โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟนสาวอุ้มหลาน 3 ขวบยืนรอข้ามถนนกระบะพุ่งชนดับ! แล้วหนีเผยนาทีใจแทบสลาย! (คลิป)

77kaoded

เผยแพร่ 19 ต.ค. 2563 เวลา 13.03 น. • 77 ข่าวเด็ด

ชัยภูมิ – หลังเดินออกมาดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น มีเสียงดังอยู่กลางถนน และนึกว่าเป็นสาวชาวบ้านคนอื่นที่ประสบเหตุถูกชนเสียชีวิตอยู่กลางถนน   พยายามมองหาภรรยาสาวไปอีกฝั่งตรงข้ามถนน เห็นแต่น้องสาวภรรยายืนอยู่คนเดียว จึงรีบมองไปดูที่ผู้ประสบเหตุที่นอนอยู่กลางถนนแทบหัวใจสลาย เมื่อกลายเป็นภรรยาของตัวเอง พร้อมจี้ปลุกสำนึกคนขับรถชนคนแล้วไม่ควรหนี น่าจะลงมาช่วยเหลือที่อาจจะช่วยให้ผู้บาดเจ็บไม่เป็นอันตรายรุนแรงพาส่ง รพ.ได้ทันท่วงทีมากกว่าที่เป็นได้ และอยากให้รีบออกมาแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งคนขับกระบะตีนผีรายนี้ยังหลบหนียังไม่ยอมเข้ามอบตัวต่อ จนท.ตร. หลังก่อเหตุมาตั้งแต่วานนี้ ล่าสุด ตร.เร่งจัดชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวที่ล่าสุดยังพยายามหลบหนีออกไปนอกพื้นที่อยู่ในขณะนี้อย่างกระชั้นชิดแล้ว!

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 19 ต.ค.63 ความคืบหน้าหลังมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพขณะเกิดเหตุสุดสลดครั้งนี้เกิดขึ้น  เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2563 ช่วง เวลา 18.40 น. ที่ผ่านมา มีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพขณะมีรถยนต์กระบะพุ่งชนคนที่กำลังอุ้มเด็กยืนรอข้ามถนนอยู่เกาะกลางถนน โดยในภาพพบว่าขณะที่ นางสาวจำปา  บุญคง อายุ 35 ปี เป็นน้าสาวกำลังอุ้มหลานชายอายุ 3 ขวบ เดินข้ามถนนบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ในตำบลนายางกลัก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเมื่อเธอเดินมาถึงเขตที่มีการตีเส้นสีให้เป็นจุดให้สำหรับคนข้ามถนน ได้ยืนรอเป็นเกาะกลางถนน เพื่อรอข้ามถนนไปอีกฝั่ง อยู่ดีๆ ก็มีรถยนต์กระบะขับมาด้วยความเร็วกลางเลนถนนดังกล่าว พุ่งมาชนเธอและหลานชายเข้าอย่างจัง จนร่างของเธอกระเด็นไปกระแทกกับพื้นถนนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาไม่นานขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล

ส่วนหลานชายวัย  3 ขวบ ร่างได้กระเด็นขึ้นไปตกลงอยู่บนท้ายรถกระบะดังกล่าวติดรถไปด้วย ซึ่งคนขับรถกระบะก็ได้เร่งเครื่องขับหลบหนีไปต่อ โดยที่ไม่สนใจลงมาดูคนเจ็บเลย ก่อนที่คนขับรถกระบะจะเห็นมีเด็กติดท้ายรถกระบะมาด้วย  ยังขับรถหลบหนีต่อไปไกลกว่า 2 กิโลเมตร ด้วยกลัวความผิดจึงได้นำเด็ก 3 ขวบรายยนี้ไปฝากไว้กับญาติ (พี่สาว) ก่อนที่จะขับรถหลบหนีต่อไป

ก่อนที่ทางด้านนายกิตติศักดิ์  กลิ่นศรีสุข อายุ  37  ปี พ่อของเด็กชายอายุ 3 ขวบ ได้ออกติดตามหาตัวลูกชาย จนพบว่าลูกชาย 3 ขวบ ได้ถูกคนขับกระบะผู้ก่อเหตุนำไปฝากไว้ที่บ้านญาติพี่สาวผุ้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนขับรถหลบหนีต่อไป ซึ่งพ่อเด็กได้รับตัวน้อง 3 ขวบไปดูแลอยู่ในความปลอดภัยแล้ว

ส่วนด้านนายเกตุกล้า  อิ่มศิลป์ อายุ 36 ปี สามีน้าสาวผู้เสียชีวิต ล่าสุดก็ได้ขอรับศพภรรยาสาวรายนี้่ มาตั้งบำเพ็ญกุศลตามศาสนาอยู่ที่บ้านเลขที 272 หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติๆต่างพากันเรียกร้องให้คนขับกระบะรายนี้ออกมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ควรชนแล้วหนีไปแบบนี้ ซึ่งสามีสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า  วานนี้ตอนเกิดเหตุก็เดินออกมาออกมาดูว่าเสียงอะไรดังสนั่นไปทั่วบริเวณกลางถนนจุดเกิดเหตุ ซึ่งตอนแรกก็นึกว่าเป็นสาวชาวบ้านคนอื่นที่ประสบเหตุถูกชนเสียชีวิตอยู่กลางถนน

“แต่หลังพยายามมองหาภรรยาสาวที่พากันเดินข้ามถนนอุ้มหลานไปตลาดไปอีกฝั่งตรงข้ามถนน เห็นแต่น้องสาวภรรยายืนอยู่คนเดียว จึงรีบมองไปดูที่ผู้ประสบเหตุที่นอนอยู่กลางถนนแทบช็อก จนหัวใจแทบสลายเมื่อกลายเป็นภรรยาของตนเอง และมาทราบว่ามีคนขับกระบะพุ่งชนและยังรีบหลบหนีไปเลย ไม่ยอมลงมาดูคนถูกชนในครั้งนี้เลย แถมยังมีการพบว่ามีหลานชายตัวเองถูกชนร่างกระเด็นไปตกติดอยู่ท้ายรถกระบะดังกล่าวไปด้วย แทนที่จะพามาส่ง แต่ยังพาหลานตัวเองไปฝากไว้ที่บ้านญาติพี่สาวคนก่อเหตุ ก่อนที่จะหลบหนีต่อไปอีก ยังทำให้ทางญาติๆต้องมาเดือดร้อนพากันออกติดตามหาตัวหลานกันวุ่นซ้ำอีก  ซึ่งคนขับชนคนแล้วไม่ควรหนีน่าจะลงมาช่วยเหลือที่เรื่องนี้ถ้าลงมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บก็น่าจะคุยกันได้ที่อาจจะช่วยให้ผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ได้ทันท่วงทีกว่าที่เป็นในครั้งนี้ได้ และอยากให้คนขับกระบะรายนี้ให้รีบออกมาแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งหลังเกิดเหตุมาตั้งแต่วานนี้ก็ยังมีความพยายามหลบหนีต่อไปอีก ซึ่งไม่ยอมมาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เลย

ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทพสถิต ล่าสุดทราบแล้วว่าเจ้าของคนขับรถกระบะตีนผีดังกล่าวเป็นใคร ซึ่งไม่อยากให้หลบหนีต่อไปอีกเลย ควรรีบมาพบกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เทพสถิต โดยเร็วจะดีกว่า และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวที่อยู่ระหว่างหลบหนีออกไปนอกพื้นที่อยู่ในขณะนี้อย่างกระชั้นชิดแล้วและคาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้เพื่อควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...