'หมอวาโย' โพสต์ลงคะแนน 'ลับ' ตามเจตนารมณ์รธน.'60 สวน กกต. นายกฯทนาย จี้ถอนแจ้งเอาผิดปชช.-ลาออก
‘หมอวาโย’ โพสต์ลงคะแนน ‘ลับ’ ตามเจตนารมณ์รธน.’60 สวน กกต. นายกฯทนาย จี้ถอนแจ้งเอาผิดปชช.-ลาออก
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “มันจบแล้วครับ กกต. ก่อนหน้านี้ ปรากฏผู้คนมากมายพยายามตีความหมายของคำว่า ลับ ตามรัฐธรรมนูญฯ อย่างหลากหลาย โดยประเด็นสำคัญนั้นอยู่ที่ว่า หลักของความลับในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้นจะต้องลับทั้งในขณะลงคะแนนเสียงและหลังจากลงคะแนนเสียงตลอดไปหรือไม่ หรือหมายความแค่เพียงในขณะที่ลงคะแนนเสียงเท่านั้น
นพ.วาโยระบุ การตีความกฎหมายลายลักษณ์อักษรนั้น โดยหลักคือการพยายามตีความเจตนารมณ์หรือความมุ่งหมายของผู้ร่างกฎหมายนั้น หากเป็นในกรณีกฎหมายที่เก่าแก่มากๆ การสืบค้นถึงพยานหลักฐานที่แสดงถึงเจตนารมณ์ของผู้ร่างนั้นย่อมเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเพิ่งจะถูกยกร่างและประกาศใช้เมื่อ พ.ศ.2560 นี้เอง ดังนั้น พยานหลักฐานที่บันทึกถึงเจตนารมณ์ของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญจึงยังคงอยู่และหนักแน่นอย่างยิ่ง
“ได้ปรากฏ ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หน้าที่ 140 ถึง 141 ซึ่งได้อธิบายคำว่า การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ มีความหมายว่า การลงคะแนนของผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน จะต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไรหรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด”นพ.วาโยระบุ
นพ.วาโยระบุอีกว่า ดังนั้น คำว่า บุคคลอื่น ย่อมหมายถึง บุคคลใดๆ ซึ่งมิใช่ผู้ออกเสียงลงคะแนนทั้งสิ้น ดังนั้น กกต.เองย่อมเป็นบุคคลอื่น ตามนัยแห่งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน คำว่า ไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ ย่อมหมายถึง ความลับของการลงคะแนนเสียงนั้นจะต้องดำรงอยู่ทั้งขณะที่กำลังออกเสียงลงคะแนนและคงอยู่ภายหลังจากนั้น ตลอดไป และจะต้องไม่มีวิธีการใดที่จะตรวจสอบได้
นพ.วาโยโพสต์ตอนท้ายว่า เช่นนี้ การที่ปรากฏรหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ลงคะแนนเสียงคนใดได้ลงคะแนนเสียงว่าอย่างไร จึงมิใช่การลงคะแนนเสียงโดยลับตามนัยและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560
ด้านนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย โพสต์ว่า สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามให้ดำเนินคดีกับประชาชนจำนวน 6 คน ที่ติดตามตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร กล่าวหาว่าประชาชนทั้งหกขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย กระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ เป็นอั้งยี่ เปิดเผยความลับของผู้อื่น และกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการ กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วมีความเห็น การกระทำของประชาชนทั้งหกมิได้เกิดจากแรงจูงใจทางอาญา (criminal motive) อันเป็นมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ผู้กระทำตกลงใจกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญาหาก แต่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง (political motive) เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม การกระทำของประชาชนทั้งหกจึงขาดเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญา อีกทั้งการกระทำยังไม่ครบองค์ประกอบของความผิดตามข้อกล่าวหา สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยจึงขอท้วงติงและตำหนิการแจ้งความร้องทุกข์ของ กกต. และเรียกร้องให้ กกต.ได้ไปถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าว พร้อมกับออกมาขอโทษประชาชนที่จัดการเลือกตั้งได้ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือจนตกเป็นภาระแก่ประชาชนที่ต้องออกมาติดตามตรวจสอบ ทั้งที่เป็นหน้าที่และอำนาจโดยตรงของ กกต. ซึ่งทำงานโดยได้รับเงินเดือนและค่าใช้จ่ายจากภาษีอากรของประชาชน กกต.จึงควรสำนึกในบุญคุณของประชาชน สำนึกว่าประชาชนเป็นเจ้านายและต้องปฏิบัติหน้าที่ให้คุ้มกับเงินเดือนที่ประชาชนจ่ายให้ หากเสร็จการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้แล้วก็ควรลาออกไปเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘หมอวาโย’ โพสต์ลงคะแนน ‘ลับ’ ตามเจตนารมณ์รธน.’60 สวน กกต. นายกฯทนาย จี้ถอนแจ้งเอาผิดปชช.-ลาออก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th