โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IEA เสนอระบาย “น้ำมันสำรองฉุกเฉิน” ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ สกัดวิกฤตราคา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 09.52 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 02.52 น.

IEA เตรียมพิจารณาแผนระบาย "น้ำมันสำรองฉุกเฉิน" ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่ G7 เร่งเตรียมมาตรการรับมือหากวิกฤตยืดเยื้อ

วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 08.36 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า International Energy Agency (IEA) กำลังพิจารณาแผนระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อควบคุมราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยข้อเสนอดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือในระหว่างการประชุมฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ด้านพลังงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า แผนการระบายน้ำมันครั้งนี้อาจมีปริมาณมากกว่าระดับ 182 ล้านบาร์เรลที่ประเทศสมาชิกเคยปล่อยออกมาสองรอบในปี 2565 หลังจาก Russia’s invasion of Ukraine ซึ่งหากดำเนินการจริง จะถือเป็นการระบายน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

หลังข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นมาตรฐานของตลาดโลกได้ปรับตัวลดลงจากช่วงก่อนหน้าที่พุ่งขึ้นเกือบ 4% ก่อนจะเคลื่อนไหวอยู่ราว 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนความคาดหวังของตลาดว่ามาตรการดังกล่าวอาจช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทานในตลาดพลังงานโลกได้

สถานการณ์สงครามที่ขยายวงกว้างในตะวันออกกลาง รวมถึงการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซเกือบทั้งหมด ส่งผลให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียลดกำลังการผลิตลงจนทำให้อุปทานน้ำมันโลกหายไปประมาณ 6% และผลักดันให้ราคาพลังงานหลายประเภทตั้งแต่เชื้อเพลิงเครื่องบินไปจนถึงก๊าซหุงต้มปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมีน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงจำนวนหลายล้านบาร์เรลติดค้างอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมันที่ไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เนื่องจากมีการโจมตีเรือในพื้นที่ และมีการรบกวนสัญญาณนำทางของเรือ ซึ่งยิ่งทำให้การเดินเรือในบริเวณดังกล่าวมีความเสี่ยงและไม่ปลอดภัยมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ Group of Seven (G7) ได้ขอให้ IEA จัดทำแผนและประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับการระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ มีความพร้อมหากจำเป็นต้องใช้มาตรการดังกล่าว โดย Roland Lescure รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ประเทศสมาชิกต้องการทราบว่าปริมาณน้ำมันสำรองที่สามารถปล่อยออกมาได้มีมากเพียงใด

อย่างไรก็ตามแผนดังกล่าวยังอาจถูกชะลอได้ หากมีประเทศสมาชิกเพียงประเทศเดียวคัดค้าน โดยคาดว่าประเทศต่าง ๆ จะตัดสินใจเกี่ยวกับข้อเสนอนี้ในวันพุธ

ปัจจุบันประเทศสมาชิกทั้ง 32 ประเทศของ IEA มีน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวมกันอย่างน้อย 1.2 พันล้านบาร์เรล โดย IEA ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปารีส เคยประสานการระบายน้ำมันสำรองลักษณะนี้มาแล้ว 5 ครั้ง ได้แก่ ก่อนสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก หลังพายุเฮอริเคน Hurricane Rita และ Hurricane Katrina ในปี 2548 หลังสงครามกลางเมืองในลิเบียปี 2554 และอีกสองครั้งในปี 2565 จากผลกระทบของสงครามในยูเครน

อย่างไรก็ตามประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าการระบายน้ำมันจากคลังสำรองไม่ได้ส่งผลต่อราคาน้ำมันทันทีเสมอไป ตัวอย่างเช่น การปล่อยน้ำมันสำรองในปี 2565 ช่วงแรกกลับทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดตีความว่าการใช้คลังสำรองเป็นสัญญาณว่าวิกฤตพลังงานรุนแรงกว่าที่คาดไว้ ก่อนที่ราคาจะค่อย ๆ ปรับตัวลดลงในเวลาต่อมา

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...