โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PCOS คืออะไร อาการเป็นแบบไหน รวมข้อมูลที่ผู้หญิงควรรู้

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

หนึ่งในความกังวลของผู้หญิงหลายๆ คนเมื่ออายุมากขึ้น นอกจากปัญหาผิวที่เสื่อมโทรมไปตามวัยแล้ว ปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายในหลายๆ ด้านอย่าง PCOS หรือ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ก็เป็นภาวะทางสุขภาพที่ทำให้สาวๆ วิตกกังวลไม่แพ้กัน เพราะ PCOS ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในอนาคตได้

บทความนี้ จะพามาทำความรู้จักกับภาวะทางสุขภาพนี้ว่าจริงๆ แล้ว PCOS คือโรคอะไร เป็น PCOS อันตรายไหม อาการเป็นแบบไหน หรือแม้แต่โรค PCOS รักษายังไงเพื่อให้สาวๆ สามารถรับมือกับปัญหาสุขภาพนี้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

PCOS ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ คืออะไร

ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ PCOS คือภาวะทางสุขภาพในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่เผชิญกับกระบวนการตกไข่ที่ผิดปกติ เช่น ไข่เจริญเติบโตไม่เต็มที่ การตกไข่ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ตกเลยเป็นระยะเวลานาน ทำให้ภายในรังไข่มีการพัฒนาเป็นถุงน้ำเล็กๆ ขณะเดียวกัน PCOS ทำให้ร่างกายมีการเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายหรือฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงขึ้น ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้หญิงได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิว ผิวมัน ขนดก รอบเดือนมาผิดปกติ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นผิดปกติ ตลอดจนส่งผลร้ายแรงต่อการมีบุตร

PCOS เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

PCOS หรือ Polycystic Ovarian Syndrome คือภาวะทางสุขภาพที่ยังไม่สามารถหาสาเหตุการเกิดที่แน่ชัดได้ เนื่องจากเป็นลักษณะความผิดปกติของร่างกายที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นลักษณะทางพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนร่างกายที่ฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติ ภาวะดื้ออินซูลินที่ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่าย เป็นต้น

PCOS ลักษณะอาการเป็นแบบไหน

สำหรับโรค PCOS อาการอาจแตกต่างหรือมีระดับความรุนแรงที่ต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปแล้ว อาการผิดปกติที่บ่งบอกว่าเป็นสัญญาณของ PCOS มีดังนี้

  • ประจำเดือนมาผิดปกติ เช่น มากะปริบกะปรอย มาน้อยกว่าปกติ มาต่อเนื่องหลายวัน มาแบบเว้นช่วงระยะเวลานานเกินไป หรือมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดแม้ไม่ได้อยู่ในช่วงรอบประจำเดือน
  • มีปัญหาสิว ผิวมัน ขนดกตามใบหน้าและร่างกาย เนื่องจากฮอร์โมนแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชายสูง
  • มีภาวะน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ ไม่สามารถควบคุมน้ำหนักตัวได้ตามปกติ หรือเป็นโรคอ้วน
  • มีซีสต์หรือถุงน้ำที่รังไข่ ซึ่งจะเห็นชัดเมื่อเข้ารับการตรวจด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ ทั้งนี้ ซีสต์ดังกล่าวจะแตกต่างจากช็อกโกแลตซีสต์ที่เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
  • มีสัญญาณของโรคผิวหนังช้าง หรือมีรอยหมองคล้ำตามร่างกาย เช่น ท้ายทอย รักแร้ ใต้ราวนม
  • ในผู้ป่วย PCOS บางรายอาจเผชิญกับปัญหาตกขาวผิดปกติ เช่น มีลักษณะข้นหนืด หรือใสเป็นน้ำ ซึ่งจะแตกต่างจากการติดเชื้อราในช่องคลอด ซึ่งอาจมีอาการคันช่องคลอดร่วมด้วย

หากใครที่สังเกตว่าตัวเองกำลังเผชิญกับอาการ PCOS เหล่านี้อยู่ แนะนำเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจสุขภาพผู้หญิงเบื้องต้นว่าเป็นสัญญาณของ PCOS หรือไม่ หรือเป็นสัญญาณอาการของความผิดปกติอื่นๆ ของร่างกาย เพื่อที่จะได้หาแนวทางในการรักษาที่เหมาะสมต่อไป และป้องกันอาการแทรกซ้อนหรือผลกระทบที่รุนแรงต่อสุขภาพ เช่น เนื้องอกมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือแม้แต่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

PCOS มีขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยอย่างไรบ้าง

การตรวจวินิจฉัยโรค PCOS มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน เริ่มจากการซักประวัติสุขภาพของผู้ป่วย PCOS เช่น รอบเดือนมาปกติหรือไม่ มีปัญหาสิว ผิวมัน ขนดกมากน้อยแค่ไหนในช่วงที่ผ่านมา หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์หรือไม่ ตลอดจนซักประวัติสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว และมีการชั่งน้ำหนักตัว วัดความดันโลหิตของผู้ป่วย นอกจากนี้แพทย์อาจมีการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนเพศชาย วัดระดับน้ำตาลในเลือด และตรวจช่องท้องด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์เพื่อตรวจความผิดปกติภายในมดลูกร่วมด้วย

การเข้ารับการตรวจวินิจฉัย PCOS อย่างละเอียดจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

