฟาร์มสำหรับเลี้ยงกระบือโดยเฉพาะในปี 2554

“ช่วงที่เริ่มเลี้ยงใหม่ๆ ก็มีการหากระบือมาจากเพื่อนเกษตรกรรายอื่นบ้าง เข้ามารวบรวมไว้ภายในฟาร์ม พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง จึงตัดสินใจมาเลี้ยงเองแบบเต็มรูปแบบ มีการผสมและพัฒนาสายพันธุ์เองภายในฟาร์ม ซึ่งช่วงแรกบอกเลยว่า เป็นคนที่กลัวกระบือมาก แต่ด้วยแฟนเป็นคนชอบเลี้ยง พอเราได้มาอยู่คลุกคลีอย่างจริงจัง ได้มาลองทำและอยู่กับกระบือทุกวัน ก็ยิ่งเห็นความน่ารักของสัตว์ชนิดนี้ จึงเกิดความคิดว่าอยากจะอนุรักษ์ เพราะนับวันกระบือยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้ตัดสินใจมาทำเองอย่างเต็มตัวแทนแฟนเลยก็ว่าได้” คุณจิราภัค เล่าถึงเหตุผลของการเลี้ยงกระบือ

ซึ่งจากวันนั้นที่เริ่มเลี้ยงกระบือเพียง 5 ตัว เมื่อเวลาเปลี่ยนผ่านมาจึงปัจจุบันทำให้เวลานี้ภายในฟาร์มของเธอมีกระบือเลี้ยงอยู่ถึง 52 ตัว โดยทุกตัวเป็นตัวเมียที่เน้นใช้การผสมเทียมเป็นหลัก

เลี้ยงแบบกึ่งประณีต

กึ่งธรรมชาติ

ในส่วนของการเลี้ยงกระบือให้ได้มีคุณภาพนั้น คุณจิราภัค บอกว่า ไม่ได้เน้นให้กระบืออยู่แบบยืนโรงเพียงอย่างเดียว ในบางช่วงเวลาได้พากระบือออกไปเดินเล่นในทุ่งหญ้าที่ปลูกไว้บ้าง โดยในช่วงเช้า 07.00 น จะปล่อยให้กระบือออกไปเดินและลงแช่น้ำเล่นประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะนำมากินฟางกับอาหารเสริมภายในคอก และปล่อยในพักผ่อนอยู่ในคอกในช่วงตอนกลางวัน และเมื่อเวลา 16.00 น. ก็จะนำกระบือออกมาเดินเล่นและแช่น้ำอีกครั้งหนึ่ง

“อาหารของกระบือในแต่ละวัน ก็จะเน้นเป็นหญ้าและฟางเป็นหลัก มีอาหารข้นให้กินด้วย ถ้าช่วงไหนที่พื้นที่นี้อากาศแล้ง หญ้าที่มีในแปลงโตไม่ทัน ก็จะปล่อยให้อยู่ภายในคอก และหาอาหารมาให้กินภายในคอกแทน เพื่อไม่ให้กระบือเดินมากจนสูญเสียพลังงาน ซึ่งที่นี่จะเลี้ยงด้วยอาหารข้นไม่มาก กระบือก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี” คุณจิราภัค บอก

กระบือที่ใช้สำหรับเป็นแม่พันธุ์ผสมเทียมได้นั้น คุณจิราภัค เล่าว่า จะใช้กระบือที่มีอายุอย่างต่ำ 3 ปี เพื่อให้มีการเจริญเติบโตและสมบูรณ์เพศอย่างเต็มที่ จากนั้นก็จะนำน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์ที่ต้องการมาผสมให้กับแม่พันธุ์ที่คัดเลือกไว้ เมื่อผสมพันธุ์ติดรอตั้งท้องประมาณ 11 เดือน แม่พันธุ์ก็จะออกลูกกระบือมาให้ได้เชยชม

หลังจากลูกกระบือออกมาลืมตาดูโลกแล้ว ในช่วง 7-14 วันแรก จะดูแลอย่างใกล้ชิดให้ลูกกระบืออยู่ภายในคอก ยังไม่ปล่อยรวมกับฝูง หลังจากนั้นเมื่อลูกกระบือได้อายุ 1 เดือน ก็จะเริ่มหัดกินอาหารจำพวกหญ้าและอาหารข้นที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 16 ควบคู่ไปกับการกินนมจากแม่พันธุ์กระบือ

