โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

‘รมว.ศธ’ เคลียร์ทุกปัญหาเรียนออนไลน์! มั่นใจ 1 ก.ค.โรงเรียนเปิดได้ 80%

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 พ.ค. 2563 เวลา 00.25 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2563 เวลา 00.25 น. • The Bangkok Insight

"รมว.ศธ" เคลียร์ทุกปัญหาเรียนออนไลน์ ย้ำ!! ผู้ปกครองไม่ต้องซื้อคอมพิวเตอร์-แท็บเล็ตให้ลูก มั่นใจ 1 ก.ค.โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนได้ 80%

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้กระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้เหมือนเดิม ศธ.จึงต้องมีมาตรการเพื่อทำให้นักเรียนทั่วประเทศในทุกชั้นเรียน มีโอกาสได้รับการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพในขั้นพื้นฐาน ซึ่งในวันนี้มีข้อสงสัย ข้อกังวล และข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันไป ตนจึงอยากจะชี้แจงถึงแนวทางการจัดการเรียนการสอนในช่วงโควิดและ ศธ.ยังยืนยันจะเปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

สำหรับมาตรการแรก ตั้งใจจะให้มีการเรียนการสอนที่โรงเรียนเป็นหลัก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง เป็นที่ตั้ง เพราะการสอนที่โรงเรียนทำให้เด็กๆมีคุณภาพที่เหมาะสมที่สุด แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน และในอีก 40 กว่าวันก่อนเปิดเทอมนี้ เราไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นในพื้นที่ใดบ้าง เราจึงต้องเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนอื่นสำรองไว้ หากไม่สามารถทำการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้ และการจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนจะต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสม มีหน้ากาก การทำความสะอาด การเว้นระยะห่าง ลดจำนวนนักเรียนต่อห้องลงไม่เกินห้องละ 20 คน มีการเข้าเรียนเป็นผลัดๆ ซึ่งน่าจะเป็นการเรียนการสอนที่เหมาะสมที่โรงเรียน

ส่วนพื้นที่ใดมีข้อจำกัดไม่สามารถทำการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้ ก็ต้องใช้สื่อทีวีจากสัญญาณของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ (DLTV) โดยนำเนื้อหาสาระการเรียนการสอนมาปล่อยผ่านช่องทีวีดิจิทัล 17 ช่อง ที่ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และหลายๆภาคส่วนที่ให้ช่อง โดยแบ่งช่องตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1-ม.6 อาชีวศึกษา และการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งหวังว่าจะให้สาระขั้นพื้นฐานเพียงพอหากเราไม่สามารถทำการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้

ส่วนความเข้าใจที่ผู้ปกครองต้องเตรียมทำการเรียนการสอนออนไลน์ เป็นความคิดที่ผิด เพราะ ศธ.เตรียมการเรียนการสอนออนไลน์เสริมเฉพาะเด็กนักเรียนชั้น ม.4-ม.6 ซึ่งเป็นเด็กโตและน่าจะมีอุปกรณ์ หรือสมาร์ทโฟน เท็บเล็ต แล็ปท็อบ ในการเสริมการเรียนการสอนด้วยออนไลน์ แน่นอนมีนักเรียนในกลุ่มนี้ประมาณ 10% ของนักเรียนทั้งหมดที่ไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้เรียนที่บ้านได้ ก็ต้องเป็นการตัดสินใจของผู้อำนวยการโรงเรียน ที่จะหาทางให้ความรู้แก่นักเรียนที่ไม่แตกต่างจากเพื่อนๆที่มีอุปกรณ์ อาจจะให้นักเรียนกลุ่มนี้ไปเรียนเสริมทักษะที่โรงเรียน จะได้รับการเรียนรู้ 2 ทางแบบเพื่อนๆ

ส่วนโรงเรียนอื่นๆที่ไม่ใช่ ม.4-6 แต่มีความพร้อมสอนออนไลน์ให้เด็ก เราก็ยินดีเพื่อทำให้นักเรียนมีความรู้พื้นฐานเกินที่เราวางไว้ จึงขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ใช่นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะผลักภาระให้ผู้ปกครองที่จำเป็นต้องไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆทั้งสมาร์ทโฟน เท็บเล็ต แลปท็อบ หรือเพิ่มเติมในส่วนของอินเตอร์เน็ต

