โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่อง สะตอ-สะตอ ของคนชอบทานสะตอ แต่ไม่ชอบสะตอ(อากัปกิริยา)

รักบ้านเกิด

อัพเดต 17 ส.ค. 2563 เวลา 07.02 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2563 เวลา 07.02 น. • รักบ้านเกิด.คอม

สะตอ พืชผักพื้นถิ่นอันเลื่องชื่อของภาคใต้ มีรสชาติกรุบกรอบ หวานมัน และ กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ แม้นใครเพียงได้ลองลิ้มชิมรสเป็นต้องติดอกติดใจตั้งแต่แรกชิม นอกจากความอร่อยลิ้นแล้วสะตอยังแฝงไปด้วยคุณประโยชน์เช่นเดียวกับพืชตระกูลถั่วชนิดอื่นๆ ไว้ครบครัน หากเพียงแต่กว่าจะได้เมล็ดสะตอมาประกอบอาหาร ทุกเมนูล้วนต้องผ่านขั้นตอนการแกะเมล็ดและเยื่อหุ้มเมล็ดออกจากฝักแข็งๆ ซึ่งจัดว่าเป็นขั้นตอนปราบแม่ครัวจอมขี้เกียจได้เลยล่ะ ถ้าแม่ครัวท่านใดไม่อยากเสียเวลานั่งแกะสะตอ ก็เลือกใช้สะตอแกะเมล็ดที่พ่อค้าแม่ค้า ช่วยแกะไว้เอาใจพร้อมแอบบวกราคาเพิ่มไปประกอบอาหารแทนก็คงไม่มีใครว่า แต่สำหรับแม่ครัวจอมประหยัดไม่อยากเสียเงินเพิ่มให้กับสะตอแกะเมล็ด มาลองดูวิธีแกะสะตอแบบง่ายๆ ที่ ง่ายกว่าการสะตอ(อากัปกิริยา)กันดีกว่าค่ะ

Hilight-Kaset/2_1_20150625_170812.jpg

สำหรับวิธีการแกะสะตอนี้ค้นพบจากประสบการณ์ของคนชอบทานสะตอ(แต่ไม่ชอบสะตอนะคะ) ซึ่งจะออกอาการขี้เกียจทุกครั้งที่ต้องมานั่งแกะเมล็ด จึงหันไปปรึกษาอาจารย์กู (google) เพื่อหาวิธีการแกะสะตอแบบง่ายๆ และรวดเร็วทันใจ แต่กลับไม่พบหนทาง เลยจำต้องก้มหน้าก้มตาแกะสะตอแบบเอามีดปาดแล้วแงะต่อไป แม้จะขี้เกียจสุดแสนกับขั้นตอนนี้ก็ตาม หากแต่พอแกะๆ ไปแล้วเริ่มออกอาการขี้เกียจเต็มขั้น และได้เผลอไปบิดแล้วดึงเปลือกสะตอเข้า จึงพบหนทางสว่างที่กระจ่างใจตนว่า …เออหนอ…. มัวเสียเวลาแคะ แกะ อยู่นาน แค่ออกแรง-บิด-แล้วดึง เล็กน้อย ก็ได้สะตอเมล็ดสวยๆ มาประกอบอาหารแล้วล่ะ !!

 

Hilight-Kaset/2_2_20150625_171106.jpg

ออกแรงดึง-บิดข้อมือเพียงเล็กน้อย เปลือกฝักและเยื่อหุ้มเมล็ดจึงหลุดออก เผยให้เห็นเมล็ดอวบเขียวข้างใน
 

เทคนิคนี้แกะได้เร็วและได้เมล็ดสวยมาก : ว่าแล้วก็จับตรงส่วนของเมล็ดนูนๆ ด้วยมือทั้ง 2 ข้าง แล้วใช้มือทั้ง 2 ดึง+บิดข้อมือเพียงเบาๆ เมล็ดสีเขียวอวบ ก็จะปลิ้นออกมาให้เห็น (ตามรูปประกอบที่ 2) และสามารถแกะทุกเมล็ดให้เสร็จสิ้นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

 

** นอกจากนี้ยังพบว่าฝักที่ค่อนข้างยวบหรืออ่อนตัวเพราะเก็บเกี่ยวมาแล้วหลายวัน จะปลิ้นเมล็ดออกมาได้ง่ายกว่าฝักสดๆ ค่ะ

 

