ชาวนาในทุ่งระโนด เร่งทำการสูบน้ำเข้านา หลังได้มีการสูบน้ำจากแหล่งน้ำจืด เข้ามาในพื้นที่หวังกู้วิกฤตินาข้าวเกือบแสนไร่
รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 ชาวนาที่ทำนาในทุ่งระโนด อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เร่งทำการสูบน้ำเข้าสู่แปลงนาของตัวเอง ภายหลังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด-กระแสสินธุ์ ได้ทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ สูบน้ำจากแหล่งน้ำจืดที่ยังพอหาได้ เข้าสู่ลำคลองสายย่อย ก่อนที่เกษตรกรจะนำเครื่องสูบน้ำของตัวเองดึงน้ำเข้านาและพื้นที่การเกษตรของตัวเอง บางรายยังต้องว่าจ้างรถขุดตัก เข้าทำการขุดลอกคลองสายย่อมเพื่อให้น้ำไหลผ่านเข้าสู่พื้นที่นาและพื้นที่การเกษตร ที่อยู่ห่างไกลออกไป เพื่อให้ได้มีน้ำจืดเข้ามาช่วย บรรเทาความเดือดร้อน อันเนื่องมาจากขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตรเพราะแหล่งน้ำสำคัญ คือน้ำจากทะเลสาบสงขลา มีค่าความเค็มเกินมาตรฐาน จนไม่สามารถนำมาใช้ทั้งภาคเกษตรและการอุปโภคได้
ชาวนารายหนึ่งบอกว่า ในปีนี้นั้นน้ำในทะเลสาบสงขลาเค็มเร็วกว่าปกติ จากฝนตกน้อยและทิ้งช่วงยาวนาน ซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบเกือบสามสิบปี นาข้าวที่ทำให้เอาไว้นั้นขณะนี้กำลังตั้งท้อง หากไม่ได้น้ำก็จะทำให้เหี่ยวแห้งตายและต้องขาดทุนทันที แต่โชคดีที่ยังพอมีน้ำจืดมาช่วย แต่ในส่วนพื้นที่อื่นๆ ซึ่งเพิ่งหว่านข้าว ก็กังวลว่าจะมีน้ำเพียงพอหรือไม่
ทั้งนี้นาข้าวในตำบลบ้านใหม่ อำเภอระโนด ซึ่งมีพื้นที่ปลูกข้าวเป็นส่วนใหญ่ แต่ไร้แหล่งน้ำจืด เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีความเสี่ยงที่นาข้าวจะได้รับความเสียหายไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
คลองอู่ตะเภา ซึ่งถือเป็นคลองสายหลักที่ไหลผ่านพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดสงขลา ทั้งอำเภอสะเดา หาดใหญ่ คลองหอยโข่งและบางกล่ำ และเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับผลิตประปา แต่ในขณะนี้พบว่าระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาตอนบน ในพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอหาดใหญ่กับอำเภอสะเดา แห้งลงไปจนเห็นสันดอน และสามารถเดินข้ามไปมาได้ ทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นต่างกังวลว่า ในปีนี้จะมีน้ำเพียงพอ สำหรับใช้ในภาคการเกษตรและผลิตประปาเพียงพอหรือไม่
แต่ในวิกฤติก็ยังมีโอกาสเสมอ น้ำที่แห้งลงก็ส่งผลดีต่อชาวบ้านบางส่วนที่ได้นำเครื่องมือประมงแบบง่ายๆ เดินลงไปในคลองและจับสัตว์น้ำขึ้นมา แม้จะไม่ได้ปลาตัวใหญ่ แต่ก็มีปลาเพียงพอสำหรับนำไปปรุงอาหารภายในครัวเรือน ประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนหนึ่งที่พอมีเหลือก็ยังขายให้เพื่อนบ้าน สร้างรายได้เสริมในช่วงหน้าแล้งได้ทางหนึ่ง ทั้งนี้พบว่าคลองอู่ตะเภา ที่มีระดับน้ำลดน้อยลงในหลายจุด ก็กลายเป็นแหล่งหาปลาของชาวบ้าน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคนริมคลองในช่วงหน้าแล้ง แม้ในปีนี้ จะมาถึงเร็วกว่าปกติก็ตาม
นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลา ได้มีการหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง ด้วยการ นำเครื่องสูบน้ำของกรมชลประทานมาสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อนำมาเจือจางค่าความเค็มของน้ำทะเลสาบสงขลาในการทำนา ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดำเนินการขุดบ่อบาดาลเพื่อนำน้ำมาช่วยเหลือเกษตรกร การทำฝนหลวง และ การขุดบ่อพักน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำหรือสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงที่ฝนแล้งทิ้งช่วง ทำให้มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ
สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งในปี 2563 ในพื้นที่จังหวัดสงขลาอาจจะรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา จากการพยากรณ์อากาศของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ปีนี้ฤดูแล้งจะมาเร็วจะเริ่มในช่วงเดือนต้นเดือนมกราคมและอาจจะยาวไปถึงเดือนเมษายน เนื่องจากการตรวจสอบผ่านระบบเรดาร์ไม่พบกลุ่มเมฆฝน