โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช่อง 3 – JKN “ส่งออก” ละครไทย โมเดลผลักดัน “ญาญ่า” สู่ตลาดโลก

Manager Online

อัพเดต 23 มี.ค. 2562 เวลา 04.40 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2562 เวลา 04.40 น. • MGR Online

ไม่เพียงจะเป็นเจ้าแม่แห่งวงการ “นำเข้า” คอนเทนต์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะซิรี่ส์อินเดีย ที่มีปรากฏอยู่ในผังรายการแทบจะทุกช่อง ถือเป็นการปูพรมความสำเร็จระดับที่สื่อทุกสำนักต้องจับตามองของ “แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ผู้บริหารข้ามเพศแห่งบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ที่โกยรายได้ระดับพันล้านจากการบริหารคอนเทนต์ระดับสากล

ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวที่จับมือกับไทยทีวีสีช่อง 3 ในการ “ส่งออก” คอนเทนต์ละครไทย เพื่อไปตีตลาดโลก ซึ่งถือเป็นช่องทางใหม่ในการดึงดูดเม็ดเงิน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับช่องได้เป็นอย่างดี

อารมณ์เดียวกับที่คนไทยจำนวนไม่น้อย ที่เป็น “ติ่ง” ตัวยงของซิรี่ส์เกาหลี ไม่ว่าจะเป็นซิรี่ส์ในตระกูลยัยตัวร้ายต่างๆ นานา หรือซิรี่ส์ย้อนยุค ที่แสดงถึงวัฒนธรรมโบร่ำโบราณของเกาหลี อย่าง “แดจังกึม” ถึงขนาดมีการเดินทางตามรอยไปถึงถิ่นกำเนิดเรื่องราวต่างๆ ในซิรี่ส์เหล่านั้น กลายเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวเกาหลีไปอีก

หรือก่อนหน้านี้ ที่กระแสซิรี่ส์อินเดียมาแรงแซงหน้าละครไทย เรียกว่าเปิดหน้าจอรอดูกันแทบจะทุกครัวเรือน แม้จะมีจำนวนตอนที่ลากยาวกันแบบข้ามปี ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับการติดตาม

ละครไทยเอง ก็เป็นที่ชื่นชอบของตลาดต่างประเทศไม่แพ้กัน

ก่อนหน้านี้ เราอาจจะรับรู้ข้อมูลมาบ้างว่าประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างพม่า กัมพูชา เวียดนาม ลาว เป็นแฟน

ประจำของละครไทย มีดาราระดับพระเอก นางเอก หลายคน ที่ไปโด่งดัง และเป็นที่คลั่งไคล้ของผู้คนในตลาดดังกล่าว

อย่างเช่นพระเอกหนุ่มลูกครึ่ง “มาริโอ้ เมาเร่อ” ที่โด่งดังและมีแฟนคลับคลับกลุ่มใหญ่ให้การต้อนรับทุกครั้งที่มีโอกาสได้ไปเยือนที่ประเทศเพื่อนบ้าน ถึงระดับที่เคยสร้างปรากฏการณ์ “ห้างแตก” มาแล้ว

หรืออย่าง “เจมส์-จิรายุ” เอง ก็เป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ต่างประเทศ จนถึงขนาดเคยจัดงานแฟนมิตติ้งที่ประเทศกัมพูชา และสามารถจำหน่ายบัตรจำนวน 3,000 ใบ หมดเกลี้ยงภายในพริบตา

เจ้าแม่นาคี อย่าง “แต้ว-ณฐพร เตมีย์รักษ์” ก็เป็นที่นักแสดงระดับนางเอกหัวแถวของเมืองไทย ที่เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงเทใจให้ ขนาดว่าครั้งที่เธอเดินทางไปเที่ยวลาวแบบเงียบๆ ก็ยังมีคนจำได้ และเข้ามาทักทายขอถ่ายรูป ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะชื่นชมในความเป็นคนติดดินของเธอ

ไม่ต้องพูดถึงตัวแม่อย่าง “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” ที่ก็เป็นหนึ่งในนักแสดงไทยที่สร้างปรากฏการณ์ “ห้างแตก” ในประเทศเพื่อนบ้านมาแล้วเช่นเดียวกัน

จากประเทศเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง ตอนนี้ก็เขยิบความนิยมออกไปกว้างไกลขึ้น ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการบุกเบิกของเจเคเอ็นที่นำคอนเทนต์ละครไทยไปตีตลาดต่างประเทศ

โดยเฉพาะที่ประเทศฟิลิปินส์ !!!

