โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชื่อประเทศ “ไทย” ในภาษาอังกฤษ กับความหมายที่ฟังดูไม่เป็น “สิริมงคล”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 ก.พ. 2565 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 04.47 น.

ในบทความชิ้นก่อนของผม(จาก“สยาม” มาเป็น“ไทย” แล้วทำไม“ไทย” จึงต้องมี“ย”) ได้บอกเล่าความเป็นมาของการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก“สยาม” มาเป็น“ไทย” โดยมิได้บอกเรื่องราวความเป็นมาของคำว่า“สยาม” หรือคำว่า“ไท” หรือ“ไทย”

ก็เพราะว่า สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อคือลักษณะของ“การใช้อำนาจรัฐ” ของรัฐชาตินิยมในสมัยนั้น มากกว่าที่จะแจกแจงที่มาของความหมายในเชิงภาษาศาสตร์ ทำให้ผู้อ่านหลายท่านไม่พอใจ ผมจึงต้องขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้ด้วย

แต่ขณะเดียวกัน! บทความชิ้นดังกล่าวได้กลายเป็นบทความที่ได้รับความสนใจจากผู้อ่านระดับทั่วไป (ซึ่งน่าจะไม่ได้เป็นนักประวัติศาสตร์หรือนักภาษาศาสตร์) ค่อนข้างมาก ผมจึงอยากจะนำเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์การเปลี่ยนชื่อประเทศ “สยาม” มาเป็น “ไทย” เพิ่มเติมอีกสักหน่อย

เรื่องที่ว่าก็คือ เสียงวิจารณ์ถึงความหมายของชื่อ “ไทย” ที่เขียนว่า “Thai” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีนักหนังสือพิมพ์รายหนึ่งออกมาให้ความเห็นทำนองเสียดสีว่า การออกเสียงของคำนี้ไปพ้องกับคำในภาษาอังกฤษที่มีความหมายในเชิงวาบหวาบ ฟังดูแล้ว ไม่เป็นมงคลดังนี้

“Thai ซึ่งฝรั่งอังกฤษจะต้องออกเสียงคล้าย thigh ที่แปลแล้วได้ความหมายอันไม่เป็นสิริมงคล คือ ‘แปลว่าขาระหว่างเข่ากับเอว’ ให้นัยยะว่าขาอ่อนนั่นเอง”

ผู้เขียนท่านนี้ยังเสียดสีว่าหากไปเขียนทับศัพท์ว่า “Prades Thai” คนอังกฤษที่ถนัดออกเสียงพยางค์เดียว อาจออกเสียงไปพ้องกับคำว่า “prate” (หรือ prates) ที่แปลว่า “พูดเปนต่อยหอย” (ซึ่งเอาเข้าจริงผมว่า คุณผู้เขียนท่านนี้น่าจะพยายามโยงให้พ้องกับคำว่า “เปรต” ในภาษาไทยเสียด้วยซ้ำ)

คำวิจารณ์ดังกล่าวปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ประมวลวัน ฉบับวันที่ 13 มิถุนายน 2482/1939 หลังการรณรงค์เชิญชวนของกระทรวงกลาโหมซึ่ง ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ได้ยกมาประกอบในหนังสือ ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพิเศษ “จาก สยาม เป็น ไทย นามนั้นสำคัญไฉน”

โดย ชาญวิทย์ได้กล่าวว่า บรรยากาศการเปลี่ยนแปลงชื่อประเทศในขณะนั้นดูจะเป็นเรื่องเฉพาะของชนชั้นนำและคนเมืองหลวง และคำวิจารณ์ก็แทบไม่มี ส่วนที่มีอย่างชิ้นนี้ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับชื่อในภาษาไทยสักเท่าไร

การวิจารณ์แต่ความหมายในภาษาอังกฤษลักษณะนี้ทำให้ชาญวิทย์กล่าวว่า เป็นการสะท้อนให้เห็นการมองปัญหาแบบ “ทวิมาตรฐาน” ของชนชั้นนำไทยที่เมื่อต้องการสื่อสารกับฝรั่งโดยเฉพาะกับโลกที่ใช้ภาษาอังกฤษก็จะใช้วิธีคิดแบบหนึ่ง

แต่เมื่อจะใช้กับคนไทยก็จะใช้ฐานคิดอีกแบบหนึ่ง ทำให้ “Siam” เหมาะที่ใช้กับฝรั่งมากกว่าคำว่า “Thailand” ส่วนกับคนไทย คำว่า “ไทย” ย่อมเหมาะกว่าคำว่า “สยาม” ไปเสีย

คลิกอ่านเพิ่มเติม : “ทวี บุณยเกตุ” นายกฯ 18 วัน กับผลงานเปลี่ยนชื่อประเทศกลับเป็น Siam

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 กันยายน พ.ศ. 2559 จัดย่อหน้าใหม่โดยกองบรรณาธิการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...