โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดพอร์ตสตาร์ตอัพของเจ้าพ่ออี-คอมเมิร์ซ “ป้อม-ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ”

Businesstoday

เผยแพร่ 01 เม.ย. 2563 เวลา 08.20 น. • Businesstoday

เมื่อพูดถึงสตาร์ตอัพไทย มีทั้งประสบความสำเร็จจนเป็นอันดับ 1 และไม่ประสบความสำเร็จจนหายไปตามกระแสกาลเวลา อะไรคือสิ่งที่เป็นปัญหาของสตาร์ตอัพไทย
และอะไรทำให้ธุรกิจเติบโตได้ยาก จากคำแนะนำของ ป้อม-ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
ผู้ที่มีโอกาสเข้าไปคลุกคลีกับสตาร์ตอัพหลายบริษัทและปลุกปั้นจนสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง

ป้อม-ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท
TARAD.com ระบุว่า
ปัจจุบันดูแลธุรกิจใน 2 ส่วน คือ
ส่วนที่ดูแลเอง และเข้าไปลงทุน ซึ่งได้มีโอกาสเข้าไปลงทุนในหลายๆ ส่วน เช่น Creden, Wisesight, Tellscore, Shippop
และอีกหลากหลายบริษัทในหลายธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยง
ซึ่งสตาร์ตอัพแต่ละบริษัทที่ไปลงทุนก็มีความโดดเด่นขึ้นมาหลายตัว เช่น Wisesight ก็เป็นอันดับหนึ่งด้านข้อมูล
(Data) ในไทย ซึ่งสตาร์ตอัพส่วนใหญ่ที่เข้าไปลงทุนไม่ได้เข้าไปในฐานะผู้บริหาร
แต่เป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าของธุรกิจด้วย

สำหรับหลักเกณฑ์ในการลงทุนในสตาร์ตอัพแต่ละบริษัท คือ
โอกาสทางธุรกิจที่มองเห็น เช่น ส่วนตัวทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอี-คอมเมิร์ซ
ก็มองว่าน่าจะมีธุรกิจโลจิสติกส์ (ขนส่ง) น่าจะมีธุรกิจด้านโกดัง
ก็ไปลงทุนในธุรกิจนั้น ให้สอดคล้องไปกับธุรกิจหลักที่ดำเนินอยู่
เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันและเติบโตไปพร้อมๆ กัน เป้าหมายใหญ่ คือ
การทำให้เกิดระบบนิเวศของการทำธุรกิจด้านดิจิทัล
เพราะการผลักดันให้คนไทยหันมาทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ไม่ได้มีแค่วิธีการเดียว
เพราะฉะนั้น การทำให้เกิดความเกี่ยวข้องกันก็จะทำให้เกิดระบบนิเวศนี้ได้ ซึ่ง ป้อม-ภาวุธ พูดติดตลกว่าปลายทางจริงๆ ของตัวเองอาจเป็นการแก่ไปไม่ต้องทำงานเลยก็ได้

สำหรับธุรกิจที่จะมีโอกาสเข้าไปลงทุน ป้อม-ภาวุธ มองว่า มักเกิดจาก 3 ส่วน คือ บริษัทที่ตัวเองอยากเข้าไปทำ เช่น Shippop ส่วนที่ 2 คือ ธุรกิจที่อยากทำแต่มีคนทำไปแล้ว จะทำอย่างไรให้น้องๆ เหล่านั้นสามารถต่อยอดไปข้างหน้าและเสริมกับธุรกิจหลักเราได้ และส่วนที่ 3 คือ การมองเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและดำเนินธุรกิจจากต่างประเทศ และมองว่ากำลังจะสามารถนำมาประกอบธุรกิจในประเทศไทยได้ ก็จะเฟ้นหาโอกาสในการทำธุรกิจหรือเข้าไปลงทุนในสตาร์ตอัพนั้นๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนเกิดจากการเล็งเห็นโอกาสที่จะเติบโตในธุรกิจนั้นๆ

ปัญหาของสตาร์ตอัพไทยคืออะไร ทำไมบางรายจึงไม่ประสบความสำเร็จ?

