โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เซเว่นฯจัดทัพรับมือดิสรัปต์ ผุดโมเดล"โอทูโอ"ตอบโจทย์คนสะดวกช็อป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2562 เวลา 09.14 น.

“ซีพี ออลล์” จัดทัพรับค้าปลีกยุคใหม่ ชู “24 ช็อปปิ้ง” สร้างแพลตฟอร์ม O2O เชื่อมออฟไลน์-ออนไลน์ ไร้รอยต่อ เสริมแกร่ง 7-11 รับเทรนด์ตลาดเปลี่ยน เทคโนโลยีดิสรัปต์พฤติกรรมผู้บริโภค

นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนา “ธุรกิจค้าปลีกประจำปี 2020 จับกระแส Modern Trade ยุคใหม่ ทำกำไรด้วย O2O” ที่จัดโดยซีพี ออลล์ และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ว่า การเข้ามาของเทคโนโลยีไม่เพียงแต่ดิสรัปต์ธุรกิจ แต่ยังดิสรัปต์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้น้ำหนักกับความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว มีความคาดหวังสูง มีการศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค้าปลีกต้องปรับตัวรับกับความต้องการที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปสู่แพลตฟอร์มใหม่ ๆ

โดยเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ คือการค้าแบบ O2O หรือ offline to online-online to offline จะเห็นได้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีร้านค้าปลีกที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป จนทำให้ต้องปิดตัวลงเป็นจำนวนมากในสหรัฐ ส่วนผู้ที่ปรับตัวได้จะขยับเข้ามาในออนไลน์มากขึ้น

ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในโลกออนไลน์ก็ไม่สามารถหยุดแค่การขยายตัวเฉพาะช่องทางนี้เท่านั้น แต่ยังต้องการร้านค้าปลีกออฟไลน์ (physical store) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็น อาลีบาบาที่เข้าซื้อ Herma Market หรือ Sun Artตลอดจนอเมซอน ที่ซื้อ Whole Food, Walgreens หรือการพัฒนาร้าน amazongo ขึ้น

“ค้าปลีกยุคใหม่จะอยู่รอดต้องผสมผสาน offline-online โดยออนไลน์คือช่องทางที่สะดวก รวดเร็ว ซื้อได้ทุกที่ทุกเวลา ส่วนออฟไลน์คือการที่ลูกค้าสามารถที่จะเห็นของ ได้ลองสินค้า หากสามารถเชื่อมต่อทั้งสองช่องทางเข้าด้วยกันก็จะสามารถเพิ่มฐานลูกค้า เพิ่มยอดขายได้”

นายปิยะวัฒน์ย้ำว่า ที่สำคัญคือความสะดวกจะต้องเข้าไปตอบโจทย์ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการขาย การจ่าย ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีจำนวนมากที่รองรับ อาทิ แคชออนดีลิเวอรี่, อีเพย์เมนต์, โมบายแอป เป็นต้น ตลอดจนการส่ง และการรับสินค้า ที่ผู้ประกอบการจะต้องให้ความสำคัญเรื่องความเร็ว เพื่อชนะใจทั้งผู้บริโภคและการแข่งขันเพื่อรับกับโอกาสดังกล่าว บริษัทได้พัฒนาแพลตฟอร์มของ O2O ผ่านธุรกิจของ 24 ช็อปปิ้ง ซึ่งปัจจุบันได้เข้าไปอยู่ทั้งในช่องทางหน้าร้าน (7-11) แค็ตตาล็อก รวมถึงช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นโมบายแอปพลิเคชั่น และเว็บไซต์ ปัจจุบันมีสินค้าวางจำหน่ายกว่า 6 หมื่นรายการ มีความสะดวกในการสั่งและส่งโดยลูกค้าสามารถเลือกรับได้ทั้งสาขาของเซเว่นฯที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 11,500 สาขา หรือที่บ้าน

นอกจากนี้ ข้อมูลการจับจ่ายที่เกิดขึ้นยังทำให้บริษัทสามารถรู้อินไซต์ความต้องการของลูกค้า และทำให้สามารถบริหารสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ เช่น สินค้าขายดีก็จะสั่งเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ไม่เสียโอกาสในการขาย หรือสินค้าที่ขายดีในออนไลน์ ก็จะนำมาวางขายที่หน้าร้านเพื่อเพิ่มยอดขายได้ หรือลูกค้าสั่งสินค้าแล้วมารับที่สาขาใดมาก ๆ ก็จะทำให้เห็นศักยภาพของทำเลนั้น เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการอื่น ๆ เข้าไปตอบโจทย์ต่อไป สำหรับธุรกิจของ 24 ช็อปปิ้งในปีที่ผ่านมามีการเติบโต 27% สูงกว่าภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตประมาณ 15% และถือเป็นผู้เล่น top 10 ในตลาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...