จากข้อมูลที่ได้รับทราบมา ตอนนี้นางเอกไทยที่ไปโด่งดังที่สุด ก็คือ “ญาญ่า- อุรัสยา เสปอร์บันด์”

หลังจากที่ละครของเธอถูกนำไปออกอากาศที่ช่อง GMA ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานีโทรทัศน์ระดับยักษ์ใหญ่ของประเทศฟิลิปปินส์ติดต่อกันถึง 2 เรื่อง คือ “เล่ห์รักสลับร่าง” ที่แสดงคู่กับคู่จิ้น ที่กลายมาเป็นคู่จริงอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “คลื่นชีวิต” ซึ่งมีชื่อเรียกกันในหมู่ชาวฟิลิปปินส์ว่า “Wave of Life” ที่เล่นคู่กับ “หมาก-ปริญ สุภารัตน์” ซึ่งทั้ง 2 เรื่อง ถือเป็นละครที่มีเรตติ้งดีในระดับที่น่าพอใจ ส่งผลให้เธอสามารถคว้ารางวัล Most Loved Asian Superstar by Filipinos ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษ ที่ช่อง GMA ตั้งใจมอบให้โดยเฉพาะ

และที่เตรียมจะออนแอร์ต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ 3 ก็คือ “ลิขิตรัก” (The Crown Prince) ที่จับคู่กับณเดชน์อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็เป็นที่คาดหมายว่าจะเป็นที่ชื่นชอบของคนดูชาวฟิลิปปินส์ไม่แพ้กับ 2 เรื่องแรก

นอกจากนั้น ก็ยังมีภาพยนตร์เรื่อง “น้องพี่ที่รัก” ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของญาญ่า ที่เข้าไปฉายที่ประเทศฟิลิปปินส์ ก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้ที่ฉายในเมืองไทย

เอาจริงๆ ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายที่ญาญ่าจะไปโด่งดังในต่างแดนแบบนี้

เพราะต้องบอกว่าเธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ !!!

ด้วยโครงหน้าที่สวยคม มีการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างความเป็นไทย กับความเป็นสากล และสามารถปรับเปลี่ยนคาแรกเตอร์ได้หลากหลาย จะสวยหวาน สวยเฉี่ยว สวยเปรี้ยว หรือเซ็กซี่เล็กๆ แค่เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว การเมกอัพนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบจะกลายเป็นคนละคน ซึ่งนี่คือข้อได้เปรียบที่สำคัญยิ่งของการเป็นนักแสดง ที่จะทำให้สามารถรับบทได้หลากหลาย ไม่ถูกจำกัดอยู่ในกรอบ หรือแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ที่จะเป็นการปิดกั้นการแสดงศักยภาพในตัวเองได้อย่างเต็มที่

เรียกว่าจากความตั้งใจเดิมของ JKN ที่ “นำเข้า” ซิรี่ส์ดังๆ จากประเทศฟิลิปปินส์ หวังว่าจะเข้ามาบุกตลาดที่เมืองไทย เหมือนกับที่เคยสร้างชื่อมาแล้วจากซิรี่ส์อินเดีย ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าละครไทย สามารถไปเปิดตลาดที่ฟิลิปปินส์ได้อย่างสง่างาม

มองในมุมบันเทิง ก็ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของละคร และนักแสดงไทยอย่างญาญ่าให้ขจรขจายไปยังระดับสากล ขณะที่ถ้ามองจากมุมของเศรษฐกิจ ก็ถือเป็นหนทางในการดึงดูดเงินตราเข้ามายังประเทศ โดยเฉพาะถ้ามีการโหมโปรโมทการท่องเที่ยวตามรอยละครต่างๆ ให้ชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในบ้านเรา เหมือนกับที่ประเทศเกาหลีทำสำเร็จมาแล้ว

**********

ทิ้งท้ายด้วยถ้อยแถลงของแอน-จักรพงษ์ ที่กล่าวไว้ในงานแถลงความร่วมมือระหว่างช่อง 3 และ JKN เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว

"การขายคอนเทนต์ของประเทศไทยในต่างประเทศที่ผ่านมา ยังไม่โดดเด่นในระดับสากลที่จะทำให้คนต่างชาติรู้สึกว่า คอนเทนต์ของประเทศไทยเป็นที่ต้องการ แต่ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นปรากฎการณ์ที่ทำให้คนต่างชาติได้เห็นและยอมรับในคอนเทนต์ไทย ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงความร่วมมือของ 2 บริษัทเท่านั้น แต่เป็นการประกาศศักดิ์ศรีของคนไทย ให้คนต่างชาติได้เห็นถึงคุณภาพคอนเทนต์ละครจากประเทศไทย ซึ่งต้องยอมรับว่าละครของช่อง 3 ถือเป็นเบอร์ 1 ที่คนไทยให้ความยอมรับอยู่แล้ว

ในส่วนของการเปิดตลาด JKN ก็มีประสบการณ์ในเรื่องของธุรกิจคอนเทนต์ระดับสากลมายาวนาน 20 ปี เมื่อ JKN และ ช่อง 3 มารวมตัวกัน จึงทำให้คอนเทนต์ไทยที่มีความโดดเด่น กลายเป็นที่ยอมรับระดับเวทีโลก ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่ทำให้คนต่างชาติได้เห็นว่าสินค้าคอนเทนต์ของคนไทยก็มีดีไม่แพ้ชาติใดในโลก เรามั่นในว่าจะนำความภาคภูมิใจกลับมาให้คนไทยอย่างแน่นอน"

นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 487 23-29 มีนาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...