โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดแชตลับมัดตัว 'แม่ปุ๊ก' สาวแฉวางยาลูกพบพิรุธหน้าศพ 'น้องอมยิ้ม'

Khaosod

อัพเดต 25 พ.ค. 2563 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2563 เวลา 02.15 น.
แชตลับมัดตัวแม่ปุ๊ก

เปิดแชตลับมัดตัว ‘แม่ปุ๊ก’ คุยกับแม่เอม สาวแฉวางยาลูก พบพิรุธหน้าศพน้องอมยิ้ม แปลกใจ ทำไมแม่ไม่รู้ ชื่อจริง นามสกุล ของลูก 

จากกรณีจับกุม น.ส.นิษฐา (ขอสงวนนามสกุล) หรือ แม่ปุ๊ก อายุ 29 ปี หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องทำให้ ด.ช.อิ่มบุญ อายุ 2 ขวบ บุตรแท้ๆ และด.ญ.อมยิ้ม อายุ 4 ขวบ บุตรบุญธรรม ล้มป่วยด้วยอาการผิดปกติ เพื่อสร้างเรื่องให้ดูน่าสงสารในการหลอกเอาเงินจากคนอื่น ทำให้ ด.ญ.อมยิ้ม เสียชีวิต ส่วนด.ช.อิ่มบุญ อาการปลอดภัยแล้ว

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

นอกจากนี้ แม่ปุ๊กยังสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง โดยในงานศพน้องอมยิ้ม ได้กล่าวคำอำลาถึงลูกตัวเองว่า "ตั้งแต่ลูกไม่สบาย แม่ก็ต้องทำงานหาเงินขายของ เพื่อที่จะสู้ไปกับลูก ให้ลูกหาย" "สุดท้ายแม่ต้องขอโทษลูกด้วยที่ไม่สามารถรักษาตัวลูกได้" "ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เรากลับมาเป็นแม่ลูกกันอีก" ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา นายสุข พ่อของแม่ปุ๊ก ให้สัมภาษณ์ว่า มีหลายกระแสบอกว่าตนรู้เห็นเป็นใจกับลูกสาว ซึ่งไม่เป็นความจริง ตนไม่รู้เรื่องอะไรเลย ส่วนเรื่องเงิน 20 ล้านบาทนั้น ตนไม่ทราบเรื่อง และไม่เคยเห็นเงินจำนวนนั้น บ้านที่อาศัยก็ซื้อด้วยทำพักน้ำแรงเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว

หวังว่าจะให้เป็นมรดกสู่ลูก ประเด็นตอนนี้ตนไม่มีเงิน แม้แต่เงินจะสู้คดีก็ไม่มี แต่ตนรู้ว่าเปิดรับบริจาคจริง โดยยอดเงินของน้องอมยิ้ม ได้ประมาณ 8 หมื่นกว่าบาท ส่วนน้องอิ่มบุญได้ไม่ถึง 2 หมื่นบาท โดยหลังจากนี้อยากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจที่จะดำเนินคดี

ด้านน.ส.เบญจวรรณ เรือนทอง อายุ 37 ปี ผู้ที่เคยถูกแม่ปุ๊ก แจ้งความหมิ่นประมาท กล่าวว่า ตนรู้จักกับแม่ปุ๊กผ่านทางโลกออนไลน์ ทางเพจเกี่ยวกับเรื่องเลี้ยงลูกในเฟซบุ๊ก ที่ลงเรื่องราวว่าลูกของแม่ปุ๊กป่วยเป็นโรคประหลาด และติดตามเรื่องของแม่ปุ๊กมาตลอด และช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือมาโดยตลอด ครั้งละ 300-500 บาท รวมทั้งช่วยซื้อของที่แม่ปุ๊กโพสต์ขาย

กระทั่งทราบข่าวว่า น้องอมยิ้มเสียชีวิตเมื่อเดือนส.ค.ปี 62 จึงไปร่วมงานศพที่วัดย่านดอนเมือง ระหว่างที่ร่วมงานก็สังเกตว่าภาพหน้าศพน้องอมยิ้ม ไม่มีชื่อจริง วันเดือนปีเกิด รวมทั้งวันชาตะ-มรณะ ไม่ได้ระบุไว้ในรูปถ่ายหน้าศพ จึงแปลกใจว่าทำไมแม่ถึงไม่รู้ชื่อจริง นามสกุลลูก แต่ก็ไม่กล้าถาม เพราะเกรงใจเห็นว่าเป็นงานศพลูกที่เพิ่งเสียชีวิต

https://youtu.be/uQ0rn8JsBKE

 

จากนั้นเห็นแม่ปุ๊ก โพสต์ว่าลูกที่ชื่อ น้องอิ่มบุญ ป่วยหนัก เป็นโรคเดียวกับน้องอมยิ้ม ที่เพิ่งเสียชีวิตไปบอกว่าโอกาสเป็นโรคนี้ยากมากเหมือนหนึ่งในล้าน และแม่ปุ๊กโพสต์ขายของในเฟซบุ๊ก หวังให้คนที่สงสารเข้ามาช่วยซื้อของ ก็รู้สึกแปลกใจ กระทั่งมารู้เรื่องราวที่แม่ปุ๊ก ไม่ยอมส่งของให้ลูกค้า หลังมีผู้ใจบุญช่วยสั่งซื้อของที่แม่ปุ๊ก เอามาโพสต์ขายทางอินเตอร์เน็ต

ตนจึงมาโพสต์เรื่องราวนี้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มีแม่วางยาลูก แต่ไม่ได้ระบุชื่อ จากนั้นมารู้ว่าแม่ปุ๊ก แจ้งความตนข้อหาหมิ่นประมาทที่ สน.ดอนเมือง โดยแม่ปุ๊กนำใบแจ้งความมาโพสต์ที่หน้าเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา และให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ได้ข้อมูลมาว่าน้องอมยิ้ม เป็นลูกบุญธรรม แม่ตัวจริงของน้อง ชื่อ “นางเอม” เป็นเจ้าของบัญชีที่ แม่ปุ๊ก ใช้ให้คนอื่นโอนเงินมาให้ โดยแม่เอม มีลูก 3 คน โดยทั้ง 3 คน แม่เอมให้คนอื่นเลี้ยงหมด โดยน้องอมยิ้มให้ทางแม่ปุ๊กไปเลี้ยง ส่วนคนที่ 2 ให้คนที่ จ.ชลบุรี รับไปเลี้ยง คนที่ 3 ยายเป็นคนเลี้ยง ส่วนน้องอิ่มบุญ ไม่แน่ใจว่าเป็นลูกจริงหรือไม่ เพราะยังไม่มีข้อมูลฝากครรภ์และคลอดที่ไหน

ขณะที่เพจตามล่าV.2 เผยแชตระหว่างแม่แอม กับแม่ปุ๊ก โดยในแชต แม่ปุ๊ก ส่งภาพงานศพน้องอมยิ้มแล้วบอกว่า "เตรียมงานหมดแล้ว ทุกอย่างพร้อม ไม่มีอะไรติดค้าง" โดยฝั่งแม่เอม ถามกลับว่า "น้องอิ่มบุญเป็นใคร งานราบรื่นใช่ไหม"

โดยแม่ปุ๊ก ตอบกลับว่า "หลานชายพี่เอง ลูกน้องชายพี่ เลี้ยงคู่มากับน้องอมยิ้ม เลี้ยงเหมือนอมยิ้มนี่ล่ะ เอาแต่ลูกคนอื่นมาเลี้ยง"

 

ที่มา รายการทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ทีวี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...