โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฉอีก! มีคำสั่ง ยุติสอบสวน หาตัวคนยิง สลายชุมนุม 99 ศพ อ้างมันชุลมุนวุ่นวาย!

Khaosod

อัพเดต 07 ธ.ค. 2561 เวลา 00.53 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 11.29 น.

แฉอีก! มีคำสั่ง ยุติการสอบสวนสลายการชุมนุมปี 53 ตายหน้า ศธ. เเละที่อื่นร่วม 20 ศพตามที่ดีเอสไอชง ชี้ เชื่อเพราะเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย เเฉสำนวน 6 ศพวัดปทุมฯ มีการขอให้เป็นสำนวนมุมดำด้วย อัยการไม่ยอมสั่งเป็นสำนวนมุมดำ เพราะคำสั่งศาลระบุชัด 

แฉอีก! มีคำสั่ง – เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม เเหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานอัยการสูงสุด เผยถึงกรณีที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) เเละทีมทนายญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 6 ศพวัดปทุมวราราม ในการสลายการชุมนุมปี 53 ยืนยันว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งสำนวนคดีพิเศษที่ศาลมีคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษแล้วหลายคดี ซึ่งรวมถึงสำนวนการวิสามัญฯ 6 ศพวัดปทุมฯด้วย ว่า

ก่อนหน้านี้สำนวนคดี 6 ศพวัดปทุมฯ เคยถูกส่งมาเป็นสำนวนประกอบท้ายสำนวนในคดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เเละนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯและอดีตผู้อำนวยการ ศอฉ. ในความผิดฐานร่วมกันก่อ หรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำ หรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และ พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เเต่การส่งมาในขณะนั้นเป็นเพียงสำนวนประกอบเพื่อเอาผิดนายอภิสิทธิ์ เเละนายสุเทพ ซึ่งเป็นสำนวนหลัก

โดยขณะนั้นทางดีเอสไอเเจ้งกับทางอัยการว่า ยังไม่สามารถหาตัวผู้ยิงได้ว่าเป็นใคร เเต่ส่งมาเพื่อประกอบสำนวนของอภิสิทธิ์ เเละนายสุเทพ อัยการก็เลยยื่นฟ้องไปโดยเเนบคำสั่งศาลคดี 6 ศพวัดปทุมฯเเละสำนวนไต่สวนการตายอื่นๆ ไปท้ายฟ้อง โดยที่ยังไม่ได้พูดในเนื้อหาว่าคดีที่ศาลมีคำสั่งไต่สวนการตายมาเเล้วว่าใครเป็นผู้กระทำ เนื่องจากพนักงานสอบสวนดีเอสไอยังไม่ทำสำนวนมา เป็นเพียงเเต่การเเนบสำนวนไปให้ศาลเห็นว่านายอภิสิทธิ์ เเละนายสุเทพ เป็นผู้สั่งการเเละใช้ให้มีการกระทำเกิดขึ้น เเต่ต่อมาภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งยกฟ้องเนื่องจากเห็นว่าเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.

ในส่วนของสำนวน 6 ศพวัดปทุมฯ ภายหลังที่ศาลมีคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพ เเล้วมีคำสั่งว่าการตายเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร ศาลก็คืนสำนวนมาให้อัยการ เพื่อให้อัยการส่งต่อไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ทางอัยการยืนยันว่าดีเอสไอยังไม่ส่งสำนวนที่ระบุว่าใครเป็นผู้กระทำผิดส่งมายังอัยการสำนักงานคดีพิเศษเเต่อย่างใด

ส่วนสำนวนไต่สวนศพรายอื่นๆ ประมาณ 20 กว่าศพนั้น ดีเอสไอได้ส่งสำนวนมายังพนักงานอัยการคดีพิเศษเเล้วจริง เเละสำนวนที่ส่งมา ดีเอสไอมีความเห็นว่าไม่สามารถระบุ หรือหาตัวผู้กระทำความผิดได้จริง เห็นควรส่งให้อัยการมีคำสั่งงดสอบสวนตามความเห็นของดีเอสไอ

ซึ่งทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้พิจารณาสำนวนที่ศาลมีคำสั่ง ไต่สวนการตาย 20 กว่าศพนั้นเเล้ว พบว่าในเหตุการณ์ที่มีคนตาย มีความชุลมุนวุ่นวาย ในพื้นที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ มีการใช้เเก๊สน้ำตา พอคนสลายไปก็พบศพนอนตาย ทางอัยการก็เลยเชื่อเเละสั่งให้ยุติการสอบสวน เป็นสำนวนมุมดำ

เมื่อถามว่าสำนวน 6 ศพวัดปทุมฯ เคยมีการขอให้ทำสำนวนมุมดำหรือไม่ เเหล่งข่าวระบุว่า เมื่อถามว่าจริงๆ สำนวนส่งมายังอัยการหรือไม่ พบว่ามีสำนวนมาจริง เเต่อัยการไม่สามารถสั่งสำนวน 6 ศพ ให้เป็นสำนวนที่ไม่มีตัวผู้กระทำผิดได้ จึงให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปทำมาใหม่ เพราะยังมีช่องทางที่จะสามารถสืบได้ว่าผู้กระทำเป็นใคร เพราะในคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพของศาล มีการระบุชัดเจนว่า กระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองพันไหน ประจำจุดที่ไหน การจะบอกไม่รู้เป็นไปไม่ได้ เป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนต้องไปสืบมาว่าเป็นใคร ยศอะไร ใช้อาวุธอะไร ให้สิ้นกระเเสความ จะมาจบง่ายๆ ตรงนี้ทำไม่ได้ สำนวนเคยมายังอัยการอย่างไม่เป็นทางการ เเต่ถ้ามาอย่างเป็นทางการ ยังไม่มี

