จับแล้ว! 3นศ.ปทุมวันกราดยิงนศ.อุเทนฯดับต่อหน้าแม่ หนีอีก 2 คาดมีมือปืนด้วย
จากกรณี นายกมลวิช สุวรรณทัต อายุ 24 ปี น.ศ.ปี 4 คณะโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถูกมือปืนดักกระหน่ำยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าตามร่างกาย 4 นัด เสียชีวิตขณะช่วยแม่ขายราดหน้า เหตุเกิดบริเวณหน้าหมู่บ้านวังทองเฮ้าส์ ถนนนวมินทร์ ซอย 57 เเขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม.เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการออกหมายจับผู้ต้องหา 1.นายกฤษฎา นราพงษ์ ผู้วางแผนสั่งการ 2.นายประสิทธิ์ ยนต์พล มือปืน 3.นายจิรภัทร เพชรรักษ์ คนนำทาง คุ้มกันและพามือปืนหนี 4.นายสหรัฐ ดงพระจันทร์ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนซ้อนท้าย และ 5.นายปฏิภาณ เจริญชัยกุล คนชี้เป้า โดยทั้ง 5 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 2550-2554/2561 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 3 ราย คือ นายกฤษฎา นายสหรัฐ นายปฏิภาณ ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่ยังหลบหนีอยู่คือ นายประสิทธิ์ และนายจิรภัทร นั้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. แถลงผลการจับกุมผู้ก่อเหตุจำนวน 3 ราย โดยมี นายกฤษฎา นราพงษ์ ผู้วางแผนสั่งการ อายุ 21 ปี นายสหรัฐ ดงพระจันทร์ อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนซ้อนท้าย และนายปฏิภาณ เจริญชัยกุล อายุ 21 ปี ทำหน้าที่ชี้เป้า โดยทั้งหมดเป็นนักศึกษาช่างกลต่างสถาบัน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 2550-2554/2561 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดล้อมตรวจค้นสถานที่พักของกลุ่มผู้ต้องหาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และสถานที่ใช้ในการซุกซ่อนอาวุธสิ่งของที่ใช้ในการกระทำผิด รวมจำนวน 13 จุด ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล กระทั่งจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ 3 ราย และยังอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 2 ราย คือ นายประสิทธิ์ ยนต์พล อายุ 23 ปี คาดว่าเป็นมือปืน และ นายจิรภัทร เพชรรักษ์ อายุ 21 ปี คนนำทาง คุ้มกันและพามือปืนหนี
พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวต่อว่า จากการสอบสวนถึงแรงจูงใจที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุพบว่า มาจากการทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาช่างกล 2 สถาบัน ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2557 จนปัจจุบันมีคดีความทั้งสิ้น 15 คดี โดยเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา มีนักศึกษาช่างกลสถาบันชื่อดังแห่งหนึ่ง ใช้อาวุธปืนยิงนักศึกษาต่างสถาบันเสียชีวิตที่หน้าบ้านเลขที่ 43 หมู่ 2 ซอยวัดมะขาม ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี สร้างความโกรธแค้นให้กับเพื่อนนักศึกษาสถาบันเดียวกันกับผู้เสียชีวิต โดยเชื่อว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มของนายกมลวิช ผู้ตาย จึงได้ร่วมกันวางแผนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น เมื่อคืนวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม 3 ผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ โดยปฏิเสธว่าพวกตนไม่ได้ลงมือฆ่า แต่ยอมรับว่าได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิด
“ส่วนเรื่องการสลักฟันเฟือง เมื่อวานนี้ได้เรียกตัวนักศึกษาช่างกลกว่า 10 ราย มาสอบถามว่าหมายถึงอะไร ทราบว่า เป็นเรื่องการรับน้องของสถาบัน โดยบางรายมีสูงสุดถึง 5 เฟือง มีความหมายว่า 1 เฟืองคือตัวเอง 2 เฟืองคือพี่ 3 เฟืองคือเพื่อน 4 เฟื่องคือสถาบันช่างกล และ 5 เฟืองคือ สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ “ ผบก.สส.บช.น.กล่าว
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า สำหรับการคัดเลือกเหยื่อของกลุ่มคนร้ายนั้น จะเพ่งเล็งไปที่นักศึกษาต่างสถาบันก่อน โดยค้นหาผ่านเฟซบุ๊กแล้วไปเฝ้าติดตามตัว แต่เนื่องจากผู้ตายแสดงตนว่าเป็นนักศึกษาสถาบันอุเทนถวาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนักศึกษาเหล่านี้จะไม่แสดงตัว จึงถูกหมายหัวไว้ แม้จะไม่เคยได้มีเรื่องบาดหมางกันมาก็ตาม อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาอาจารย์ทั้ง 2 สถาบัน ไม่เคยประสานให้นักศึกษาของสถาบันตนเองได้เข้าพูดคุยด้วยกัน
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า สำหรับคนร้ายอีก 2 รายที่ยังหลบหนีนั้น ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว พร้อมทั้งหาผู้เกี่ยวข้องว่ามีการจ้างวาน และมีเรื่องเงินทองเข้ามาด้วยหรือไม่ ซึ่งเรื่องการสนับสนุนเรื่องรถ และอาวุธก็นับเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนมีพยานหลักฐานที่ชี้ชัดว่ากลุ่มคนร้ายทั้งหมด 5 ราย มีส่วนรู้เห็นกับการก่อเหตุจริง อย่างไรก็ตาม ในการแก้ปัญหาทะเลาะวิวาทยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้านนายณฤดม สุวรรณทัต อายุ 55 ปี บิดาของนายกมลวิช ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยในการสืบสวนกระทั่งจับกุมคนร้ายได้ พร้อมถามไปยังกลุ่มผู้ต้องหาว่า ไปทำน้องเขาทำไม เหตุใดจึงต้องเลือกเขา เขาไปเกี่ยวข้องอะไรถึงต้องมีการวางแผนสืบเสาะตามตัวกันขนาดนี้ อยากจะให้การทะเลาะวิวาทกันหยุดกันได้แล้ว