โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“ดร.รุสตั้ม” วิเคราะห์สถานการณ์ตะวันออกกลาง “ทรัมป์” พลาดเดินยุทธศาสตร์ไม่ชัด เชื่อไม่จบง่าย “อิหร่าน”ยังมีหมัดเด็ด ซ่อนเขี้ยวเล็บอาวุธใต้ดิน

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 09.10 น. • TOP NEWS

“ดร.รุสตั้ม” วิเคราะห์สถานการณ์ตะวันออกกลาง “ทรัมป์” พลาดเดินยุทธศาสตร์ไม่ชัด เชื่อไม่จบง่าย “อิหร่าน”ยังมีหมัดเด็ด ซ่อนเขี้ยวเล็บอาวุธใต้ดิน

หลังจากที่สภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่านเลือก “โมจตาบา คาเมเนอี” เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง “ผู้นำสูงสุดคนใหม่” ของอิหร่าน ต่อจาก“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” บิดาที่เสียชีวิตจากเหตุโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลนั้น ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่า อิหร่านปักหลักต่อสู้แน่นอน และสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจจะยืดยื้อออกไป

ล่าสุดวันนี้ (10 มี.ค.) ดร.รุสตั้ม หวันสู อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการเดินเกมรบของ “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ผ่านทางรายการจับตาประเทศไทย ทางช่องท็อปนิวส์ ระบุว่า การขึ้นมาของผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านอย่าง “โมจตาบา” อาจทำให้นโยบายของอิหร่านมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐและอิสราเอลอย่างหนัก ชื่อ “โมจตาบา” มีความหมายว่า “ผู้ที่ถูกคัดเลือก” ซึ่งอาจสะท้อนถึงการถูกเลือกให้เหมาะกับสถานการณ์วิกฤตในปัจจุบันที่อิหร่านต้องเผชิญการเผชิญหน้าทางทหารและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งแต่ขึ้นรับตำแหน่งไม่ทันข้ามวัน จะเห็นว่ามีคำสั่งโจมตีกลับทางอิสราเอลอย่างหนัก

เมื่อถามว่า กรณีที่ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ออกมาประกาศว่า ใกล้จบสงคราม เพราะทำลายขีดความสามารถของอิหร่านใกล้เสร็จสิ้นแล้ว จริงหรือไม่ ทางด้านดร.รุสตั้ม มองว่า ยังวางใจไม่ได้ เชื่อว่ายังไม่จบ เพราะตราบใดที่สหรัฐยังอยู่บนอากาศ เท้าไม่แตกพื้น ก็อยากที่จะจัดการอิหร่าน อาวุธของอิหร่านยังอยู่บนภาคพื้นดินอีกเพียบ หากยังสามารถยิงขีปนาวุธไปอิสราเอลได้ ก็ไม่อาจประมาทว่าเกมจะจบ "แม้สหรัฐและอิสราเอลจะโจมตีทางอากาศจำนวนมาก แต่ยัง ไม่สามารถทำให้อิหร่านยอมแพ้ได้ เนื่องจากโครงสร้างกำลังรบจำนวนมากยังคงอยู่ อาวุธสำคัญของอิหร่านจำนวนมากถูกเก็บไว้ในฐานทัพใต้ดินและใต้ภูเขา ซึ่งมีความลึกมาก ทำให้ยากต่อการถูกทำลายจากการโจมตีทางอากาศ" นอกจากนี้ ดร.รุสตั้ม ยังเปิดเผยด้วยว่า อิหร่านมีโรงงานเทคโนโลยีนิวเคลียร์ใต้ดิน แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีอาวุธนิวเคลียร์จริง โดยเดิมมีนโยบายใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ ทั้งนี้เมื่อมีการเปลี่ยนผู้นำใหม่ ส่วนตัวมองว่า สามารถเข้าไปชี้ขาด ล้มล้างคำสั่ง หรือนโยบายเดิม ๆ ของผู้นำคนเก่าได้ หากมองว่าการมีนิวเคลียร์จะช่วยเป็นอำนาจป้องปราม เหมือนกรณีของเกาหลีเหนือ "ผู้นำคนนี้ มีความเด็ดขาด ดุดัน ด้วยผู้นำคนใหม่มีความใกล้ชิดกับ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) จึงมีแนวโน้มเป็นไปได้ว่า จะใช้นโยบายแข็งกร้าวมากกว่าผู้นำรุ่นก่อน แนวทางที่จะต้องการประนีประนอมกับสหรัฐและอิสราเอล ยิ่งเป็นไปได้ยาก ดังนั้นก็อาจจะเรียกได้ว่า ผู้นำคนใหม่เป็นสายแข็ง สายเหยี่ยวในรุ่นแน่นอน ทั้งนี้หากย้อนกลับไปในการสู้รบเมื่อสงคราม 12 วันปีที่แล้ว ผิดสหรัฐมีระเบิด Bunker 57 ที่สามารถเจาะบังเกอร์ใต้ดินได้ ทรัมป์บอกว่าภารกิจนั้นได้ลุล่วงแล้ว อิหร่านไม่มีขีดความสามารถศักยภาพเรื่องนิวเคลียร์แล้ว แต่ปัจจุบันก็ยังพูดเรื่อง นิวเคลียร์อยู่ แสดงว่าต้องการที่จะทำลายอีก เพราะปีก่อนไม่บรรลุเป้าหมาย ดังนั้นอิหร่านเขาเตรียมตัวมานาน ทำการบ้านมาดี ว่าสหรัฐมีอาวุธแบบไหน เขารู้พิสัยของอาวุธว่ามันจะเจาะเข้าไปลึกได้มากแค่ไหน เขาตระเตรียมการมาอย่างดี เมื่อถามว่า หลังจากสหรัฐ บอกว่าจัดการอิหร่านจนลดขีดความสามารถ แล้วอยากจะปิดเกม ความจริงจะง่ายแบบนั้นหรือไม่ ทางด้านดร.รุสตั้ม วิเคราะห์ทิ้งท้ายว่า ทุกฝ่ายเหนื่อย และเจ็บตัวไปด้วยกัน ทรัมป์ประเมินต่ำไป จริง ๆ การเปิดสงครามแบบนี้เหนื่อยมาก เสียหายด้านทรัพยากรและอาวุธเยอะมาก เราเห็นความไม่ชัดเจนในยุทธศาสตร์ของทรัมป์ เขาเปลี่ยนเป้าหมายมา 5 รอบแล้วกับอิหร่าน พอทางเลือกที่ 1 ไม่ได้ ก็ย้ายไปอีกโมเดล อยากจะควบคุมระดับผู้นำ พอเจอผู้นำคนใหม่ก็ทำไม่ได้อีก ยิ่งทำยิ่งหายนะ เราเห็นความไม่ชัดเจนของทรัมป์ สงครามมันเริ่มง่าย แต่ไม่จบยาก สำหรับสถานการณ์ตะวันออกกลางตอนนี้ https://www.youtube.com/watch?v=WDJZP4aZlE0

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...