"วานนี้ (18 พ.ค.) ผมได้ลงพื้นที่ไปสุ่มตรวจเยี่ยมการเรียนของนักเรียนใน จ.อ่างทอง หลังจากที่มีการปล่อยสัญญาณผ่านทีวีดิจิทัล ก็เห็นปัญหาหลายๆอย่าง ไม่มีอะไรที่เกินความคาดหมาย และเราจะใช้ช่วงเวลาที่มีอยู่ก่อนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จะวางแผนแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แต่ละบ้าน แต่ละโรงเรียน ซึ่งการที่ ศธ.ตั้งใจจะจัดการเรียนการสอนผ่านทีวี เพราะเราคิดว่าทุกครัวเรือนทั่วประเทศไทย 90% มีทีวีของครัวเรือน แต่วันนี้พบว่าครึ่งหนึ่งของนักเรียนที่ให้เตรียมอุปกรณ์ไว้ ไม่ได้ใช้ทีวี แต่ใช้โทรศัพท์ หรือสมาร์ทโฟนในการดึงสัญญาณผ่านเว็บไซต์ของ DLTV จึงเกิดเว็บไซต์ล่ม ถึงแม้ทางมูลนิธิฯจะเตรียมตัวไว้แล้ว แต่เนื่องจากคนดูการสอนจากมือถือเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีว่าในพื้นที่ที่ครัวเรือนมีรายได้ไม่สูงมาก ก็สามารถมีสมาร์ทโฟนได้” รมว.ศธ. กล่าว

ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าวหมายความว่าการขับเคลื่อนในอนาคต ในการจัดการเรียนการสอนผ่านดิจิทัล ผ่านออนไลน์ น่าจะทำได้มากขึ้น และการใช้สมาร์ทโฟนของนักเรียนซึ่งมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น ตนจึงประสานกับกระทรวงดีอีเอส เพื่อขอกล่องสัญญาณ 2 ล้านกล่อง และหารือผู้ประกอบการอินเตอร์เน็ต เพื่อหาทางช่วยแบ่งเบาภาระนี้ออกจากนักเรียน รวมถึงหลายๆบ้านที่พบว่ามีทีวี แต่กล่องไม่รับสัญญาณ DLTV หรือมีสัญญาณ แต่ไม่สามารถจูนช่องได้ จึงต้องขอให้ทางอาชีวะไปช่วยจูนสัญญาณเพื่อให้สามารถรับชมการเรียนได้

นายณัฏฐพล กล่าวอีกว่า วันที่ 1 กรกฎาคม นี้ โรงเรียนทั่วประเทศต้องทำการเรียนการสอน ส่วนจะสอนที่โรงเรียน หรือสอนออนไลน์เสริมก็ต้องดูในแต่ละพื้นที่และบริบทนั้นๆ โดยที่ไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ เพราะในวันที่ 1 กรกฎาคม โรงเรียน 80% สามารถเปิดเรียนปกติที่โรงเรียนได้ อาจจะมีโรงเรียนบางพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการระบาดของโควิดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังต้องควบคุมและยังไม่เปิดเรียนที่โรงเรียน แต่จะใช้การสอนผ่านทีวีและออนไลน์เสริม ส่วนโรงเรียนพื้นที่อื่นก็เปิดได้ตามปกติ โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุข จึงอยากให้ผู้ปกครองลดความกังวลลง

ส่วนที่มีผู้ปกครองไปหาซื้อคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก เพราะเกรงว่าบุตรหลานจะเรียนไม่ทันเพื่อนนั้น ตนขอยืนยันว่าเด็กที่มีอุปกรณ์หรือไม่มีอุปกรณ์ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการประเมินความสามารถหรือสมรรถนะของนักเรียน เพราะครูมีศักยภาพพอที่จะปรับแนวคิดในการเรียนการสอนที่แตกต่างกันไป และครูสามารถประเมินได้ว่าเด็กคนไหนมีข้อจำกัดอะไรและหาเวลาติวเพิ่มเติมเสริมให้กับเด็ก และ ศธ.อาจจะจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนจัดหาผู้ช่วยครู เพื่อขับเคลื่อนให้ภาระของครูน้อยลง และการที่งดกีฬาและกิจกรรมต่างๆ ลง จะทำให้ครูมีเวลามากขึ้นในการเตรียมการดูแลนักเรียน และ ศธ.จะหารือกับหน่วยงานที่ประเมินนักเรียนว่าให้หาแนวทางที่เหมาะสมในการประเมินในช่วงวิกฤตินี้ด้วย

ภาพจาก Nataphol Teepsuwan - ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...