โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิ้น หลวงพ่อเพิ่ม เกจิดังกรุงเก่า เจ้าตำรับตะกรุดคงกระพัน สิริอายุ 93 ปี

Khaosod

อัพเดต 03 ก.ค. 2562 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2562 เวลา 05.18 น.

สิ้น หลวงพ่อเพิ่ม เกจิดังกรุงเก่า วัดป้อมแก้ว เจ้าตำรับตะกรุดคงกระพัน มรณภาพแล้ว สิริอายุ 93 ปี ลูกศิษย์สุดเศร้า เตรียมกำหนดการเคลื่อนย้ายสังขาร

วันที่ 1 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูประโชติธรรมวิจิตร (หลวงพ่อเพิ่ม) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอบางไทร อดีตเจ้าอาวาสวัดป้อมแก้ว ต.บ้านกลึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มรณภาพแล้วเมื่อเวลา 01.30 น.ของที่ 1 ก.ค. ที่โรงพยาบาลธนบุรี ด้วยโรคชรา สิริอายุ 93 ปี 3 เดือน 6 วัน 69 พรรษา ทำให้ลูกศิษย์ลูกหารู้สึกเสียใจกับการจากไปของหลวงพ่อเพิ่ม ที่ตนเองเคารพและศรัทธาเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ทางวัดจะประชุมกันในวันนี้อีกครั้ง เพื่อหาความชัดเจนเกี่ยวกับวันเวลาเคลื่อนย้ายสังขารหลวงพ่อเพิ่ม และกำหนดการรูปแบบการบำเพ็ญกุศล ซึ่งจะได้แจ้งให้ทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป

สำหรับประวัติพระครูประโชติธรรมวิจิตร (หลวงพ่อเพิ่ม) ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอบางไทร เจ้าอาวาส วัดป้อมแก้ว นับได้ว่าเป็นพระเกจิอาจารย์อีกท่านหนึ่งของ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ทั้งงานพัฒนาพระศาสนา ก่อสร้างเสนาสนะต่าง ๆ ของวัดและทางปลุกเสกวัตถุมงคลต่าง ๆ จนปรากฏเป็นที่เลื่องลือในหมู่ลูกศิษย์และผู้ศรัทธาเลื่อมใสในหลวงพ่อตลอดมา

พระครูประโชติธรรมวิจิตร หรือ หลวงพ่อเพิ่ม อตฺตทีโป เกิดเมื่อวันอาทิตย์ เดือนมี.ค. 2469 ตรงกับปีขาล เดือน 4 เป็นบุตรคนที่ 3 ของพ่อเล็ก แม่แพร บำรุงสุข ณ. ต.บ้านกลึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา การศึกษาชีวิตวัยเยาว์ หลวงพ่อเพิ่มได้ไปศึกษาอยู่ที่แถบวัดยี่โถ โดยเริ่มการศึกษาเบื้องต้นที่วัดช่างเหล็กกับพี่ชาย จนกระทั่งจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จึงได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดบางยี่โถเพื่อศึกษาอักขระขอมและบทสวดมนต์ต่าง ๆ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

กระทั่ง 2 ปีต่อมาเมื่อบิดาล้มป่วยลง ท่านจึงได้สึกออกมาเพื่อช่วยทางบ้านประกอบอาชีพ และเมื่ออายุครบเกณฑ์ทหาร ท่านได้เป็นทหารรับใช้ชาติอยู่ 2 ปี ครั้นพอออกจากทหาร มารดาของท่านก็ได้เสียชีวิตลงอีก ท่านจึงตัดสินใจอุปสมบท เมื่อ พ.ศ. 2493 ที่วัดสีกุก อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูประโชติวุฒิกร (หลวงพ่อโชติ) วัดป้อมแก้วเป็นพระอุปัชฌาย์ พระถาวรธรรมคุณเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูไพโรจน์ วัดเสาธง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ได้รับฉายาว่า “อตฺตทีโป” แปลว่า “ผู้มีประทีปแห่งตน”

จากนั้นหลวงพ่อเพิ่มได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสีกุก เพื่อเล่าเรียนวิชาเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะย้ายมาอยู่วัดป้อมแก้วตามคำแนะนำของหลวงพ่อโชติ และที่นี่เองท่านได้สำเร็จการศึกษาในขั้นนักธรรมเอกอีกด้วย โดยการศึกษาพุทธาคมหลวงพ่อเพิ่มท่านได้หันมาสนใจศึกษาวิชาอาคมอย่างจริงจัง เมื่อครั้งย้ายมาจำพรรษาที่วัดป้อมแก้ว โดยได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อโชติ อดีตเจ้าอาวาสในขณะนั้น ผู้ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อห่วง วัดบางยี่โถ ในสายพุทธาคมของหลวงปู่ปั้น วัดพิกุล สุดยอดพระเกจิในอดีต