ป้อม-ภาวุธระบุว่า
ปัญหาของผู้ประกอบการสตาร์ตอัพไทยส่วนใหญ่ คือ
รู้ว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นควรทำอะไรกับมัน แต่มักไม่รู้วิธีประกอบธุรกิจ
บางคนเขียนโปรแกรมเก่งแต่ทำธุรกิจไม่เป็น ดังนั้น ทำให้หลายครั้งต้องเข้าไปให้คำปรึกษากับสตาร์ตอัพเหล่านี้

ในแต่ละขั้นของสตาร์ตอัพ ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ
ก็จะมีขั้นตอนและวิธีการแตกต่างกันไป เช่น ช่วงเริ่มต้นธุรกิจ โมเดลธุรกิจคืออะไร
รายได้หาจากไหน จะทำให้เติบโตอย่างไร ซึ่งเมื่อสตาร์ตอัพเหล่านั้นเติบโตขึ้นมายืนได้ในระดับหนึ่งแล้ว
บางครั้งก็ต้องเข้าไปช่วยในการตั้งเป้าหมาย ตั้งงบประมาณ การวางแผนคน
และการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ป้อม-ภาวุธมองว่า
บางครั้งอาจเกิดจากโมเดลธุรกิจที่เป็นไปได้ยาก และเกิดจากผู้บริหารที่มีความดื้อ รวมถึงเจ้าของสตาร์ตอัพอาจเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปจนมองไม่เห็นจุดบอดของตัวเอง

อะไรที่ต้องคำนึงถ้าสตาร์ตอัพอยากจะประสบความสำเร็จ?

ป้อม-ภาวุธตั้งคำถามให้ฉุกคิดว่า
โมเดลธุรกิจที่เรากำลังจะทำมีความต้องการในตลาดมากน้อยเพียงใด คนยอมจ่ายหรือไม่? ซึ่งในการสร้างรายได้ก็จะมีหลากหลายรูปแบบ
ขณะที่สตาร์ตอัพบางประเภทที่ไม่สามารถขยายขนาดธุรกิจได้
ก็ต้องมองย้อนกลับไปดูว่าเป็นที่อะไร เช่น เรื่องคน เรื่องตรรกะความคิด
ซึ่งบางธุรกิจเมื่อปรับตรรกะของผู้บริหารได้ก็เติบโตได้

ตัวอย่างตรรกะที่อาจจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ยาก เช่น
ผู้บริหารบางรายชอบที่จะจ้างพนักงาน-ทีมพัฒนาในราคาถูก ไม่ยอมจ้างในอัตราเงินเดือนที่สูง
พอจ้างในอัตราเงินเดือนที่ถูก บางครั้งก็แลกมาด้วยคนที่มีศักยภาพไม่ได้ตามความต้องการ
กลายเป็นเด็กจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ สุดท้ายทำให้ผู้บริหารต้องลงไปทำเองเพราะตัดงบจ้างพนักงาน-ทีมพัฒนาที่เก่งๆ
ไป ซึ่งบางครั้งก็ต้องเข้าไปแก้ตรรกะผู้บริหารว่า “คุณต้องจ้างคนเก่งๆ เข้ามาบ้าง”

เมื่อผู้บริหารที่ถูกปรับตรรกะและถูกแสดงให้เห็นว่า การจ้างคนเก่งๆ
เข้ามาทำให้ธุรกิจไปได้เร็วมากขึ้น ก็จ้างคนเก่งๆ เข้ามาในบริษัทและทำให้พัฒนาได้แบบก้าวกระโดด
ซึ่งปัญหาเรื่องคนถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้หลายๆ ธุรกิจขนาดเล็กไม่สามารถเติบโตได้
เพราะผู้บริหารมีความเชื่อว่าต้องทำเองทุกอย่าง จนสุดท้ายไม่สามารถขยายขนาดของธุรกิจไปได้

ขณะเดียวกัน ป้อม-ภาวุธ มองว่าด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างหลังจากนี้อาจเป็นอุปสรรคต่อสตาร์ตอัพไทยอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าหลังจากหลายๆ เรื่องผ่านไปจะทำให้สามารถก้าวต่อไปในระดับยูนิคอร์นได้ เพราะหลังจากนี้คนก็จะหันมาใช้งานโลกออนไลน์มากขึ้น นั่นหมายถึงโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...