Hilight-Kaset/2_3_20150625_171700.jpg

แล้วก็ได้มาซึ่งเมล็ดสะตอ เขียวๆ อวบๆ และ แอบเหี่ยวเฉาเพราะผ่านกาลเวลามาพอสมควร
 

เหตุผลที่ต้องแกะเมล็ดสะตอออกเป็น 2 ซีก : มาถึงตอนนี้จึงเริ่มคิดแล้วว่า ….ทำไมเวลาเราไปทานผัดสะตอตามร้านค้า แล้วแม่ค้าจะแกะเมล็ดสะตอออกเป็น 2 ซีก เพราะอะไร? จะเพื่อความสวยงามหรือเพื่อต้องการเพิ่มปริมาณกันแน่? จึงลองแกะเมล็ดสะตอออกเป็น 2 ซีกดูบ้าง(แต่ที่ผ่านมาไม่เคยแกะสะตอออกเป็น 2 ซีกเลยนะคะ) ก็ได้พบกับความจริงที่สุดจะอึ้งว่า…ภายในเมล็ดที่ผ่าซีกออกมานั้นมีหนอนสีเขียวตัวอวบอ้วนแฝงอยู่ภายในเกือบทุกเมล็ด!! (เอาแล้วไง…แอบกินหนอนไปกี่ตัวแล้วนี่เรา) โดยเฉพาะเมล็ดอวบๆ ใหญ่ๆ ด้วยแล้วกล้าบอกได้เลยว่ามีตัวหนอนอยู่ภายใน 100% คราวนี้จึงไปถึงบางอ้อ แบบอ้ำอึ้ง พร้อมกับแอบปลอบใจตัวเองไปพรางๆ ว่า…ดีออกที่ผ่านมาเท่ากับว่าเราได้รับโปรตีนชั้นเยี่ยม ถึง 2 เด้งเชียวนะ 555

 

Hilight-Kaset/2_4_20150625_170820.jpg

แช่เมล็ดสะตอที่แกะออกเป็นซีกๆ ลงในน้ำเปล่า ตั้งทิ้งไว้ ณ อุณหภูมิห้อง ประมาณ 20 นาที เพื่อคืนความกรุบกรอบ
 

วิธีคืนความกรุบกรอบให้เมล็ดสะตอ : หลังผ่านความสงสัยเรื่องการแกะเมล็ดสะตอออกเป็น 2 ซีก ก็มาถึงขั้นตอนที่ว่า จะทำอย่างไร? เมล็ดสะตอที่อ่อนนิ่มเพราะสูญเสียความกรุบกรอบไประหว่างการขนย้าย-รอการจำหน่าย จึงจะกลับมากรุบกรอบ ทานอร่อย เหมือนที่คนภาคใต้เข้าถึงความสดกรอบ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการทานเมนูสะตอผัดเอ็นข้อไก่ชามโปรดให้อร่อยยิ่งขึ้นดี?….ก็ได้คำตอบว่าน้ำไงล่ะ! ที่เมล็ดสะตออ่อนปวกเปียกก็พราะสูญเสียน้ำ! …คิดได้ดังนั้น จึงไม่รอช้า รีบนำเมล็ดที่ผ่านการแกะออกเป็นซีกๆ แช่ลงในน้ำสะอาดทันที แล้วตั้งทิ้งไว้ ณ อุณหภูมิห้อง เมื่อผ่านเวลาไปประมาณ 20 นาที จึงพบว่า เมล็ดที่อ่อนนิ่มก่อนหน้านั้น กลับมาเต่งตึงกรุบกรอบน่าทานขึ้นอีกโข หรือ ถ้าต้องการย่นระยะเวลาในการแช่น้ำลงก็ให้นำภาชนะที่แช่สะตอไปวางไว้ในตู้เย็น เพียง 5-10 นาทีเมล็ดจะกลับมาเต่งตึง พร้อมนำไปปรุงแต่งอาหารให้อร่อยได้แล้วค่ะ

 

Hilight-Kaset/2_5_1.jpg

ผัดพริกเอ็นข้อไก่ใส่สะตอ
 

ประสบการณ์ที่ได้มาในวันนั้น ทำให้ได้ทานเมนูสะตอบ่อยขึ้น เพราะไม่ต้องมานั่งง้อใครให้ช่วยแกะเมล็ดสะตออีกเลย…ก็แหม๋….ปีๆ หนึ่งจะมีออกมาให้ทานที ทั้งยังค้นพบวิธีการแกะเมล็ดที่ง่ายดายขนาดนี้ ก็ต้องจัดหนักๆ ให้หายคิดถึงกันหน่อยสิค่ะ

เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...