วิธีเลือกยาแก้ไอสำหรับเด็ก ให้ปลอดภัย เลือกแบบไหนดี ?
เมื่อลูกมีอาการไอ ดูแลมาหลายวิธีแล้วก็ยังไม่หาย อยากจะเลือกหายาแก้ไอให้ลูก เพื่อบรรเทาจากอาการไอ จะมี วิธีเลือกยาแก้ไอสำหรับเด็ก อย่างไรให้ปลอดภัย และควรเลือกยาแก้ไอแบบไหนดี ?
การไอ เกิดขึ้นได้เป็นประจำ โดยเฉพาะในเด็ก ๆ ที่มีสาเหตุการไอต่างกันไป เด็กบางคนชอบกินของทอด ๆ ของเย็น ๆ ก็กระตุ้นให้เกิดการไอ หรือเล่นมาก ๆ ก็ไอได้ การไอจริง ๆ มีประโยชน์ เพราะ เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปในทางเดินหายใจ เช่น ฝุ่น ควัน เกสรดอกไม้ อากาศที่แห้ง มีการติดเชื้อในทางเดินหายใจ เป็นต้น แต่ถ้าเกิดการไอเรื้อรัง ติดต่อกันหลายสัปดาห์ไม่หาย ควรหาสาเหตุ เพื่อทำการรักษาให้หาย
ประเภทของ ยาแก้ไอ
ยาแก้ไอ สามารถแบ่งประเภทของยาแก้ไอ ได้ตามลักษณะการออกฤทธิ์ 3 กลุ่ม ดังนี้
1. ยาแก้ไอ กดศูนย์การไอ เป็นยาที่กดศูนย์ควบคุมการไอที่สมอง ยากลุ่มนี้จึงใช้ในกรณีของการไอที่ไม่มีเสมหะ แต่ยาบางตัวในกลุ่มนี้ เมื่อใช้ติดต่อกันนาน ๆ จะทำให้เสพติดได้ และถ้าใช้เกินขนาด ยาอาจไปกดการหายใจ จนอาจเสียชีวิตได้ สำหรับเด็กเล็ก ที่อายุต่ำกว่า 4 ปี ไม่ควรใช้ยากลุ่มนี้บรรเทาอาการไอ เพราะ อาจกดสมองเด็กจนเกิดอันตรายได้
2. ยาบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ยากลุ่มนี้เป็นยาแก้ไอที่ใช้กันมานาน ยาจะไปทำให้เกิดการระคายกระเพาะอาหาร แล้วส่งผลให้เพิ่มการสร้างสารหลั่งที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ จึงทำให้เสมหะที่เดิมมีความเหนียวข้น ถูกสารน้ำทำให้มีความหนืดลดลง ทำให้สามารถไอเอาเสมหะออกได้ง่ายขึ้น แต่อาการข้างเคียงที่อาจเกิดจากยา คือ คลื่นไส้ อาเจียน ไม่สบายท้อง
ติดตามบทความสุขภาพของลูกน้อยจากเพจ Nutroplex ---> คลิกเลย ที่นี่
3. ยาบรรเทาอาการไอ ละลายเสมหะ ยากลุ่มนี้ไปทำลายโครงสร้างของเสมหะ ส่วนที่ทำให้เสมหะเหนียว แต่ไม่ได้ไปเพิ่มปริมาณของเสมหะ เป็นเพียงทำให้ความข้นหนืดของเสมหะลดลง จึงไอเอาเสมหะออกได้ง่ายขึ้น ยากลุ่มนี้ใช้ในกรณีของการไอมีเสมหะ ตัวอย่างของยาละลายเสมหะ คือ คาร์โบซีสเทอีน (Carbocisteine) ยากลุ่มนี้ถือว่าก่อให้เกิดอาการข้างเคียงน้อยมาก
วิธีเลือกยาแก้ไอสำหรับเด็ก
วิธีเลือกยาแก้ไอสำหรับเด็ก ควรเลือกยากแก้ไอให้ตรงสาเหตุ และลักษณะของอาการไอ เพื่อรักษาอาการไอได้ตรงต้นเหตุที่แท้จริง การไอแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ไอมีเสมหะ และ ไอไม่มีเสมหะ ฉะนั้น เมื่อเกิดอาการไอ วิธีเลือกยาแก้ไอสำหรับเด็ก ควรเลือกชนิดของยาให้ถูกต้องกับอาการไอนั้น ๆ
- ควรเลือกใช้ยาละลายเสมหะ ซึ่งเป็นยาแก้ไอที่มีผลข้างเคียงน้อย และค่อนข้างปลอดภัย เช่น คาร์โบซีสเทอีน (Carbocisteine) ที่เป็นยาละลายเสมหะที่มีประสิทธิภาพในการละลายเสมหะดี ผลข้างเคียงน้อย ราคาไม่แพง สามารถใช้ได้ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ได้อย่างปลอดภัย
- เด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรกินยาแก้ไอ องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า "ไม่แนะนำให้ใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการไอในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี” ดังนั้นหากลูก เด็กเล็กเกินไป ควรพามาพบแพทย์ ใช้วิธีอื่นในการรักษาอาการไอ เช่น พ่นยา หรือ เคาะปอดระบายเสมหะ
