โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดประวัติ ซีเอฟโอ หัวเว่ย คือใคร และทำไมการจับกุมถึงสะเทือนทั่วโลก!

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 11.22 น.

เรียบเรียงจาก เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์

เรียกได้ว่าเป็นข่าวครึกโครมบนหน้าหนึ่งแทบทุกเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ เมื่อซีเอฟโอบริษัทหัวเว่ยถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ทางการของแคนาดา ตามใบสั่งของสหรัฐอเมริกา กระทั่งเป็นต้นตอให้เกิดการประท้วงจากรัฐบาลจีน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น… “ซีเอฟโอหัวเว่ย” คือใคร แล้วทำไมการจับกุมคนๆ เดียวจึงสะเทือนไปทั่วโลก?

“เม่ง หว่านโจว” หรือที่รู้จักในชื่อ“ซาบรีน่า” ในวัย 46 ปี คือ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) และรองประธานบริษัทหัวเว่ย บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีน ที่กำลังอยู่ท่ามกลางสงครามการห้ำหั่นทางเทคโนโลยีและการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบนฮาร์ดแวร์ของหัวเว่ย โดยบ่งชี้ว่าเป็นเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของชาติ ขณะที่ “หัวเว่ย” บริษัทโทรคมนาคมและอุปกรณ์รายใหญ่ที่สุดในโลกกล่าวแสดงความกังวลต่อกรณีดังกล่าวว่า “ไม่มีเหตุผล”

เรื่องจับกุมซีเอฟโอหัวเว่ยอาจจะไม่ใช่เรื่องธรรมดา เมื่อ “เม่ง” คือลูกสาวของผู้ก่อตั้งหัวเว่ย “เหริน เจิ้งเฟย” ซึ่งนอกเหนือจากจะเป็น “นักธุรกิจแนวหน้า” ของจีนแล้ว ยังเป็น “อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพปลดแอกประชาชน” ที่ได้รับเลือกให้เป็น “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งชาติของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนครั้งที่ 12″

หรือจะกล่าวให้เข้าใจง่ายก็คือ “เม่ง” คือหนึ่งใน “ชนชั้นสูง” ของจีนนั่นเอง

ข้อมูลจากหัวเว่ยระบุว่า เหริน เจิ้งเฟย ปลดเกษียณจากแวงวงกองทัพระดับสูงในปี 1983 และก่อตั้งหัวเว่ยขึ้น เขาเกิดและเติบโตในชนบทห่างไกลในเมืองกุ้ยโจว

“การจับกุมตัวเม่ง” อยู่ในจังหวะเวลาที่สำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน ภายหลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “สี จิ้นผิง” เพิ่งตกลงจับมือสงบศึกทางการค้าเป็นระยะเวลา 90 วันนับแต่วันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ภูมิหลังและประวัติที่ถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดีของเม่งถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ทันทีภายหลังข่าวการจับกุมถูกตีในสื่อหลายสำนัก และมีการประเมินกันว่า เม่งถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดบริษัทต่อ แม้ว่า เหริน ในวัย 74 ปี จะยืนยันว่า “ไม่มีสมาชิกในครอบครัวที่ประสบความสำเร็จเทียบเท่าเขาในสายงานนี้”

เส้นทางชีวิต “เม่ง”

เมิ่งเกิดเมื่อปี 1972 จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หัวเว่ยเพิ่งมอบตำแหน่ง “รองประธาน” ให้กับเม่ง โดยเป็น 1 ใน 4 ผู้บริหารระดับรองประธานที่ควบตำแหน่ง “ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน” ด้วย

บทสัมภาษณ์ China’s 21st Century Business Herald เมื่อปี 2013 เม่งให้สัมภาษณ์ว่า เธอเริ่มต้นการทำงานแรกหลังจบการศึกษาที่ธนาคารสัญชาติจีน (China Construction Bank : CCB) เมื่อปี 1992 “ฉันเข้ามาทำงานที่หัวเว่ย 1 ปีหลังจากนั้น เพราะสาขาได้ปิดตัวลงจากการควบรวมธุรกิจ”

