โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตัวแทนเครือข่ายรักษ์ระนองเรียกร้องนายกฯ ชะลอแลนด์บริดจ์-ทบทวน พ.ร.บ.SEC

The Reporters

อัพเดต 27 ก.พ. เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. เวลา 11.20 น.

ลั่นเขยระนองต้องฟังคนระนองก่อนตัดสินอนาคตจังหวัด ชี้จีดีพีไม่ใช่คำตอบ หากคนในพื้นที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เสี่ยงซ้ำรอยอุตสาหกรรมภาคตะวันออก

วันนี้ (27 ก.พ.69) รสิตา ซุ่ยยัง ตัวแทนเครือข่ายรักษ์ระนอง ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ The Reporters สะท้อนความกังวลต่อแนวทางการพัฒนาที่รัฐอ้างเรื่องความเจริญและตัวเลขจีดีพี แต่กลับทำให้คนในพื้นที่รู้สึกถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่อาจไม่มีที่อยู่หรือที่ทำกิน หากโครงการขนาดใหญ่เดินหน้า

เธอยกตัวอย่างภาพที่นึกถึงว่า วันหนึ่งชาวบ้านอย่าง “ม๊ะทม” อาจต้องจูงลูกหลาน แบกข้าวของเดินออกจากพื้นที่ เพราะไม่มีที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่สำรองเหลืออยู่ พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นธรรม เมื่อคนดั้งเดิมที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุก ขณะที่รัฐกลับเตรียมให้สิทธิประโยชน์ระยะยาวกับกลุ่มทุนต่างชาติ

รสิตาระบุว่า ชาวบ้านจำนวนมากอยู่มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ทำสวนทุเรียน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ส่งลูกเรียนจบปริญญา แต่ที่ดินยังเป็นของรัฐและไม่ได้รับเอกสารสิทธิ ขณะที่กฎหมายบางฉบับกลับเปิดทางให้สิทธิประโยชน์กับนายทุนระยะยาวถึง 99 ปี เธอมองว่านี่คือความไม่ยุติธรรม และสะท้อนปัญหากฎหมายที่ดินที่ล้าหลัง

เธอแสดงความกังวลว่า หากระนองถูกผลักดันสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาจซ้ำรอยพื้นที่อย่างระยองในภาคตะวันออก ที่มีปัญหากากอุตสาหกรรมและสารเคมีสะสมในบางพื้นที่ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดความผิดพลาดในอดีตจึงไม่ถูกแก้ไข แต่กลับอาจถูกฉายซ้ำในพื้นที่ใหม่

ในประเด็นการตื่นตัวของประชาชน รสิตาระบุว่า ตลอด 2-3 ปีที่เริ่มมีการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ช่วงแรกผู้คัดค้านถูกโจมตีว่าถูกจ้างจากต่างประเทศให้มาขัดขวางความเจริญ แต่เธอยืนยันว่าไม่มีใครจ้าง และเป็นการลุกขึ้นปกป้องบ้านของตนเอง

รสิตากล่าวว่า เมื่อข้อมูลเกี่ยวกับแผนถมทะเลหลายพันไร่ และร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ถูกเผยแพร่ออกไปมากขึ้น หลายคนเริ่มเห็นภาพตรงกันว่า อำนาจการตัดสินใจในพื้นที่จะถูกรวมศูนย์อยู่ที่คณะกรรมการตามกฎหมายฉบับดังกล่าว ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจไม่มีอำนาจเต็มอย่างที่เข้าใจ อีกทั้งกฎหมายเปิดทางให้นำเข้าแรงงานได้จำนวนมาก ทำให้เกิดคำถามว่าคนในพื้นที่จะได้ประโยชน์จริงหรือไม่ พร้อมเสนอว่า รัฐบาลใหม่ควร “หยุดไว้ก่อน แล้วนั่งคุยกัน” ถึงทิศทางการพัฒนาภาคใต้ ไม่ควรมองเพียงระนองหรือชุมพร เพราะคำว่า “ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้” หมายถึงภาพรวมทั้งภูมิภาค เธอเห็นว่าศักยภาพของภาคใต้ควรมุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการใช้ทรัพยากรทางทะเลที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน มากกว่าการนำนิคมอุตสาหกรรมหรือเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่มาลง

“จีดีพีที่ดี ต้องหมายถึงคนในพื้นที่มีเงินในกระเป๋า ไม่ใช่จีดีพีดี แต่ชาวบ้านป่วยหรือรับผลกระทบจากมลพิษ” เธอกล่าว

อย่างไรก็ตาม รสิตายังฝากถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับจังหวัดระนองในฐานะ “เขยระนอง” ว่า อยากให้มารับฟังเสียงคนในพื้นที่ด้วยตนเอง มาดูว่าระนองเดิมเป็นอย่างไร ผู้คนใช้ชีวิตแบบไหน และต้องการพัฒนาไปในทิศทางใด

“ต้องรักษาสิ่งที่มีอยู่แล้วและพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่ใช่ทำลายแล้วสร้างสิ่งแปลกปลอมเข้ามา ทุกคนวางแผนเพื่ออนาคตลูกหลานเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องมาคุย เปิดอกคุยกับคนระนองว่าทิศทางจังหวัดควรเป็นอย่างไร” รสิตากล่าว พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจวันนี้จะส่งผลต่อคนรุ่นต่อไปในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...