โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพเอกซเรย์ 3 มิติ เผยคนอียิปต์โบราณหักคอลูกแมวทำมัมมี่

Khaosod

อัพเดต 25 ส.ค. 2563 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2563 เวลา 02.33 น.
เครื่องเอกซเรย์ความละเอียดสูงช่วยให้นักวิจัยศึกษามัมมี่แมวได้โดยไม่สร้างความเสียหายแก่ตัวมัมมี่ / EGYPT CENTRE/SWANSEA UNIVERSITY/PA WIRE

ภาพเอกซเรย์ 3 มิติ เผยคนอียิปต์โบราณหักคอลูกแมวทำมัมมี่ - BBCไทย

ทีมนักวิทยาศาสตร์ในเวลส์ใช้เครื่องเอกซเรย์ความละเอียดสูงศึกษามัมมี่สัตว์อายุกว่า 2,000 ปี และพบว่าแมวที่คนอียิปต์ในยุคโบราณนำมาทำมัมมี่นั้นมีร่องรอยถูกหักคอ และเป็นเพียงลูกแมวอายุไม่ถึง 5 เดือน

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวอนซี ได้นำมัมมี่แมว นก และงู ที่เก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ที่ศูนย์อียิปต์ของมหาวิทยาลัยมาทำการศึกษาโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ระดับไมโครเมตร (micro CT) ซึ่งสามารถประมวลข้อมูลออกมาเป็นภาพ 3 มิติได้

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ไม่เพียงจะแสดงให้เห็นถึงวิธีการทำมัมมี่ของคนอียิปต์โบราณ แต่ยังเผยให้เห็นถึงสาเหตุการตายของสัตว์เหล่านี้ด้วย

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบอะไรบ้าง

ผลเอกซเรย์กระดูกมัมมี่แมวพบว่า แมวตัวนี้เป็นแมวบ้าน (Felis catus) โดยฟันกรามที่ยังไม่งอกออกมาและซ่อนอยู่บริเวณขากรรไกรล่างบ่งชี้ว่ามันยังเป็นลูกแมวอายุไม่เกิน 5 เดือน นอกจากนี้ ที่กระดูกสันหลังยังพบหลักฐานที่แสดงว่าคอของมันถูกทำให้หักอย่างจงใจ

  • เครื่องเอกซเรย์ความละเอียดสูงช่วยให้นักวิจัยศึกษามัมมี่แมวได้โดยไม่สร้างความเสียหายแก่ตัวมัมมี่ / EGYPT CENTRE/SWANSEA UNIVERSITY/PA WIRE

ส่วนมัมมี่งู นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าเป็นงูเห่าอียิปต์ (Egyptian cobra) ที่ยังไม่โตเต็มวัย โดยผลวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์พบว่ามันตายจากการถูกจับหางแล้วฟาดเข้ากับพื้นหรือกำแพงจนคอหัก นอกจากนี้ยังพบหลักฐานว่าไตได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากภาวะที่ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรงในวาระสุดท้ายของชีวิต

แทนที่จะเอกซเรย์มัมมี่ทั้งตัว ทีมนักวิจัยได้มุ่งศึกษาเป็นส่วนๆ ไป เพื่อให้ได้รายละเอียดมากขึ้นสำหรับการสร้างแบบจำลองมัมมี่โดยใช้เทคโนโลยีการจำลองภาพเสมือนจริง (virtual reality หรือ VR) แบบ 360 องศา

  • เครื่องเอกซเรย์ความละเอียดสูงช่วยให้นักวิจัยศึกษากะโหลกศีรษะแมวได้อย่างละเอียด / SWANSEA UNIVERSITY

ศาสตราจารย์ริชาร์ด จอห์นสัน หนึ่งในทีมวิศวกรที่ใช้เครื่องเอกซเรย์ความละเอียดสูงในการศึกษาครั้งนี้กล่าวว่า "ด้วย VR ผมสามารถทำให้กะโหลกศีรษะแมวมีขนาดใหญ่เท่าบ้านแล้วเข้าไปสำรวจรอบ ๆ ได้ ซึ่งนั่นทำให้ทีมงานได้ค้นพบฟันกรามที่ยังไม่งอกของลูกแมว อันเป็นเบาะแสที่บอกให้รู้ว่ามันมีอายุไม่ถึง 5 เดือน"

ขณะที่มัมมี่นกพบว่ามีลักษณะเหมือนกับเหยี่ยวเคสเตรล ชนิดที่พบได้ในทวีปยุโรปและเอเชีย (Eurasian kestrel) แต่ผลการเอกซเรย์ไม่พบหลักฐานแน่ชัดว่ามันตายด้วยสาเหตุอะไร

มัมมี่นกมีลักษณะเหมือน เหยี่ยวเคสเตรล แต่ผลการเอกซเรย์ไม่พบหลักฐานแน่ชัดว่ามันตายด้วยสาเหตุใด

เหตุใดคนอียิปต์โบราณจึงทำมัมมี่สัตว์

ผลการค้นพบครั้งนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ศูนย์อียิปต์แห่งมหาวิทยาลัยสวอนซีมีความเชื่ออยู่แล้วเรื่องที่คนอียิปต์โบราณใช้มัมมี่สัตว์ในเชิงพิธีกรรม

โดยผลเอกซเรย์มัมมี่งูพบกระบวนการ "เปิดปาก" โดยมีวัสดุคล้ายหินอยู่ข้างในปาก ซึ่งอาจเป็นแร่เนตรอน (natron) ซึ่งเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่คนอียิปต์โบราณใช้ชะลอการเน่าเปื่อยของศพ

  • ภาพเอกซเรย์มัมมี่งูพบกระบวนการ "เปิดปาก" โดยมีวัสดุคล้ายหินอยู่ข้างในปาก / SWANSEA UNIVERSITY

คนแต่งศพในยุคนั้นมักเปิดปากและตาของมัมมี่เพื่อให้คนตายสามารถมองเห็นและสื่อสารกับคนเป็นได้ แต่ในอดีตมักพบกระบวนการนี้ในมัมมี่มนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่ามัมมี่งูตัวนี้อาจถูกใช้เป็นตัวแทนในการส่งสารระหว่างเทพเจ้ากับผู้บูชาเทพเจ้า

  • ภาพมัมมี่งู เมื่อมองดูจากด้านนอก / EGYPT CENTRE/SWANSEA UNIVERSITY/PA WIRE
  • ผลวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์พบว่างูเห่าอียิปต์ตัวนี้ตายจากการถูกจับหางแล้วฟาดกับพื้นหรือกำแพงจนคอหัก / SWANSEA UNIVERSITY

คนอียิปต์โบราณซึ่งมีความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายมักนำสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น แมว นกช้อนหอย นกเหยี่ยว งู จระเข้ และสุนัข มาทำมัมมี่ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น การฝังมัมมี่สัตว์เลี้ยงไปพร้อมกับเจ้าของ

นอกจากนี้ ยังพบการฝังมัมมี่สัตว์ที่เป็นอาหารของมนุษย์เพื่อใช้เป็นแหล่งอาหารในปรโลก รวมทั้งมีการนำมัมมี่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาบูชา แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือการนำมัมมี่สัตว์ไปถวายเป็นเครื่องสักการะต่อเทพเจ้า นักโบราณคดีเชื่อว่าอาจมีมัมมี่สัตว์มากถึง 70 ล้านตัวถูกฝังไว้ตามสุสานใต้ดินทั่วอียิปต์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...