PCOS มีวิธีการรักษาอย่างไรได้บ้าง

โรค PCOS คือโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถดูแลรักษาเพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ โดยมีแนวทางการดูแลรักษาที่ต่างกันออกไปแต่ละบุคคล หรือขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ป่วย ซึ่งแบ่งเป็นผู้ป่วย PCOS ที่วางแผนจะมีบุตรในอนาคต และผู้ป่วยที่ไม่มีแผนจะมีบุตร

แนวทางการรักษาสำหรับผู้ที่วางแผนมีบุตร

  • ใช้ยากระตุ้นไข่ตกในรูปแบบยาทาน เช่น กลุ่มยาโคลมิฟีน (Clomiphene) กลุ่มยาเลโทรโซล (Letrozole) หรือรูปแบบยาฉีดอย่างกลุ่มฮอร์โมนโกนาโตโทรปิน (Gonadotropins)
  • การเข้ารับการผ่าตัดนำเนื้อเยื่อรังไข่ที่ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจนออก ทำให้ฮอร์โมนร่างกายสมดุลและการทำงานของรังไข่กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ทั้งนี้การผ่าตัดเพื่อรักษา PCOS ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เนื่องจากปัจจุบันมีแนวทางการรักษาที่เห็นผลและทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัว
  • การทำ IVF (In Vitro Fertilization) หรือการทำเด็กหลอดแก้ว ในกรณีที่ผู้ป่วย PCOS ใช้ยากระตุ้นให้ไข่ตกไม่ได้ผล แพทย์จะแนะนำให้วางแผนมีบุตรด้วยวิธีการเก็บไข่จากรังไข่และนำไปปฏิสนธินอกมดลูก จากนั้นนำไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วฉีดกลับเข้าไปในมดลูกอีกครั้งเพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์

แนวทางการรักษาสำหรับผู้ที่ไม่มีแผนจะมีบุตร

  • เลือกใช้ยาคุมกำเนิดในรูปแบบยาทาน ยาฉีด หรือใช้ห่วงอนามัยชนิดที่มีฮอร์โมน เพื่อปรับฮอร์โมนให้รอบเดือนกลับมาเป็นปกติ รวมถึงลดการเกิดสิว คุมความมันส่วนเกินบนผิว และลดปัญหาขนดกตามร่างกาย

  • ปรับไลฟ์สไตล์ใหม่ เช่น เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น หมั่นออกกำลังกาย คุมน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้นหรือให้อยู่ในเกณฑ์ดัชนีมวลกายที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนจาก PCOS

PCOS มีแนวทางป้องกันอย่างไรบ้าง

แม้ว่าสาเหตุการเกิดของ PCOS จะไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และ PCOS รักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่การเริ่มต้นดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีหรือปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์บางอย่างก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด PCOS และป้องกันอาการแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ ดังนี้

  • คุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะสามารถช่วยลดระดับอินซูลินและฮอร์โมนเพศชายที่เป็นสาเหตุการทำงานที่ผิดปกติของรังไข่ได้
  • หมั่นออกกำลังกายอย่างเป็นประจำเพื่อช่วยให้น้ำหนักตัวลดลง และลดความเสี่ยงต่อการเป็นภาวะสุขภาพต่างๆ เช่น เบาหวาน โรคอ้วน
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ เลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง เช่น ของทอด ของมัน ของหวาน อาหารแปรรูป
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำเพื่อติดตามสุขภาพโดยรวมและรับการประเมินความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพหรือโรคร้ายต่างๆ รวมถึง PCOS

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) PCOS

PCOS เป็นภาวะความผิดปกติของร่างกายที่ทำให้ผู้หญิงเป็นกังวลไม่น้อย และด้านล่างนี้เป็นคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรค PCOS

PCOS อันตรายไหม

อาจเป็นอันตรายได้หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม ผู้ที่มีสัญญาณอาการของ PCOS ควรเข้ารับการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง หรือเป็นอันตรายต่อร่างกายและการตั้งครรภ์ในอนาคต

PCOS ห้ามกินอะไรบ้าง

ผู้ป่วยที่เป็น PCOS มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอ้วนหรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบเผาผลาญของร่างกาย แนะนำให้ควบคุมอาหารที่รับประทานในชีวิตประจำวัน เช่น เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงการทานอาหารไขมันสูง ของทอด ของมัน ของหวาน

PCOS หายเองได้ไหม

โรค PCOS ไม่สามารถหายเองได้ แต่สามารถลดความรุนแรงของอาการหรือลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ด้วยการปรับไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสมและปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ

PCOS ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ สัญญาณสุขภาพที่ผู้หญิงต้องระวัง

PCOS หรือภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทั้งกรรมพันธุ์ ฮอร์โมนในร่างกาย รวมถึงไลฟ์สไตล์ต่างๆ โดยมีสัญญาณอาการสำคัญได้แก่ รอบเดือนมาผิดปกติ ปัญหาสิว ผิวมัน น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ หากปล่อยไว้ไม่เข้ารับการรักษาอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย ตลอดจนกระทบต่อการตั้งครรภ์ในอนาคตได้

ข้อมูลโดย : โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : PCOS คืออะไร อาการเป็นแบบไหน รวมข้อมูลที่ผู้หญิงควรรู้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...