โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สะตอ…เอกลักษณ์ ชาวปักษ์ใต้

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 23 ม.ค. 2562 เวลา 08.42 น.
สะตอ

สะตอพืชท้องถิ่นที่อยู่คู่ภาคใต้มาช้านาน ด้วยความอร่อยล้ำมีกลิ่นเฉพาะตัวใครกินแล้วกลิ่นติดปากอยู่นาน ผนวกกับปัจจุบันสะตอสามารถปลูกได้ในภาคอื่นนอกจากภาคใต้ จึงเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจปลูกกันไว้รอบรั้วบ้าน

สะตอมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัด เช่น จังหวัดชุมพรหรือสุราษฎร์ธานีเรียกว่า “สะตอ” หรือ “กะตอ” หรือตามแต่ละท้องถิ่นในภาคใต้เรียก

นอกจากสะตอจะปลูกกันมากในทางภาคใต้ของประเทศไทยแล้วยังมีปลูกในประเทศมาเลเซียรวมถึงอินโดนีเซียด้วย สายพันธุ์สะตอที่ปลูกอยู่ในภาคใต้คือพันธุ์สะตอข้าว สะตอดาน

นอกจากสะตอมีการปลูกไว้ในสวนหรือหัวไร่ปลายนาแล้วยังมีเกษตรกรทำสวนสะตอปลูกส่งขายสู่จังหวัดภาคใต้ ส่วนหนึ่งได้มีการส่งขายเข้ามาภายในกรุงเทพมหานครด้วย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ชื่อสามัญ Pakria ชื่อวิทยาศาสตร์ Pakria speciosa Hassk. จัดอยู่ในวงศ์ Leguminosae

ลำต้นค่อนข้างสูงประมาณ 20-30 เมตร เปลือกหนาสีน้ำตาล ผิวเรียบ มีรากแก้วช่วยพยุงลำต้น

เมล็ดสะตอเกิดจากรังไข่ที่ผสมแล้ว เมล็ดมีสีเขียวเรียงตามแนวขวางกับฝัก เมล็ดมีรูปร่างรี สะตอหนึ่งฝักมีเมล็ดประมาณ 7 -20 เมล็ด

ลักษณะใบของต้นสะตอก้านทางใบมีลักษณะเป็นคู่ บริเวณส่วนของก้านทางใบมีใบขนาดเล็กเป็นรูปพาย

ฝักของสะตอเกิดจากรังไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว มีลักษณะตรงห้อยจากตุ่มดอกเป็นพวงลงมาสีค่อนข้างเขียว ฝักอ่อนสีเขียวอ่อน ฝักแก่มีสีเขียวเข้ม

ผลดิบของสะตอสามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้โดยต้องสังเกตุสะตอที่มีฝักแก่ซึ่งเมล็ดจะไม่อ่อนมากเมื่อนำมารับประทานแล้วมีรสชาติที่อร่อยกว่าสะตออ่อน

สะตอสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิดเช่น เป็นผักเหนาะ (ผักทานคู่กับแกง) สะตอผัดกุ้ง สะตอผัดหมู หรือสะตอดอง นอกจากสะตอสามารถนำมาประกอบอาหารได้แล้ว ภายในเมล็ดของสะตอยังให้คุณค่าทางสารอาหารมากมาย เช่น ช่วยทำให้เจริญอาหาร แก้ปัญหาโรคไต ช่วยให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

หากรับประทานสะตอแล้ว ผู้ทานมีกลิ่นปากสามารถแก้ได้ด้วยการรับประทานมะเขือเปราะตามลงไปจะสามารถดับกลิ่นของสะตอลงได้

แนวทางการปลูกสะตอ หากต้องการทำเป็นการค้าควรปลูกให้อยู่ในระยะปลูก 12 คูณ 12 เมตร (ระยะระหว่างต้นระหว่างแถว) เนื่องจากสะตอเป็นพืชที่เมื่อเติบโตแล้วต้นมีขนาดใหญ่ต้องการพื้นที่ในการแผ่กิ่งให้ผลจึงควรปลูกในบริเวณสวนหรือพื้นที่ห่างจากบ้านพักอาศัยไม่มากนัก

โดยขุดหลุมให้ได้ขนาดพอดีกันกับต้นสะตอที่จะนำมาปลูก สำหรับดินที่ใช้ปลูกสะตอควรเป็นดินแดงหรือดินร่วนแดงผสมกรวดเพื่อให้รากของสะตอสามารถยึดติดกับดินในแปลงปลูกได้ พื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกสะตอได้ 11 ต้น

การบำรุงต้นสะตอนั้นไม่ได้มีวิธีการที่ยากนักเพียงใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักบำรุงให้ต้นสะตอช่วงก่อนติดฝัก (ออกโม้ง) เพียงเท่านี้ก็ได้ฝักสะตอสีเขียวสดพร้อมจำหน่ายหรือรับประทานเองที่บ้านแล้ว

แหล่งปลูกสำคัญคือภาคใต้และภาคตะวันออก

แต่ปัจจุบันพื้นที่ขยายไปยังจังหวัดศรีสะเกษ ชัยภูมิ  กาญจนบุรี รวมทั้งภาคเหนือหลายจังหวัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...