โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ร้านขายยา 3.5 หมื่นล้านเฟื่อง "ฟาสซิโน" บุกหนักขยายสาขา-แฟรนไชส์

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 12 พ.ย. 2561 เวลา 15.37 น.

*ฟาสซิโนเสริมแกร่งธุรกิจรอบทิศ ยกเครื่องยกแผงทั้งรีแบรนด์ให้สดใส ทันสมัยแบบเก๋แต่เรียบ เดินหน้าพัฒนาระบบไอทีเชื่อมข้อมูล ทำโปรโมชั่นโดนใจ-เร่งจัดอบรมบุคลากร มัดใจลูกค้ากระเป๋าหนัก ตั้งเป้า 3 ปีเปิดครบ 200 สาขา รองรับการเติบโตของธุรกิจร้านขายยาบูมรับเทรนด์คนรักสุขภาพ *

ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับเทรนด์การป้องกันมากกว่ารักษาโรคที่ได้รับความนิยมขึ้น ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพ หรือเฮลท์แคร์ (healthcare) คึกคักขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะธุรกิจร้านขายยาที่กระจายอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ตลาดนี้มีมูลค่ากว่า 35,000 ล้านบาท และโตเฉลี่ยปีละ 10% แบ่งเป็น ร้านขายยาทั่วไป 90% และร้านขายยาที่มีหลายสาขา หรือเชนดรักสโตร์ (chain drug store) 10%

ขณะที่หนึ่งในผู้เล่นรายหลักอย่าง “ฟาสซิโน” ก็เปิดเกมรุกตลาดแบบเงียบ ๆ ด้วยการปรับระบบภายในองค์กรใหม่ พร้อมเดินหน้าเปิดสาขาแทบทุกเดือน หวังสร้างการเติบโตต่อเนื่อง

เฮลท์แคร์-ร้านขายยาบูม

นางสาวญาณิน พิศาลวาเลิศ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โปรฟาสซิโน จำกัด ผู้บริหารร้านขายยาภายใต้แบรนด์ “ฟาสซิโน” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดเฮลท์แคร์ (healthcare) หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพโตขึ้นต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปใส่ใจสุขภาพเพิ่มขึ้น เน้นการป้องกันมากกว่ารักษา ทำให้ธุรกิจร้านขายยาก็โตขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเฉลี่ยปีละ 10% รวมถึงผลักดันให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มเสริมอาหาร และเครื่องมือแพทย์โตขึ้นไปด้วย

ขณะที่ปัจจุบันมีจำนวนร้านขายยาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 20,000 ร้าน แบ่งเป็น ร้านขายยาทั่วไป 90% และเชนดรักสโตร์ 10% หรือคิดเป็น 2,000 ร้านเท่านั้น ซึ่งยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก ทั้งเชนดรักสโตร์และร้านขายยาทั่วไป เพราะมีกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกัน โดยข้อดีเชนดรักสโตร์ คือ ด้วยจำนวนสาขาสร้างอำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์ ทำให้ราคาสินค้าต่ำกว่าร้านขายยาทั่ว ๆ ไป ขณะที่ร้านขายยาทั่วไปก็สามารถกระจายเข้าตามชุมชนได้ดี และมีจำนวนมากกว่า ประกอบกับมีความได้เปรียบด้านบริการที่เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละชุมชนได้ดี

“แม้มีจำนวนร้านขายยากว่า 2 หมื่นร้าน แต่ธุรกิจนี้ก็ยังโตได้อีก ทั้งกลุ่มเชนดรักสโตร์และร้านขายยาทั่วไป เพราะแต่ละร้านก็มีทำเล มีกลุ่มเป้าหมายต่างกัน ประกอบกับผู้บริโภคก็ตัดสินใจซื้อสินค้าจากทำเล ความสะดวกและความคุ้นชินกับเภสัชกรมากกว่า”

