8 มาตรการปรับโครงสร้างหนี้
ทันข่าว Today
อัพเดต 31 ก.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว ChannelHighlight
คำว่า “ปรับโครงสร้างหนี้” สำหรับใครที่จ่ายไม่ไหว เงินเดือนหดหาย ฟังดูยิ่งใหญ่ น่าหวั่นไหว หน้าตาเป็นแบบไหน แล้วต้องรอเมื่อไหร่จะเริ่ม มาดูกัน
ชัดเจนแล้วสำหรับลูกหนี้ทั้งหลายว่า …
ธปท. ระบุว่าจะไม่มีการต่ออายุมาตรการพักชำระหนี้เป็นการทั่วไป หลังครบกำหนดช่วง 6 เดือนในเดือนต.ค. 63 นั้นนับเป็นการส่งสัญญาณว่า สถาบันการเงินต่างๆ จะนำขั้นตอนของการปรับโครงสร้างหนี้มาใช้กับลูกหนี้
ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ
การปรับโครงสร้างหนี้ ก็คือ การปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่ให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
ลูกหนี้หลายๆคน เข้าใจผิดว่า การก้าวสู่การปรับโครงสร้างหนี้ นั้น ก็ต่อเมื่อ
- หนี้เสีย (Non-Performing Loan : NPL) แล้วเท่านั้น
- เข้าใจผิดว่าเมื่อปรับโครงสร้างหนี้แล้วจะทำให้เสียประวัติในเครดิตบูโร (NCB)
การปรับโครงสร้างหนี้ …. เค้าทำอะไรกัน?
ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แนะนำ 8 แนวทางสูตรตั้งต้นสำหรับลูกหนี้พกพาติดตัวไปปรึกษากับเจ้าหนี้เพื่อร่วมคิดหาทางออก
- ยืดระยะเวลา : การยืดหรือขยายระยะเวลาชำระหนี้ถือเป็นวิธีการปรับโครงสร้างหนี้ที่ใช้มากที่สุดวิธีหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ภาระการผ่อนชำระสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง (ในอดีตค่าเฉลี่ยของระยะเวลาผ่อนชำระหลังจากที่ปรับโครงสร้างหนี้อยู่ที่ประมาณ 8 ปี)
- พักชำระเงินต้น : ค่างวดที่ผ่อนชำระ โดยปกติประกอบด้วย 2 ส่วน คือ เงินต้นกับดอกเบี้ย เมื่อสถานการณ์สภาพคล่องของลูกหนี้ดีขึ้น หรือมีเงินที่เตรียมไว้ลงทุนแต่ไม่ได้ใช้ การนำเงินก้อนมา “โปะ” เพื่อลดหนี้ก่อนถึงกำหนดตามสัญญา ย่อมทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายมีจำนวนลดลง และหนี้หมดเร็วขึ้น
- ลดอัตราดอกเบี้ย : การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ถือเป็นอีกรูปแบบของการปรับโครงสร้างหนี้ที่นิยมทำกัน ซึ่งสามารถนำเอาประวัติการผ่อนชำระของลูกหนี้ ประเภทสินเชื่อ และหลักประกัน มาใช้ในการพิจารณา
- ยกหรือผ่อนปรนดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ : แบงก์ชาติได้ประกาศไปช่วงต้นปี 2563 ให้คิดดอกเบี้ยปรับบนฐานของงวดที่ผิดนัดชำระจริงเท่านั้น
- เพิ่มเงินทุนหมุนเวียน : ในภาวะที่เหตุการณ์ในอนาคตมีความไม่แน่นอนสูง เงินทุนหมุนเวียน หรือ working capital (WC) ในฐานะปัจจัยที่จำเป็นช่วยหล่อเลี้ยงธุรกิจโดยแยกการจัดชั้นสินเชื่อ WC นี้ออกจากสินเชื่ออื่นซึ่งอาจจะเป็น NPL ไปแล้ว ช่วยให้กิจการยังมีบัญชีสินเชื่อสถานะปกติไว้ใช้งานได้
- เปลี่ยนประเภทหนี้ : หนี้ที่อัตราดอกเบี้ยแพงควรถูกเปลี่ยนประเภทเป็นหนี้ที่อัตราดอกเบี้ยถูกลงตัวอย่าง ลูกหนี้ SMEs ใช้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนอัตราดอกเบี้ยสูง 18% แหรือลูกหนี้มีวงเงิน O/D ใช้วงเงินเต็ม ในกรณีนี้ อาจจะขอเจรจาเปลี่ยนรูปแบบนี้สินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลาชำระ (Term Loan) ที่ดอกเบี้ยถูกลง
- ปิดจบด้วยเงินก้อน : หากพอมีความสามารถหาเงินก้อนได้จำนวนหนึ่ง เช่น จากเงินออม จากการยืมญาติมิตร หรือจากการขายทรัพย์สิน ถึงแม้จะไม่มากเท่ากับยอดที่เป็นหนี้อยู่ ลูกหนี้ก็ยังอาจเจรจาทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แบบมีส่วนลดบางส่วนเพียงพอให้ปิดจบหนี้ทั้งบัญชีได้
- รีไฟแนนซ์ : การรีไฟแนนซ์คือการปิดสินเชื่อเก่า ย้ายไปใช้สินเชื่อของที่ใหม่ที่ให้เงื่อนไขดีกว่า เช่น คิดอัตราดอกเบี้ยถูกลง โดยที่เจ้าหนี้รายใหม่ทำการชำระหนี้เดิมที่คงค้างอยู่ให้ก่อน
หรือลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม “ทางด่วนแก้หนี้”
https://www.1213.or.th/App/DebtCase
เป็นช่องทางเสริมสำหรับประชาชนและธุรกิจแจ้งความต้องการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยข้อมูลที่ได้รับผ่านช่องทางนี้จะถูกส่งต่อไปยังสถาบันการเงินที่ผู้ใช้บริการระบุ ด้วยเงื่อนไขพิเศษ เพิ่มเติม หนี้ดีแก้ได้ไม่ยาก ก่อนกลายเป็นหนี้เสียซึ่งการแก้ไขจะยากกว่า นะลูกหนี้ทุกคน