โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เทรนด์อาหารเสริมแรงไม่ตก รายใหม่ดาหน้าบุก-เค้ก 2.5 หมื่นล้านระอุ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มี.ค. 2564 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2564 เวลา 07.25 น.

เทรนด์รักษ์สุขภาพแรง-โควิด หนุนตลาดอาหารเสริมคึกคัก วิตามิน-แคลเซียม ยอดวิ่งฉิว “เมก้า” ตลาดแข่งขันรุนแรง ทุ่มโฆษณา-พรีเซ็นเตอร์ โปรโมชั่นแรง ลดราคา/ซื้อ 1 แถม 1 เกลื่อนตลาด รายใหญ่รุกหนัก “อินเตอร์ฟาร์มา” จับมือ “ไทยยูเนี่ยน” ปูพรมสินค้าใหม่แย่งเค้ก ด้าน “อมาโด้” ขนสินค้าใหม่ลงตลาดทุกไตรมาส-บุกโฮมช็อปปิ้งปั๊มยอด โรงพยาบาลกรุงเทพ-ยันฮีร่วมแจม

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่ากระแสความใส่ใจในเรื่องของสุขภาพที่มีมากขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้รับความนิยมบริโภคมากขึ้น และมีการเติบโตสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมที่ชะลอตัว นอกจากมูลค่าตลาดรวมที่มีมากกว่า 2.2-2.5 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง และยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก ทำให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ กระโดดเข้ามาในตลาดเป็นระยะ ๆ

อาหารเสริมแนวโน้มเติบโตดี

ภญ.วิชชุลดา ผรณเกียรติ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการขายและการตลาด บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มยาและอาหารเสริมภายใต้แบรนด์ “เมก้า วีแคร์” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันภาพรวมตลาดอาหารเสริมมีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนจากความใส่ใจในเรื่องของสุขภาพที่มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย ไปจนถึงการอุบัติใหม่ของโรคต่าง ๆ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

รวมถึงปัญหามลพิษต่าง ๆ และปัญหาฝุ่นจิ๋วหรือพีเอ็ม 2.5 ทำให้คนเริ่มตื่นตัวหันมารับประทานอาหารเสริมกลุ่มบำรุงร่างกาย อาทิ กลุ่มวิตามินซี กลุ่มวิตามินรวม กลุ่มแคลเซียม จนทำให้สินค้ากลุ่มนี้ขยายตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ สนใจและกระโดดเข้ามาในตลาดนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากแนวโน้มของตลาดในภาพรวมที่เติบโตมากขึ้น และมีผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างหลากหลาย และเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแตกต่างกันไป ตั้งแต่ตลาดในระดับแมสไปจนถึงระดับพรีเมี่ยม อีกด้านหนึ่งก็ทำให้ตลาดมีการแข่งขันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการโฆษณาแลประชาสัมพันธ์ ที่มีการทุ่มงบฯโฆษณาทางโทรทัศน์ รวมถึงมีการนำดารานักแสดง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อสร้างการรับรู้

“กลยุทธ์หลักของบริษัทจะเน้นในเรื่องของความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์และเป็นสินค้าที่มีผลการวิจัยรองรับอย่างชัดเจน รวมถึงการมีช่องทางจำหน่ายที่มีมากกว่า 5,000 ร้าน จึงมั่นใจได้ว่าเมก้าฯจะยังคงเป็นผู้นำในตลาดอาหารเสริมต่อไป”

อินเตอร์ฟาร์มาจับมือทียูบุก

นายตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและโภชนาการบำบัดภายใต้แบรนด์อินเตอร์ฟาร์มา กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดอาหารเสริมยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะการมีปัจจัยบวกจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และคาดว่าปีนี้ตลาดมีแนวโน้มการแข่งขันดุเดือดมากขึ้น เนื่องจากมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่สนใจและทยอยส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มาร่วมทำตลาดอย่างต่อเนื่อง

สำหรับอินเตอร์ฟาร์มา จากนี้ไปก็จะให้น้ำหนักกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น จากเดิมที่เน้นการทำตลาดผลิตภัณฑ์โภชนาการบำบัดในคนและสัตว์ ขณะนี้ได้เริ่มทยอยขอสิทธิในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากต่างประเทศเพื่อนำเข้ามาทำตลาดหลายรายการ และเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับบริษัท ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ จำกัด บริษัทย่อยของบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือทียู จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อบริษัท อินเตอร์ฟาร์มา-ซีวิต้า จำกัด เพื่อวิจัยและพัฒนา รวมถึงผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

เบื้องต้นมีแผนจะลอนช์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเข้ามาทำตลาด 2 ผลิตภัณฑ์ ภายในไตรมาส 3 นี้ โดยตั้งเป้าว่าบริษัทใหม่นี้จะมียอดขายราว 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2567

นายธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้แบรนด์อมาโด้ (Amado) แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปีนี้อาจจะไม่เติบโตหวือหวามากนัก เมื่อเทียบกับช่วงปี 2563 ที่ตลาดเติบโตในเกณฑ์สูง ที่มีปัจจัยบวกจากความตื่นกังวลของผู้บริโภคจากสถานการณ์โควิด-19 และหันมาใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น มีการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทต่าง ๆ มากขึ้น และจากการที่มีผุู้ประกอบการรายใหญ่กระโดดเข้ามาในตลาดมากขึ้น จะทำให้ตลาดมีการแข่งขันดุเดือดขึ้น