ยกเครื่องฟาสซิโนทั้งระบบ

ขณะที่ทิศทางการดำเนินธุรกิจจากนี้ไป นางสาวญาณินกล่าวว่า เนื่องจากฟาสซิโนเป็นเชนดรักสโตร์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการขยายสาขาต่อเนื่อง ปัจจุบันมี 111 สาขา ดังนั้น หลังจากเริ่มเข้ามาดูแลฟาสซิโนเต็มตัวปีนี้ จึงเดินหน้าจัดระบบบริหารจัดการภายในองค์กรใหม่ เพื่อให้องค์กรมีความแข็งแรงขึ้น รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต เริ่มตั้งแต่การรีแบรนดิ้งใหม่ ให้ภาพลักษณ์ของฟาสซิโนสดใส ทันสมัยขึ้น ด้วยการใช้โทนสีส้ม ทำให้รูปแบบและภาพลักษณ์ของร้านเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หวังสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือในแบรนด์ร้านขายยาฟาสซิโนต่อด้วยการพัฒนาบุคลากร เพราะธุรกิจร้านขายยาเป็นธุรกิจบริการที่มีบุคลากรเป็นหัวใจหลัก ดังนั้น จึงต้องจัดอบรมมากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่บุคลากร นอกจากนี้ได้ปรับระบบไอทีใหม่ โดยเริ่มเก็บข้อมูลของผู้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น ปัจจุบันมีฐานสมาชิกกว่า 6 แสนราย และเริ่มนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อจัดโปรโมชั่นให้โดนใจลูกค้าในแต่ละชุมชนมากขึ้น รวมถึงยังช่วยลดปัญหาการคืนสินค้า และบริหารสต๊อกสินค้าให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ด้วย

“ปัจจุบันร้านฟาสซิโนมีสินค้ากว่า 10,000 รายการ ประกอบกับเปิดร้านในทำเลที่หลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน หน้าโรงพยาบาล ศูนย์การค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ในการบาลานซ์ความเสี่ยงทางธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับปัญหาการบริหารจัดการสต๊อกสินค้า ซึ่งการนำข้อมูลที่ได้เข้ามาวิเคราะห์ทำให้รู้ว่า ร้านในชุมชนนั้น ๆ ต้องการยา หรือผลิตภัณฑ์รูปแบบใดบ้าง ช่วยแก้ปัญหาคืนและลดสต๊อกสินค้า ลดต้นทุนได้ค่อนข้างมาก อีกทั้งยังสามารถจัดโปรโมชั่นให้สอดรับกับผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ด้วย”

3 ปีผุด 200 สาขา

“ปีนี้เน้นวางระบบ จัดองค์กรใหม่ เพื่อรองรับการขยายสาขาในอนาคต และเมื่อวางระบบเรียบร้อยแล้ว ในปี 2562 จะเดินหน้าเปิดสาขาต่อเนื่อง โดยมีนโยบายหลัก คือ การเปิดร้านแฟรนไชส์มากขึ้น ตั้งเป้าหมายว่า 3 ปีจากนี้จะเปิดให้ครบ 200 สาขา ซึ่งสัดส่วนของร้านแฟรนไชส์จะเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่เพียง 10% ของสาขาปัจจุบันเท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้แฟรนไชส์ “ฟาสซิโน” มีเพียง 1 โมเดล คือ ขนาด 2 คูหา ค่าแฟรนไชส์อยู่ที่ 1.5 ล้านบาท ระยะสัญญา 10 ปี และมีเงื่อนไขว่า ผู้จะซื้อแฟรนไชส์ต้องเป็นเภสัชกร หรือมีญาติเป็นเภสัชกร เพื่อแก้ปัญหาลาออกของเภสัชกร สร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งบริษัทจะสนับสนุนแฟรนไชส์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น การหาเภสัชกรให้กรณีที่เภสัชกรลาออก การจัดคอร์สอบรมพนักงานหน้าร้าน การจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เป็นต้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน รวมถึงเปิดโอกาสให้สิทธิ์กับเภสัชกรที่ทำงานกับบริษัทเกิน 3 ปีขึ้นไป สามารถซื้อแฟรนไชส์ได้ในราคาพิเศษ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแนวทางที่วางไว้จะทำให้สามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

ที่ผ่านมามีบริษัทในเครือ “ฟาร์มาฮอฟ” ที่ดำเนินธุรกิจค้าส่งเวชภัณฑ์ ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอยู่แล้ว ทำให้ฟาสซิโนสามารถแข่งขันด้านต้นทุนกับแบรนด์อื่น ๆ ได้ เพราะธุรกิจร้านขายยาเป็นธุรกิจที่มีกำไรไม่สูงมาก แต่เป็นธุรกิจที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม หากมีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้น นั่นหมายถึงอำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์ต่าง ๆ ก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนต่าง ๆ ถูกลง เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันได้มากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่จะสูงขึ้น

“ที่ผ่านมาบริษัทเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ทั้งแง่รายได้และจำนวนสาขา ขณะเดียวกัน คาดว่าปีนี้จะโตมากกว่า 10% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตทั้งจากสาขาเก่าและการขยายสาขาใหม่ควบคู่กันไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...