เม่งมีบทบาทและประสบการณ์มากมายในบริษัท แต่โดยส่วนมากจะเป็นสายการเงิน การจัดการทรัพย์สิน และการบัญชี กระทั่งมาถึงตำแหน่งล่าสุด ผู้อำนวยการสายการเงินของหัวเว่ย ซึ่งมีฐานอยู่ในฮ่องกง

“ฉันเคยเป็นเลขาธิการ ช่วยการขาย จัดนิทรรศการ และอื่นๆ อีกมากมายในขณะที่บริษัทยังเล็ก” เม่ง กล่าวต่อว่า “ปี 1997 ฉันกลับมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยหัวจงเพื่อต่อปริญญาโทด้านการบัญชี หลังจากนั้นจึงทำงานในสายการเงิน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่แท้จริงของอาชีพของฉัน”

ปี 2003 เม่งก่อตั้งองค์กรการเงินแบบครบวงจรของหัวเว่ย โดนวางโครงสร้างที่ได้มาตรฐาน กระบวนการทางการเงิน ระบบการเงิน และแพลตฟอร์มไอที

ปี 2005 เธอก่อตั้งศูนย์บริการร่วม 5 แห่งทั่วโลก อีกทั้งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนที่สำคัญของศูนย์การเงินระดับโลกที่เซินเจิ้น ประเทศจีน ซึ่งศูนย์ดังกล่าวช่วยเพิ่มศักยภาพทางการเงินให้กับหัวเว่ยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าในทั้งการเปิดตลาดต่างประเทศและการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ต่อมาปี 2007 เม่งรับหน้าที่ในโครงการบริการทางการเงินครบวงจร (IFS) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยกับไอบีเอ็มเป็นระยะเวลา 8 ปี โครงการนี้ช่วยให้หัวเว่ยพัฒนาระบบข้อมูล จัดสรรแหล่งทรัพยากร และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและกา่รควบคุมภายใน

โดยเร็วๆ นี้ เม่งหันมาโฟกัสที่การจัดการทางการเงินระดับสูงที่หัวเว่ย มุ่งมั่นทำงานเพื่อแผนงานระยะยาวของบริษัท

ชีวิตส่วนตัวที่โฟกัส “ลูกชาย”

ประวัติการทำงานอันยาวเหยียด เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งหญิงแกร่งที่น่าสนใจ ทว่าชีวิตส่วนตัวของเธอนั้นไม่ใช่หัวข้อที่เธอพูดถึงมากนักเมื่อให้สัมภาษณ์ เว้นเสียแต่ว่าจะพูดถึง “ลูกชาย”**

“มีครั้งหนึ่งที่ลูกชายของฉันไม่อยากไปว่ายน้ำ เขาคุกเข่าลงบนพื้น ขอร้องสามีของฉันว่าไม่ไป แต่กลับถูกปฏิเสธ” เม่งกล่าวในงานหนึ่งที่โรงเรียนนานาชาติฉงชิ่ง เมื่อปี 2016 และกล่าวต่อว่า “แต่วันนี้ ลูกชายฉันภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นตัวแทนโรงเรียนเข้าแข่งขันว่ายน้ำ”

โดยเร็วๆ นี้ เม่งขึ้นกล่าวในงานประชุมวิชาการสิงคโปร์ ปี 2018 ในหัวข้อ อนาคตของหัวเว่ยกับบทบาทการพัฒนาเทคโนโลยีว่า

“หากปราศจากมหาวิทยาลัย โลกก็คงจะถูกทิ้งอยู่ในความมืดมิด หากปราศจากอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ก็จะถูกทิ้งไว้บนหอคอยงาช้าง การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่คือปัญญาประดิษฐ์ หัวเว่ยโชคดีที่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนี้” เม่งกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...