สำหรับแบรนด์อมาโด้ จากนี้ไปจะโฟกัสทั้งช่องทางออนไลน์และทีวี ที่เป็นช่องทางที่บริษัทมีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะทีวีโฮมช็อปปิ้ง ในชื่ออมาโด้ ช้อปปิ้ง ด้วยการนำดาต้าและเครื่องมือทางการตลาดต่าง ๆ มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอโปรโมชั่นให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น พร้อมกับชวนผู้ประกอบการรายอื่น ๆ นำสินค้ามาเข้าร่วมโฮมช็อปปิ้งของอมาโด้ด้วย ควบคู่กับมุ่งขยายช่องทางออฟไลน์ โดยจะรุกเข้าสู่ช่องทางที่เป็นร้านขายยาให้มากขึ้น ปีนี้ตั้งเป้าจะนำสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายครบ 100 สาขา จากปีที่ผ่านมาที่มีประมาณ 44 สาขา และที่สำคัญคือ ตั้งเป้าจะออกสินค้าใหม่ทุกไตรมาส

โรงพยาบาลโดดร่วมวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เร่งทำการตลาดมากขึ้น ที่ผ่านมาโรงพยาบาลเอกชนหลาย ๆ แห่ง อาทิ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ผลิตอาหารเสริม ภายใต้ชื่อแบรนด์ Royallife ออกมาทำตลาด โดยที่ผลิตภัณฑ์บำรุงและส่งเสริมการทำงานของร่างกาย ประกอบไปด้วย กลุ่มวิตามินต่อต้านสารอนุมูลอิสระ กลุ่มแคลเซียมซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของกระดูก กลุ่มบำรุงสายตา กลุ่มเร่งการเผาผลาญของร่างกาย ฯลฯ ส่วนช่องทางจัดจำหน่ายนอกจากในโรงพยาบาลแล้ว ยังมีการขายตามแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้วย

ขณะที่โรงพยาบาลยันฮีลอนช์ผลิตภัณฑ์ยันฮีเวจจี้ อาหารเสริมดีท็อกซ์ลำไส้ ช่วยเรื่องอาการท้องผูก สำหรับต่อยอดจากโปรแกรมดีท็อกซ์ลำไส้ของยันฮี ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับกลุ่มผู้บริโภค และจัดจำหน่ายผ่านทั้งทาง รพ.และทางโซเชียลคอมเมิร์ซ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ พร้อมกันนี้ยังกระตุ้นการขาย ด้วยการจัดโปรโมชั่นเป็นระยะ ๆ อาทิ ซื้อ 1 แถม 1 เป็นต้น

โปรฯแรงเกลื่อนหวังปั๊มยอด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากการเร่งทำตลาดของผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว จากการสำรวจพบว่า ช่องทางจำหน่ายหลัก โดยเฉพาะร้านขายยาก็มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ อาทิ กลุ่มร้านขายยาเซฟดรัก ในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ลอนช์โปรโมชั่นแบรนด์บุฟเฟต์ จับคู่อาหารเสริมราคาเหมา ๆ เริ่มต้น 399-599 บาท หรือเลือกซื้อ 2 ชิ้นในราคาพิเศษ เริ่มต้น 199 บาท (ตั้งแต่ 20 ก.พ.-20 มี.ค. 64)

กลุ่มร้านขายยาไอแคร์ (ไอแคร์ เฮลท์) ลดราคากลุ่มน้ำมันตับปลา 390 บาท จากปกติ 440 บาท หรือแพ็กเกจจับคู่สินค้าราคาประหยัดกลุ่มวิตามินแคลเซียม 880 บาท จากเดิม 920 บาท, ด้านกลุ่มร้านขายยาฟาสซิโน มีโปรโมชั่น 3 ต่อ รับครบรอบ 38 ปี ได้แก่ ลดราคาไม่มีเงื่อนไขทันที 38 บาท สินค้าในรายการซื้อ 1 แถม 1

เช่นเดียวกับร้านสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม วัตสัน ที่จัดโปรโมชั่น “ชิ้นที่ 2 ราคา 1 บาท” กับกลุ่มอาหารเสริมและวิตามิน ตั้งแต่คอลลาเจน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เร่งการเผาผลาญ ซึ่งโปรโมชั่นนี้จะออกมาเป็นช่วง ๆ ผลัดเปลี่ยนสินค้าและแบรนด์เป็นช่วง ๆ ขณะที่ร้านบู๊สท์ มีโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเมก้าเกรปซีด หรือลดสูงสุด 80% อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดนัท คอลลาเจน เปปไทป์ ราคา 178 บาท จากปกติ 500 บาท หรือโปรโมชั่นแลกซื้อในราคาประหยัด เพียงซื้อสินค้าใดก็ได้ครบ 300 บาท แลกซื้อวิตามินแคลเซียมของแบล็กมอร์ได้ในราคา 178 บาท จากปกติราคา 290 บาท เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...