“พอเลี้ยงลูกกระบือได้อายุประมาณ 10 เดือน ช่วงนี้ก็จะมีความพร้อมหย่านมได้แล้ว ก็จะจับแยกออกจากแม่ ซึ่งการทำวัคซีนของกระบือภายในฟาร์ม วัคซีนป้องกันโรคคอบวมจะทำปีละ 1 ครั้ง ส่วนการป้องกันโรคปากเท้าเปื่อยจะทำทุก 4 เดือนครั้ง ซึ่งการป้องกันโรคของสัตว์ภายในฟาร์มที่ดีที่สุด จะต้องไม่ให้คนนอกเข้ามาสัมผัสกับสัตว์ หรือหากมีการมาเยี่ยมชมมาดูงาน ก็จะให้พ่นยาฆ่าเชื้อก่อน เพื่อเป็นการป้องกันที่ดีได้อีกระดับหนึ่ง นอกเหนือจากการทำวัคซีน” คุณจิราภัค บอก

ทำตลาดจำหน่ายกระบือ

แบ่งลูกค้าออกเป็น 4 กลุ่ม

ในเรื่องของการทำตลาดจำหน่ายกระบือนั้น คุณจิราภัค บอกว่า จะแบ่งการจำหน่ายกระบืออย่างชัดเจนโดยมี 4 กลุ่มลูกค้า คือ

  • ลูกค้าสำหรับซื้อเพื่อนำกระบือไปพัฒนาสายพันธุ์ สร้างเป็นกระบือสวยงามส่งเข้าประกวด
  • ลูกค้าที่เป็นเกษตรกรต้องการซื้อกระบือนำไปเลี้ยงต่อในพื้นที่ของตนเอง
  • ส่งขายไปให้กับตลาดจำหน่ายเนื้อ และ
  • กลุ่มผู้เลี้ยงเพื่อต้องการรีดนมกระบือสร้างเป็นสินค้าแปรรูปจำหน่าย

ซึ่งการสร้างตลาดหลากหลายให้ลูกค้าได้มีทางเลือก คุณจิราภัค บอกว่า สามารถทำรายได้จากการจำหน่ายกระบือได้มากขึ้น เพราะถ้ายึดการทำตลาดเพียงตลาดเดียว ลูกค้าจะไม่มีทางเลือกและเป็นการตัดโอกาสการจำหน่ายกระบือของฟาร์มเธอเอง

“พอเรามีกระบือที่สร้างตลาดหลายหลาก ช่วงไหนเราอยากนำกระบือภายในฟาร์มไปโชว์ให้คนเห็น เราก็มีกระบือสวยงามส่งเข้าประกวด ส่วนกลุ่มอื่นๆ ต้องการกระบือที่มีราคาถูกลงมาหน่อย ก็สามารถมาซื้อได้จากฟาร์มของเรา ก็ทำให้ฟาร์มมีโอกาสขายได้ทุกช่องทาง ยิ่งตลาดขายเนื้อนี่ มีกระบือส่งขายเท่าไรก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นการทำตลาด 4 กลุ่ม จึงทำให้เราเกิดเป็นรายได้อยู่เสมอ” คุณจิราภัค เล่าถึงหลักการทำตลาด

โดยราคาจำหน่ายกระบือมีความแตกต่างกันไป เช่น กระบือที่ส่งขายให้พ่อค้าเพื่อไปชำแหละ จำหน่ายอยู่ที่ตัวละ 20,000 บาท และกระบือสวยงามนำไปเข้าประกวด หรือพัฒนาพันธุ์ต่อไปสามารถจำหน่ายได้อยู่ที่ตัวละเป็นหลักแสนบาทเลยทีเดียว

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงกระบือเพื่อเป็นอาชีพทำเงิน คุณจิราภัค แนะนำว่า ในเรื่องของตลาดจำหน่ายกระบือยังถือว่าไปได้ดี เพราะปัจจุบันตลาดที่ส่งจำหน่ายเป็นกระบือเนื้อ มีกำลังการผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค หากต้องการเลี้ยงและมีรายได้ต่อเนื่องอาจจะทำตลาดขายเนื้อได้เช่นกัน

“ผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงกระบือให้ประสบผลสำเร็จ ต้องมีในเรื่องของใจรักที่จะเลี้ยงกระบือเสียก่อน เพราะกระบือต้องใช้เวลาและความใจเย็นในการเลี้ยง ไม่ได้โตเร็วและให้ผลตอบแทนได้ไวเหมือนการซื้อมาขายไป แต่การเลี้ยงต้องมีการดูแลหลายๆ ด้าน ตั้งแต่การให้อาหาร การผสมเทียม การเลี้ยงลูกกระบือให้โต ซึ่งทุกขั้นตอนต้องมีความอดทน แต่เมื่อความสำเร็จเกิดขึ้นการเลี้ยงกระบือก็ถือว่าเป็นกระปุกออมสิน สามารถสร้างเงินให้กับผู้เลี้ยงได้อย่างแน่นอน” คุณจิราภัค แนะนำ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณจิราภัค ขำเอนก หมายเลขโทรศัพท์ 086-257-3364

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จากสัตว์ไถนา สู่สัตว์ทำเงิน! กระบือยุคใหม่ สร้างรายได้หลายทาง ทำตลาดได้ทั้งเนื้อ นม และประกวด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...