ย้อนคำสั่งศาล คดี 6 ศพ วัดปทุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2556  ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพคดีหมายเลขดำที่ ช.5/2555 ว่าการตายของ นายสุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี อาชีพเกษตรกร ผู้ตายที่ 1 นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ตายที่ 2 นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผู้ตายที่ 3

นายรพ สุขสถิต อายุ 66 ปี อาชีพพนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน ผู้ตายที่ 4น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี อาชีพพยาบาลอาสา ผู้ตายที่ 5 และนายอัครเดช ขันแก้ว อายุ 22 ปี อาชีพรับจ้าง ผู้ตายที่ 6 ทั้งหมดถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้องและญาติผู้ตายทั้ง 6 อันประกอบด้วยประจักษ์พยาน พยานแวดล้อมกรณี และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า

ผู้ตายที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ถึงแก่ความตายเพราะถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง ขนาด .223 หรือ 5.56 ม.ม. จากเจ้าพนักงานซึ่งเป็นทหารสังกัดกองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 ค่ายเอราวัณ ที่ประจำการอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส

และผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตายเพราะถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง ขนาด .223 หรือ 5.56 ม.ม. จากเจ้าพนักงานซึ่งเป็นทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ที่ประจำการอยู่บนถนนพระรามที่ 1

จึงมีคำสั่งว่า ผู้ตายที่ 1 คือนายสุวัน ศรีรักษา ผู้ตายที่ 2 คือนายอัฐชัย ชุมจันทร์ ผู้ตายที่ 3 คือนายมงคล เข็มทอง ผู้ตายที่ 4 คือนายรพ สุขสถิต ผู้ตายที่ 5 คือน.ส.กมนเกด อัคฮาด ผู้ตายที่ 6 คือนายอัครเดช ขันแก้ว ถึงแก่ความตายในวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 เวลากลางวัน

เหตุและพฤติการณ์ที่ตาย สืบเนื่องมาจากถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .223 หรือ 5.56 ม.ม. ซึ่งวิถีกระสุนปืนยิงมาจากเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส หน้าวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร และบริเวณถนนพระรามที่ 1 ซึ่งเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.

เป็นเหตุให้ผู้ตายที่ 1 มีบาดแผลกระสุนปืนทะลุปอดและหัวใจ เสียโลหิตปริมาณมาก ผู้ตายที่ 2 มีบาดแผลกระสุนปืนทำลายปอด ผู้ตายที่ 3 มีบาดแผลกระสุนปืนทำลายปอด หัวใจ ตับ ผู้ตายที่ 4 มีบาดแผลกระสุนปืนทำลายปอด ตับ ผู้ตายที่ 5 มีบาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง ผู้ตายที่ 6 มีบาดแผลกระสุนปืนทะเข้าใจช่องปาก โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ

โดยในวันอ่านคำสั่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการอ่านคำสั่ง ศาลกล่าวสรุปประเด็นให้ผู้ที่เข้าร่วมฟังด้วยว่า 1.เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานทหาร 2.ผู้ตายทั้ง 6 ไม่มีคราบเขม่าดินปืนที่มือทั้งสองข้าง แสดงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนมาก่อน 3.การตรวจยึดอาวุธในวัดปทุมวนาราม ไม่น่าเชื่อว่ามีการตรวจยึดจริง และ 4.กรณีชายชุดดำ ไม่ปรากฏว่ามีชายชุดดำอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยศาลมีคำสั่งให้นำคำสั่งนี้ส่งต่อให้พนักงานอัยการ เพื่อดำเนินการต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150

ด้าน นายวิญญัติ เปิดเผยว่าในวันที่ 12 ธันวาคม 2561 เวลา 10:00 น. ตนจะเดินทางไปพร้อมกับนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาน.ส.กมนเกด อัคฮาด ผู้ที่เสียชีวิตหนึ่งในหกศพวัดปทุมวนาราม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าคดี ว่าในฐานะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อรับสำนวนการไต่สวนการตาย สำนวนชันสูตรพลิกศพมาแล้วได้ดำเนินการสอบสวนเป็นคดีวิสามัญฆาตรกรรมไปแล้วอยู่ในขั้นตอนใด

และได้นำผู้ตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คนมาแจ้งข้อหาและสอบปากคำแล้วหรือไม่ เพราะจากพยานหลักฐานในสำนวนไต่สวนการตาย ปรากฏตัวเจ้าพนักงานผู้มีส่วนในการกระทำให้เกิดความตายทั้ง 6 รายอย่างชัดเจน ซึ่งตามกระบวนการสำนวนนี้น่าจะมาจากป.ป.ช.แล้วหน่วยงานที่รับไม้ต่อคือกรมสอบสวนคดีพิเศษ สรุปสำนวนสั่งฟ้องคดีหรือไม่อย่างไร ต้องมีคำตอบในเรื่องนี้

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน และลดความสับสนต่อคดีการตายและบาดเจ็บจำนวนมาก ตนจะไปติดตามคดีนี้ก่อนเพื่อเป็นการบุกเบิกเส้นทางทวงคืนความยุติธรรมทุกกรณีต่อไป

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...