โดยในขั้นแรกนั้น ท่านเริ่มจากการเขียนอักขระเลขยันต์ต่าง ๆ โดยที่หลวงพ่อเพิ่มท่านได้รับความไว้วางใจจากหลวงพ่อโชติให้เป็นผู้เขียนอักขระยันต์แทนหลวงพ่อโชติที่มีอายุมากและสายตาไม่ดี ต่อมาก็ได้รับการมอบหมายให้ทั้งจารและปลุกเสกด้วย จนกระทั่งหลวงพ่อโชติได้มรณภาพลง หลวงพ่อเพิ่มจึงได้รับ ตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบมา โดยหลวงพ่อเพิ่มท่านได้ใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาพัฒนาวัดป้อมแก้วให้ดีขึ้นดังที่เห็นในปัจจุบัน

หลวงพ่อเพิ่ม นับเป็นพระสุปฏิปันโนที่น่าเคารพกราบไหว้เป็นอย่างยิ่ง ด้วยปฏิปทาอันเรียบง่าย สมถะ สันโดษ เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของผู้พบเห็นอยู่เสมอ จนมีผู้ปฏิบัติธรรมท่านหนึ่ง ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ต่าง ๆ ในการนั่งสมาธิฝักอบรมวิปัสสนากรรมฐาน มาจากพระเกจิอาจารย์ยุคก่อน อาทิ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค, ครูบาชุ่ม โพธิโกครูบาพรหมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า ฯลฯ

ได้ให้ข้อสังเกตว่า ด้วยวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อเพิ่ม และการแสดงออกบนใบหน้าของหลวงพ่อ บ่งบอกได้ว่า ท่านเป็นผู้มีบุญบารมีสูง และได้บรรลุธรรมในระดับหนึ่ง รวมทั้งเชื่อกันว่า ท่านเป็นผู้มีพลังจิตอันสูงส่ง มีความแก่กล้าในทางวิชาอาคมอันเข้มขลัง ซึ่งตรงกับคำล่ำลือของชาวบ้านที่ว่า วัตถุมงคลของหลวงพ่อเพิ่มทุกรุ่นที่ท่านได้ปลุกเสกเอาไว้ ล้วนมีอานุภาพความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มาโดยตลอด จนปรากฏเกียรติคุณอันโด่งดังถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ ชื่อของ “หลวงพ่อเพิ่ม” ยังเป็นมงคลนาม จึงเชื่อกันว่า ใครได้ทำบุญกับ “หลวงพ่อเพิ่ม” ชีวิตมีแต่ “เพิ่ม” ขึ้นในทางที่ดีเสมอไป

สำหรับวัตถุมงคลหลวงพ่อเพิ่มท่านสร้างวัตถุมงคลไว้หลายรุ่น โดยวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 2517 เป็นเหรียญรุ่นแรกฉลองอายุครบ 5 รอบ ปี 2520 สร้างพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่รุ่นแรก (กดพิมพ์ที่วัด) จำนวนสร้างน้อยมาก ปี 2531 สร้างเหรียญรุ่นฉลองอายุครบ 60 ปี พระสมเด็จหลังรูปเหมือนและรูปหล่อลอยองค์รุ่นแรก ซึ่งในปัจจุบันวัตถุมงคลรุ่นนี้หายากและมีประสบการณ์มาก ปี 2535 สร้างเหรียญเจ้าสัวหลวงพ่อนาคพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด

ปี 2542 สร้างวัตถุมงคลรุ่นเพิ่มทรัพย์ประกอบด้วยพระปิดตาคำหมาก พระสังกัจจายน์จันทร์เพ็ญ เหรียญน้ำมนต์ขอบสตางค์ โดยทำพิธีพุทธาภิเษกในวันที่ 22 พ.ย. 2542 ปี 2543 สร้างวัตถุมงคลรุ่นเพิ่มสุข ประกอบด้วยรูปเหมือนบูชาเสาร์ 5 ฐานบรรจุเหรียญแจกทาน พระปิดตาหล่อรุ่นแรก พระสมเด็จหล่อรุ่นแรก พระสมเด็จต่อลาภ พระปรกใบมะขาม แหวนตะกร้อ ตะกรุดโทน ฯลฯ และปี 2544 สร้างพระสมเด็จคำหมากรุ่นแรก รูปหล่อแซยิด ฯลฯ

นอกจากวัตถุมงคลหลายรูปแบบแล้วสิ่งหนึ่งที่บรรดาลูกศิษย์ของหลวงพ่อเพิ่มเสาะแสวงหาก็คือตะกรุด โดยหลวงพ่อเพิ่มท่านจะทำตะกรุดขึ้นปีละครั้ง โดยทำเฉพาะช่วงเข้าพรรษา จารเอง เสกเอง ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ดังนั้นตะกรุดที่ท่านทำจึงมีจำนวนน้อยมากสร้างขึ้นปีละไม่ถึง 100 ดอกสำหรับพุทธคุณของตะกรุดท่านนั้นดีเด่นด้านคงกระพันชาตรี วิธีใช้ก็คือให้ห้อยคอห้ามห้อยเอวเด็ดขาดและมีข้อห้ามคือห้ามดื่มสุราและผิดลูก ผิดเมียชาวบ้านเด็ดขาดมิฉะนั้นตะกรุดจะเสื่อมทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...