- ระวังตัวยาที่อันตราย เพราะยาแก้ไอบางชนิด มีตัวยาที่ไม่ควรใช้ในเด็ก เช่น Acetylcysteine เพราะต้องระวังในผู้ป่วยโรคหอบหืด หรือยาที่มีฤทธิ์กดอาการไอ เช่น Dextromethorphan เพราะอาจเกิดอาการข้างเคียงและเป็นอันตรายต่อเด็กได้
- ปราศจากแอลกอฮอล์ ยาบางตัวไม่สามารถละลายในนำ้ได้ จำเป็นต้องใช้แอลกอฮอล์ช่วยในการละลายเพื่อทำเป็นยาน้ำ แต่จะมีการกำหนดปริมาณแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมไว้ อย่างไรก็ตามยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ หลายยี่ห้อในปัจจุบัน มักไม่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบแล้ว คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกต อ่านฉลากก่อนซื้อยาให้ลูกทุกครั้ง
- เลือกยาแก้ไอที่ไม่มีน้ำตาล ควรเลือกยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะที่ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ เพื่อป้องกันฟันผุในเด็ก และไม่ให้เด็กได้รับน้ำตาลในปริมาณมากเกินไปในแต่ละวันด้วย
- เลือกยาแก้ไอแบบน้ำ รสผลไม้ ยาละลายเสมหะ ของเด็ก มักทำเป็นยาน้ำเชื่อม รสผลไม้ เพื่อให้เด็ก ๆ รับประทานได้ง่าย
วิธีการรับประทานยาแก้ไอเด็ก ให้ปลอดภัย
- ยาสำหรับเด็ก ต้องให้ตามน้ำหนักตัว การให้ลูกรับประทานยา ไม่ว่าจะยาชนิดใดก็ตาม ต้องคำนวณตามน้ำหนักตัว เพราะเด็กไม่ได้รับประทานยาตามอายุ การให้ยาในเด็กต้องคำนวณจากน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ดังนั้นควรทราบน้ำหนักตัวของลูกที่แน่นอน และแจ้งเภสัชกรทุกครั้งเมื่อไปซื้อยาให้ลูก เพื่อให้เภสัชกร คำนวณปริมาณการใช้ยาให้ลูกอได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัยที่สุด
- ใช้ยาตามแพทย์ หรือเภสัชกร ก่อนใช้ยาละลายเสมหะ ยาแก้ไอสำหรับเด็ก ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อน เพื่อรับฟังคำแนะนำ วิธีเลือกยาแก้ไอสำหรับเด็ก ให้ถูกต้อง
- คอยสังเกตอาการอื่น ๆ นอกจากอาการไอ นอกจากอาการไอของลูกแล้ว ควรสังเกตลูกด้วยว่ามีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยไหม ? เช่น อาการไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งหากมีอาการอื่น ๆ ที่นอกจากอาการไอ ควรปรึกษาแพทย์ด้วย
- วิธีที่ดีที่สุดคือ ดื่มน้ำอุ่น ถึงแม้จะรับประทานยาละลายเสมหะ ยาแก้ไอแล้ว แต่วิธีที่ได้ผล และปลอดภัยที่ควรใช้ควบคู่กันไปด้วย คือ การให้ลูกดื่มน้ำเยอะ ๆ โดยเฉพาะน้ำอุ่น เพื่อช่วยละลายเสมหะให้เหนียวข้นน้อยลง และขจัดออกมาได้ง่ายด้วยวิธีธรรมชาติ รวมถึงเลือกรับประทานที่ไม่ทอด ไม่มัน จะช่วยให้ลูกหายจากการอาการไอเร็วขึ้น
"Expert ดีดี" โควิด-19 ไอ หวัด ปวดท้อง ภูมิแพ้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!
ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…
Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter : @gedgoodlife
Line : @gedgoodlife
Youtube : GEDGoodLife ชีวิตดีดี