โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ฮิตาชิหนุนอุตสาหกรรม 4.0 เปิด Lumada ปั้นโซลูชั่นเสริมแกร่งธุรกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 มิ.ย. 2562 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2562 เวลา 11.00 น.

*“ฮิตาชิ” เผยตลาด IOT ในไทยยังโตได้อีกมาก เหตุยังมีแค่ 2% ใช้ในอุตสาหกรรมประเดิมเปิดศูนย์ “Lumada” ช่วยองค์กรสร้างโซลูชั่นตอบโจทย์ธุรกิจเฉพาะองค์กร เพิ่มศักยภาพลดต้นทุน พร้อมโชว์ยอดกว่า 10 รายใน 6 เดือน มั่นใจ 3 ปีรายได้โต 50% *

นายสมศักดิ์ กาญจนาคาร ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยมีเพียง 2% เท่านั้นที่เริ่มนำแพลตฟอร์ม IOT ไปใช้ ขณะที่ภาครัฐมีนโยบายผลักดัน “ไทยแลนด์ 4.0” จึงเป็นตลาด IOT ที่่มีโอกาสเติบโตสูงบริษัทจึงได้เปิดศูนย์ไอโอที “ลูมาด้า” (Lumada) ในพื้นที่ EEC เมื่อ 17 ก.ย. 2561

โดยจะมีแบบจำลองการทำงานของ IOT เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เห็นการทำงานจริง ช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจจากการร่วมกันคิดสร้างสรรค์ อาทิ การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์และเชิงแก้ไขปรับปรุง

โดยฮิตาชิได้วางเป้าหมายทางการตลาดไว้ 3 เฟส ได้แก่ เฟสแรก smart factory (ปี 2561-2563) เน้นในกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการสร้างเครื่องจักรอัตโนมัติ ซึ่งมีลูกค้าองค์กรแล้ว 11 ราย เฟส 2 (ปี 2562) ขยายเข้าสู่ระบบขนส่ง การพลังงานและระบบความปลอดภัย และเฟส 3 (ปี 2562-2564) เจาะกลุ่มภาครัฐ การสร้างสมาร์ทซิตี้ มี 11 องค์กรมาเป็นลูกค้าแล้วแม้จำนวนลูกค้ายังไม่มาก แต่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างพอใจ

ขณะที่ภาพใหญ่ของฮิตาชิในไทย ตั้งเป้าเติบโต 50% ใน 3 ปี ด้วยธุรกิจเดิมและกลุ่มธุรกิจใหม่ ๆ โดยปี 2561 ฮิตาชิประเทศไทยมีรายได้ 60,000 ล้านบาท

“จุดแข็งของเราคือ ประสบการณ์ของการแก้ปัญหาแบบครบวงจรในทั่วโลก โดยผสาน big data และ AI จึงสามารถให้คำแนะนำตลอดจนสามารถปรับใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรม ทั้งภาคการผลิต ซัพพลายเชน การขนส่งและสาธารณสุข เนื่องจากฮิตาชิมีบริการและพาร์ตเนอร์ในทุกอุตสาหกรรม รวมทั้งทีมวิจัยและพัฒนากว่า 2,000 คน”

ตัวอย่างที่ฮิตาชิได้เข้าไปช่วยนำ IOT ไปพัฒนาการทำงาน อาทิ เซ็น MOU กับ SCG ในการบริหารจัดการภาคการขนส่งเพื่อช่วยลดพลังงานและระยะเวลา เช่นเดียวกับในประเทศจีนที่ฮิตาชิใช้แพลตฟอร์ม Auto Components Manufacturer A ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและลดเวลาที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ หรือโรงงานในประเทศญี่ปุ่น ที่มีระบบซับซ้อนเป็น 1,000 ระบบในภาคการผลิต โดยฮิตาชิได้ช่วยลดเวลาการทำงานลงได้ครึ่งหนึ่งแม้แต่โรงงานฮิตาชิในไทยเอง ลูมาด้าก็เข้าไปช่วยแก้ปัญหา ช่วยให้ทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ผู้ประกอบการยังไม่ใช้ IOT เป็นเพราะ 1.ค่าใช้จ่าย 2.ความเข้าใจในการนำ IOT มาใช้ ซึ่งจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ IOT กับทุกอย่างหรือนำ IOT ไปใช้กับเรื่องยาก ๆ แต่สามารถเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เพื่อช่วยเก็บดาต้า ดังนั้น อาจจะพูดไม่ได้ว่าต้องใช้งบฯเท่าไหร่ เพราะขึ้นอยู่กับแต่ละผู้ประกอบการว่าต้องการปรับมากน้อยแค่ไหน เช่นเดียวกับการคืนทุนที่ไม่สามารถตอบได้ว่าจะช้าหรือเร็วแค่ไหน แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการในระยะเวลา 2-3 ปี ซึ่งทางลูมาด้า สามารถออกแบบระบบและติดตั้งใช้ระยะเวลาทั้งหมดราว 6 เดือน

“สิ่งที่กระตุ้นให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ IOT คือ การแข่งขัน ที่ทำให้ผู้ประกอบการในทุกตลาดต้องคงราคาสินค้าเดิมไว้ จึงจำเป็นต้องหาทางลดต้นทุน ส่วน 5G ก็เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ผู้ประกอบการมาคลาวด์มากขึ้น เพื่อมีความเสถียรและเร็ว โดยเฉพาะการเชื่อมต่อข้อมูลกับคลาวด์”

แม้ตลาดไอโอทีในประเทศไทยจะมีผู้เล่นหลายราย แต่ “ฮิตาชิ” มองว่า IOT ต้องทำงานเชื่อมโยงกันในหลายส่วน ผู้เล่นในตลาดจึงเป็นพาร์ตเนอร์กันมากกว่าคู่แข่ง ซึ่งฮิตาชิเป็นรายแรกในตลาดที่ตั้งศูนย์ IOT ในประเทศไทย จัง มั่นใจว่าจะช่วยให้เข้าถึงและเข้าใจลูกค้าได้ดีกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...